สมาคมนักข่าวฯจี้กกต.ทบทวนดำเนินคดีช่างภาพ ห่วงกระทบเสรีภาพสื่อมวลชน
สมาคมนักข่าวฯ ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลกรณี กกต. แจ้งความช่างภาพสื่อดัง ข้อหาหนักอั้งยี่-แทรกแซงเลือกตั้ง จี้ทบทวนการดำเนินคดีโดยคำนึงถึงเจตนาสุจริต
KEY
POINTS
แสดงความห่วงใย: สมาคมฯ กังวลต่อการแจ้งความอาญาช่างภาพ SPACEBAR กรณีถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งและต้นขั้ว ณ หน่วยเลือกตั้งเขตคันนายาว เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569
ค้านข้อหารุนแรง: การตั้งข้อหาลักษณะ "อั้งยี่" ที่มีโทษสูง อาจสร้างบรรยากาศแห่งความหวาดกลัว และกระทบต่อการตรวจสอบความโปร่งใสในระบอบประชาธิปไตย
เรียกร้องความเป็นธรรม: ขอให้ กกต. พิจารณาแยกแยะระหว่างการแทรกแซงการเลือกตั้ง กับการปฏิบัติหน้าที่ตามวิชาชีพสื่อมวลชนที่ได้รับการรับรองตามรัฐธรรมนูญ
จากกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินคดีอาญาต่อช่างภาพสำนักข่าว SPACEBAR โดยกล่าวหาว่าพยายามถอดรหัสคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลผู้ใช้สิทธิ ระหว่างการลงคะแนนใหม่ที่เขตคันนายาวนั้น ล่าสุดสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยได้ออกแถลงการณ์แสดงความเป็นห่วงอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ดังกล่าว
สมาคมฯ ระบุว่าแม้จะเคารพหลักเกณฑ์ของ กกต. ในเรื่องการรักษาความลับของการลงคะแนน แต่การบังคับใช้กฎหมายต่อสื่อมวลชนต้องยึดหลักความจำเป็นและความได้สัดส่วน โดยต้องพิจารณาเจตนาและบริบทของการทำงานอย่างรอบด้าน เนื่องจากสื่อมวลชนมีหน้าที่รายงานข้อเท็จจริงและตรวจสอบความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้ง
นอกจากนี้ การดำเนินคดีในข้อหาที่ร้ายแรงอย่าง "ความผิดฐานอั้งยี่" ซึ่งมีบทลงโทษสูง อาจถูกตีความได้ว่าเป็นการจำกัดหรือกดทับการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน เสรีภาพในการแสวงหาข้อเท็จจริงเป็นสิทธิที่ได้รับการรับรองตามรัฐธรรมนูญและหลักสิทธิมนุษยชนสากล การใช้กฎหมายในลักษณะนี้จึงต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังสูงสุด
ในตอนท้ายของแถลงการณ์ สมาคมฯ เรียกร้องให้ กกต. ทบทวนการฟ้องร้องดังกล่าว โดยคำนึงถึงเจตนาสุจริตของผู้ปฏิบัติงาน เพื่อไม่ให้กระทบต่อสิทธิเสรีภาพในการรับรู้ข่าวสารของประชาชน และเพื่อรักษาบรรยากาศความน่าเชื่อถือของการเลือกตั้งในภาพรวม


