
ศาลรัฐธรรมนูญสั่งส่งหลักฐานเพิ่ม คดีพ.ร.ก. กู้เงินพลังงาน-บัตรเลือกตั้ง69
ศาลรัฐธรรมนูญสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายใน 7 วัน กรณีพิจารณา พ.ร.ก. กู้เงินพลังงาน พร้อมขยายผลศึกษาคดีบัตรเลือกตั้งติดบาร์โค้ด
KEY
POINTS
- ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ผู้เกี่ยวข้องยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายใน 7 วัน เพื่อประกอบการวินิจฉัยคดี พ.ร.ก. กู้เงินด้านพลังงาน
- ในคดีบัตรเลือกตั้งปี 69 ที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด ศาลฯ มีมติให้รอความเห็นจากพยานผู้เชี่ยวชาญและเอกสารที่เกี่ยวข้อง
- ศาลฯ ยังไม่มีคำวินิจฉัยในทั้งสองคดี โดยกำลังอยู่ในขั้นตอนรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณา
ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาคดีสำคัญเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 โดยมีมติใน เรื่องพิจารณาที่ 6 กรณีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 133 คน ยื่นคำร้องผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้วินิจฉัยว่า พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง หรือไม่
ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นควรให้บุคคลที่เกี่ยวข้องจัดทำความเห็นเป็นหนังสือ และจัดส่งข้อมูลพร้อมเอกสารหลักฐานยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือเพื่อประกอบการวินิจฉัย
สำหรับ เรื่องพิจารณาที่ 7 กรณีผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นคำร้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 จากข้อร้องเรียนของประชาชนจำนวน 22 คำร้อง ขอให้วินิจฉัยกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีการใช้รหัสแท่ง (Barcode) และรหัสคิวอาร์ (QR Code) ซึ่งผู้ร้องเรียนเชื่อว่าอาจทำให้การออกเสียงลงคะแนนมิได้เป็นไปโดยลับ และขัดต่อรัฐธรรมนูญหลายมาตรา
ล่าสุดศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้รอความเห็นจากพยานผู้เชี่ยวชาญ ถ้อยคำพยาน และเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมสั่งการให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อนำเสนอต่อศาลต่อไป
การพิจารณาทั้ง 2 คดีนี้ สืบเนื่องมาจากความขัดแย้งทางข้อกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อสาธารณะ โดยคดี พ.ร.ก. กู้เงินพลังงาน เกิดจากการตั้งคำถามของฝ่ายนิติบัญญัติถึงความจำเป็นเร่งด่วนตามกรอบรัฐธรรมนูญ
ขณะที่คดีบัตรเลือกตั้งเป็นการตรวจสอบกระบวนการจัดการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อต้นปี 2569 ว่าโปร่งใสและคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลของผู้ลงคะแนนตามกฎหมายสูงสุดของประเทศหรือไม่
แหล่งที่มา: สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ (คลิก)







