posttoday

ฝ่ายค้านรุมอัดรัฐปมน้ำมันแพง ชูสูตรลด9บาท ภาษีลาภลอย พลิกวิกฤตพลังงานชาติ

25 มีนาคม 2569

ฝ่ายค้านรุมอัดรัฐบาลเร่งแก้ปมน้ำมันแพงผ่านการรีดภาษีลาภลอย-ลดสรรพสามิต 9 บาท พร้อมเสนอระบบอุดหนุนขั้นบันไดและคูปองเจาะจงกลุ่มเพื่อกู้วิกฤต

KEY

POINTS

  • ปฏิรูประบบภาษีและกำไรส่วนเกิน: ข้อเสนอหลักคือการลดราคาน้ำมัน 9 บาทต่อลิตร โดยใช้การลดภาษีสรรพสามิตควบคู่กับการเก็บภาษีลาภลอยจากโรงกลั่นน้ำมันเพื่อนำมาอุดหนุนราคาให้ประชาชน
  • เปลี่ยนผ่านสู่ความโปร่งใสด้วยดาต้า: เสนอให้ใช้ระบบ Open Data และแอปพลิเคชันตรวจสอบราคาน้ำมันแบบ Real-time พร้อมปรับการอุดหนุนเป็นแบบขั้นบันไดเพื่อลดแรงจูงใจในการกักตุนสินค้าของผู้ประกอบการ
  • ยกเลิกการช่วยเหลือแบบหว่านแห: ปรับปรุงมาตรการเยียวยาจากการอุดหนุนทั่วไปเป็นการใช้คูปองช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่เดือดร้อนจริง เช่น เกษตรกร ประมง และ SMEs เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้งบประมาณ

รายงานพิเศษ: ผ่าทางตันวิกฤตพลังงานไทย เมื่อ "การบริหารภายใน" กลายเป็นอัมพาต

วิกฤตซ้อนวิกฤต: จากปัจจัยภายนอกสู่ความล้มเหลวในการกำกับดูแล

ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่กดดันราคาพลังงานโลก รัฐบาลไทยกำลังเผชิญบททดสอบสำคัญในการรักษา "เส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจ" ทว่าการอภิปรายญัตติด่วนในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 กลับสะท้อนว่าปัญหาที่ประชาชนเผชิญไม่ได้มาจากปัจจัยภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก "สภาวะอัมพาตทางการบริหารจัดการภายใน" โดยเฉพาะการปล่อยให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงข้อมูล ซึ่งเปิดช่องให้กลุ่มทุนกักตุนสินค้าและสร้างความตื่นตระหนกในตลาด จนลุกลามจากปัญหาค่าครองชีพสู่ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจในระยะยาว

กรณ์ จาติกวณิช

รื้อสูตรแทรกแซงราคา: ข้อเสนอ "ลด 9 บาท" และภาษีลาภลอย

ประเด็นที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือข้อเสนอจากนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่วิพากษ์วิจารณ์ความนิ่งเฉยของรัฐบาลต่อค่าการกลั่นน้ำมันที่พุ่งสูงถึง 3 เท่า โดยเสนอให้ใช้ "เจตจำนงทางการเมือง" ผ่านเครื่องมือทางการคลังเพื่อลดราคาน้ำมันลงทันที 9 บาทต่อลิตร แบ่งเป็นการลดภาษีสรรพสามิต 6 บาท และการจัดเก็บ "ภาษีลาภลอย" (Windfall Tax) จากกำไรส่วนเกินของโรงกลั่นอีก 3 บาท

"การนำภาษีลาภลอยมาใช้จะช่วยเปลี่ยนผ่านกำไรที่เกินสมควรจากการผาสุกผูกขาด กลับคืนสู่ประชาชนเพื่อพยุงราคาน้ำมันในช่วงวิกฤต" นายกรณ์ระบุถึงแนวทางการดึงกำไรส่วนเกินกลับมาเป็นงบประมาณอุดหนุน

วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร

นอกจากนี้ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ยังเสนอให้เปลี่ยนระบบการอุดหนุนจากเดิมที่ตรึงราคาแบบ Fixed-day ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการกักตุน มาเป็นการ "อุดหนุนแบบขั้นบันได" เพื่อให้ราคาสะท้อนตลาดโลกอย่างค่อยเป็นค่อยไป พร้อมเปิดข้อมูลผ่านแอปพลิเคชันเพื่อสร้างความโปร่งใสแบบ Real-time

ฝ่ายค้านรุมอัดรัฐปมน้ำมันแพง ชูสูตรลด9บาท ภาษีลาภลอย พลิกวิกฤตพลังงานชาติ

ปรับกลยุทธ์ช่วยเหลือ: ยุคสมัยของการอุดหนุนแบบเจาะจงกลุ่ม (Segmentation)

ในมุมมองของการเยียวยา ดร.การดี เลียวไพโรจน์ และนายพิทักษ์เดช เดชเดโช เห็นพ้องว่ารัฐบาลควรยุติมาตรการช่วยเหลือแบบ "หว่านแห" ที่ไร้ประสิทธิภาพ เช่น โครงการธงเขียวพลัสที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เพียง 0.1% เท่านั้น โดยเสนอให้เปลี่ยนเป็นการอุดหนุนฝั่งอุปสงค์ด้วยความแม่นยำ (Precision Demand-side) ผ่านระบบคูปองปุ๋ยและปัจจัยการผลิตที่ส่งตรงถึงเกษตรกรและชาวประมงตามฐานข้อมูลจริง เพื่อลดผลกระทบจากค่าขนส่งที่สวนทางกับราคาพืชผล พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลห่วงโซ่ราคา (Value Chain) เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสโก่งราคาสินค้าในกลุ่ม SMEs

พิทักษ์เดช เดชเดโช

บทสรุปและแนวโน้มในอนาคต

วิกฤตพลังงานครั้งนี้เป็น "บททดสอบความสามารถทางการเมือง" ที่รัฐบาลไม่อาจใช้ปัจจัยภายนอกเป็นเกราะกำบังได้อีกต่อไป แนวโน้มในอนาคต หากรัฐบาลยังเพิกเฉยต่อการตรวจสอบสต็อกน้ำมันและไม่นำเครื่องมือทางภาษีมาใช้ จะนำไปสู่ "วิกฤตศรัทธา" ที่รุนแรงกว่าเดิม ผลกระทบ ที่เห็นชัดคือต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงจนภาคธุรกิจรายย่อยล้มละลาย แนวทางแก้ไข ที่เร่งด่วนที่สุดคือการนำข้อเสนอจากสภาฯ ทั้งการเก็บภาษีลาภลอย และการใช้ระบบคูปองเจาะจงกลุ่มไปปฏิบัติจริง เพื่อสร้างความโปร่งใสและคืนความเป็นธรรมให้แก่ผู้บริโภคก่อนที่เศรษฐกิจจะล่มสลาย

 

 

ข่าวล่าสุด

ทองคำพุ่ง 2,200 บาท รับราคาน้ำมันลง ลุ้นเจรจาสหรัฐ-อิหร่าน