posttoday
เปิดคำร้อง"พรรคประชาชน" ยื่น ม.236 สอบ ป.ป.ช. ปมยกร้องคดี "ศักดิ์สยาม" มิชอบ 

เปิดคำร้อง"พรรคประชาชน" ยื่น ม.236 สอบ ป.ป.ช. ปมยกร้องคดี "ศักดิ์สยาม" มิชอบ 

07 มิถุนายน 2569

พรรคประชาชนร่วมมือ สส. ฝ่ายค้าน และ สว. ยื่นคำร้องต่อประธานรัฐสภาตาม ม.236 สั่งสอบ ป.ป.ช. ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ยกร้องคดี "ศักดิ์สยาม" ชี้มีพิรุธละเลยวินิจฉัยปมขัดกันแห่งผลประโยชน์  

KEY

POINTS

  • พรรคประชาชนร่วมกับฝ่ายค้านและ สว. ยื่นคำร้องตามรัฐธรรมนูญมาตรา 236 เพื่อให้ตรวจสอบคณะกรรมการ ป.ป.ช. ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีมีมติยกคำร้องคดีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ
  • ข้อกล่าวหาหลักคือ ป.ป.ช. จงใจไม่วินิจฉัยความผิดฐาน "การขัดกันแห่งผลประโยชน์" กรณีที่นายศักดิ์สยามยังคงเป็นหุ้นส่วนในบริษัทที่เป็นคู่สัญญากับกระทรวงคมนาคมที่ตนเองกำกับดูแล
  • คำร้องยังระบุถึงข้อบกพร่องอื่น ๆ ของ ป.ป.ช. เช่น กระบวนการตรวจสอบที่ล่าช้า การวินิจฉัยที่ผิดพลาดอย่างชัดแจ้ง และการปกปิดข้อมูลผลการตรวจสอบ

เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2569 นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส. พรรคประชาชน แถลงข่าวกรณีพรรคฝ่ายค้านและสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ร่วมลงชื่อยื่นคำร้องต่อประธานรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 เพื่อขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยกล่าวหาว่า ป.ป.ช. ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จากกรณีการตรวจสอบและมีมติยกคำร้องคดีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

เปิด 4 ข้อกล่าวหาหลัก รุกไล่ ป.ป.ช.

นายปกรณ์วุฒิได้สรุปข้อกล่าวหาที่มีต่อ ป.ป.ช. ออกเป็น 4 ประเด็นหลัก ดังนี้

  1. ตรวจสอบด้วยกระบวนการที่บกพร่อง: ป.ป.ช. เพิกเฉยหรือดำเนินการล่าช้าในการเปิดเผยข้อมูลและส่งเอกสารให้แก่ผู้ร้อง
  2. วินิจฉัยผิดพลาดอย่างชัดแจ้ง: ป.ป.ช. มีมติว่าไม่มีความผิดในกรณีการจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จและการใช้อำนาจแทรกแซงเพื่อเอื้อประโยชน์ ทั้งที่มีพยานหลักฐานปรากฏ
  3. ปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจสอบ: ไม่แจ้งผลการตรวจสอบยืนยันอย่างเป็นทางการต่อผู้ร้อง และไม่เปิดเผยผลการตรวจสอบบนเว็บไซต์ในบางกรณี
  4. ละเลยการตรวจสอบข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง: ป.ป.ช. จงใจไม่วินิจฉัยในฐานความผิดสำคัญคือเรื่อง "การขัดกันแห่งผลประโยชน์" ตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. มาตรา 126

พิรุธปมละเลยฐานความผิด "ขัดกันแห่งผลประโยชน์"

พรรคประชาชนตั้งข้อสังเกตว่า คำร้องเดิมที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2566 ได้ระบุฐานความผิดเรื่องการขัดกันแห่งผลประโยชน์ไว้อย่างชัดเจน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการที่นายศักดิ์สยามยังคงไว้ซึ่งความเป็นหุ้นส่วนใน หจก. บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น และบริษัท ศิลายชัย บุรีรัมย์ (1991) จำกัด

ในระหว่างดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี หจก. บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ได้เข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมหลายโครงการ เช่น กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท ซึ่งเข้าข่ายลักษณะความผิดตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. มาตรา 126 ที่ห้ามเจ้าพนักงานของรัฐเป็นคู่สัญญาหรือถือหุ้นในบริษัทที่เป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐที่ตนเองมีอำนาจกำกับดูแล แต่ ป.ป.ช. กลับวินิจฉัยเพียงเรื่องการยื่นบัญชีเท็จและการใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ โดยไม่ได้วินิจฉัยในประเด็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์นี้เลย

พยานหลักฐานที่ ป.ป.ช. อาจมองข้าม

ผู้ร้องได้หยิบยกหลักฐานจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 1/2567 ซึ่งระบุว่านายศักดิ์สยามยังคงไว้ซึ่งความเป็นหุ้นส่วนโดยมีผู้อื่นถือครองแทน นอกจากนี้ยังมีประเด็นภาระหนี้สินจำนวน 38,000,000 บาท ที่ปรากฏในงบการเงินของ หจก. บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ว่านายศักดิ์สยามเป็นลูกหนี้เงินกู้ยืม แต่กลับไม่มีการแจ้งในบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.

ขั้นตอนต่อไปในชั้นรัฐสภา

ขั้นตอนหลังจากนี้ขึ้นอยู่กับการดำเนินการของประธานรัฐสภา โดยพรรคประชาชนขอให้สร้างความชัดเจนใน 2 เรื่อง คือ หลักเกณฑ์และกรอบเวลาในการพิจารณาคำร้อง เพื่อเสนอเรื่องไปยังประธานศาลฎีกาในการตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระตามมาตรา 236 ต่อไป เพื่อสร้างความโปร่งใสให้กลับคืนสู่ระบบการเมืองไทย.

ที่มาประกอบ : คลิก (1) , (2) 

ข่าวล่าสุด

เปิดคำร้อง"พรรคประชาชน" ยื่น ม.236 สอบ ป.ป.ช. ปมยกร้องคดี "ศักดิ์สยาม" มิชอบ 

เปิดคำร้อง"พรรคประชาชน" ยื่น ม.236 สอบ ป.ป.ช. ปมยกร้องคดี "ศักดิ์สยาม" มิชอบ