posttoday
วัส ติงสมิตร ชี้ ป.ป.ช. ยกคำร้องศักดิ์สยามคดีนอมินีใช้ตรรกะวิปริต

วัส ติงสมิตร ชี้ ป.ป.ช. ยกคำร้องศักดิ์สยามคดีนอมินีใช้ตรรกะวิปริต

28 เมษายน 2569

อดีตผู้พิพากษาชี้ ป.ป.ช. ยกคำร้องคดีนอมินีศักดิ์สยามสวนทางศาลรัฐธรรมนูญ วิพากษ์ใช้ตรรกะวิปริตแต่งเรื่องประนีประนอมยอมความหวังลบล้างคำวินิจฉัยเดิม

KEY

POINTS

  • นายวัส ติงสมิตร วิจารณ์มติ ป.ป.ช. ที่ยกคำร้องคดีหุ้นนอมินีของนายศักดิ์สยามว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักกฎหมายอย่างรุนแรง เพราะเป็นการล้มล้างคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่เคยชี้ขาดไว้แล้ว
  • เขาชี้ว่า ป.ป.ช. ใช้ "ตรรกะวิปริต" โดยนำเหตุการณ์ที่สร้างขึ้นภายหลังคำวินิจฉัยของศาล เช่น การทำสัญญาประนีประนอมยอมความ มาเป็นข้ออ้างเพื่อลบล้างข้อเท็จจริงเดิม
  • นายวัสยังตั้งข้อสังเกตว่าพฤติการณ์ฟ้องร้องนอมินีของตนเองแล้วยอมความกันนั้นขัดต่อสามัญสำนึก และการที่ ป.ป.ช. ใช้เวลาชี้แจงนานถึง 7 เดือน เป็นการบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อองค์กร

ปมขัดแย้งคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ

นายวัส ติงสมิตร อดีตผู้พิพากษา ออกมาแสดงทัศนะวิพากษ์วิจารณ์กรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติยกคำร้องคดีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กรณีถือครองหุ้นผ่านตัวแทน (นอมินี) โดยระบุว่า เป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักการทางกฎหมายอย่างรุนแรง เนื่องจากเป็นการล้มล้างคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่เคยชี้ขาดไว้ก่อนหน้านี้ว่านายศักดิ์สยามยังคงเป็นเจ้าของหุ้นที่แท้จริง ซึ่งคำวินิจฉัยดังกล่าวย่อมผูกพันทุกองค์กรให้ต้องปฏิบัติตาม

การตกแต่งเรื่องราวภายหลัง

ประเด็นสำคัญที่อดีตผู้พิพากษาหยิบยกขึ้นมาคือการที่ ป.ป.ช. นำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมาใช้เป็นข้ออ้างเพื่อยกคำร้อง โดยเฉพาะการอ้างเรื่องสัญญาประนีประนอมยอมความในศาลจังหวัดนนทบุรี นายวัส มองว่านี่เป็นเพียง "เทคนิค" ในการจัดทำเอกสารหรือแต่งเรื่องราวขึ้นมาใหม่ เพื่อเปลี่ยนผลทางกฎหมายและทำให้คำวินิจฉัยของศาลสูงสุดกลายเป็นสิ่งที่ไร้ผล

ข้อพิรุธขัดต่อสามัญสำนึก

นายวัส ชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติที่ขัดต่อสามัญสำนึกของวิญญูชน โดยตั้งข้อสังเกตว่าการที่ผู้ถูกกล่าวหาไปฟ้องร้องนอมินีของตนเอง แล้วกลับมาตกลงยอมความกันในภายหลังเพื่อเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความเป็นเจ้าของหุ้นนั้น เป็นพฤติการณ์ที่ลักลั่นและไม่สมเหตุสมผลอย่างยิ่งในทางกฎหมาย จึงยากที่จะเชื่อว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริง

ปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน

ในส่วนของเหตุผลที่ ป.ป.ช. ระบุว่าไม่มีกรณีผลประโยชน์ทับซ้อนในการประมูลโครงการภาครัฐ เนื่องจากเป็นการดำเนินการของข้าราชการประจำและรัฐมนตรีไม่มีส่วนเกี่ยวข้องนั้น นายวัส วิพากษ์ว่าเป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น เพราะเป็นการพยายามแยกบทบาทหน้าที่ของฝ่ายการเมืองออกจากกระบวนการตัดสินใจ ซึ่งไม่สอดคล้องกับพฤติการณ์แห่งคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญได้เคยวินิจฉัยไว้
 

ข้อสังเกตความล่าช้าในการชี้แจง

การที่ ป.ป.ช. ใช้ระยะเวลานานถึง 7 เดือนกว่าจะยอมเปิดเผยเหตุผลประกอบการยกคำร้อง ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง อดีตผู้พิพากษามองว่าสถานการณ์นี้อาจเข้าข่ายพฤติกรรม "ซุกขยะไว้ใต้พรม" เพราะหากปราศจากแรงกดดันจากภาคสังคม การชี้แจงเหตุผลดังกล่าวอาจไม่เกิดขึ้นเลย ซึ่งเป็นการบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อองค์กรอิสระอย่างมีนัยสำคัญ

บทสรุปความวิปริตทางตรรกะกฎหมาย

โดยสรุป นายวัส ติงสมิตร ยืนยันว่าการตัดสินของ ป.ป.ช. ในครั้งนี้คือความผิดพลาดอย่างร้ายแรงที่ละเลยข้อเท็จจริงอันเป็นที่ยุติแล้วจากศาลรัฐธรรมนูญ การเลือกใช้ตรรกะที่สร้างขึ้นใหม่ภายหลังเพื่อลบล้างความจริงที่ปรากฏไปแล้วนั้น อดีตผู้พิพากษาถือว่าเป็น "ความวิปริตทางตรรกะทางกฎหมาย" ที่จะส่งผลกระทบต่อบรรทัดฐานการตรวจสอบทุจริตของประเทศไทยในระยะยาว

ข่าวล่าสุด

8 พ.ค. พิพัฒน์ ลงพื้น ชุมพร-ระนอง แจงข้อดี-ข้อเสีย แลนด์บริดจ์

8 พ.ค. พิพัฒน์ ลงพื้น ชุมพร-ระนอง แจงข้อดี-ข้อเสีย แลนด์บริดจ์