posttoday

ชี้ชะตา"ประชาชน"เผชิญความเสี่ยงยุบพรรคปมไอโอสีส้ม-ข้อมูลส่วนตัว

23 กุมภาพันธ์ 2569

พรรคประชาชนสำลักพิษข่าวฉาว หลังอดีต สส. แฉปฏิบัติการไอโอโยงบริษัทนอมินีเลขาฯ พรรค พร้อมปมเก็บรหัสเลเซอร์หลังบัตรส่อพิรุธ ดันสถิติจ่อคดียุบพรรคครั้งที่ 3

KEY

POINTS

  • ปฏิบัติการไอโอสีส้ม: ข้อกล่าวหาการใช้บริษัท "สเปคเตอร์ ซี" ทำไอโอโจมตีผู้เห็นต่าง โดยมีความเชื่อมโยงกับเลขาธิการพรรคผู้เคยเป็นหุ้นส่วนใหญ่
  • พิรุธรหัสเลเซอร์ ID: การเก็บข้อมูลหลังบัตรประชาชนที่เกินความจำเป็น ซึ่งกรมการปกครองยืนยันชัดเจนว่า "ยังไม่อนุมัติ" ให้พรรคเชื่อมต่อระบบฐานข้อมูล
  • นิติสงครามจ่อยุบพรรค: การถูกร้องเรียนต่อ กกต. ในประเด็นจูงใจผลเลือกตั้งผ่านไอโอ ซึ่งอาจนำไปสู่การยุบพรรคครั้งที่ 3 ของขั้วการเมืองสีส้ม

ในแวดวงการเมืองไทยตลอดหลายสิบปีนับแต่การก่อตั้งพรรคก้าวไกล อนาคตใหม่ จนถึงพรรคประชาชน พรรคขั้วสีส้มมักเผชิญกับ "นิติสงคราม" และแรงเสียดทานจากภายนอกอยู่เสมอ

ทว่าวิกฤตครั้งล่าสุดของ "พรรคประชาชน" ดูจะแตกต่างออกไป เพราะคราวนี้ชนวนเหตุเกิดจาก "คนกันเอง" ที่ออกมาเปิดแผลสด จนลุกลามกลายเป็นคดีความที่อาจนำไปสู่การยุบพรรคเป็นครั้งที่ 3 ในรอบไม่กี่ปี

ปมร้อน "สเปคเตอร์ ซี" และปฏิบัติการไอโอ

จุดเริ่มต้นของพายุมาจากการทิ้งบอมบ์ของ ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กทม. ที่ออกมาเปิดโปงการดำรงอยู่ของ "ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร" หรือ IO ภายในตึกที่ทำการพรรค โดยพุ่งเป้าไปที่บริษัท สเปคเตอร์ ซี (Specter C) ซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 4 ของตึกอนาคตใหม่เดิม ข้อมูลที่น่าสนใจคือบริษัทนี้จดทะเบียนในปี 2563

โดยมีชื่อของ นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคคนปัจจุบัน เคยเป็นหุ้นส่วนใหญ่ ก่อนจะโอนหุ้นออกไปเมื่อมารับตำแหน่งทางการเมือง ข้อกล่าวหานี้รุนแรงตรงที่ถูกระบุว่า มีการใช้ไอโอถล่มอดีตคนกันเองที่เห็นต่างหรือไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งถือเป็นจุดตายที่ขัดต่อภาพลักษณ์ "การเมืองใหม่" ที่พรรคพยายามนำเสนอต่อสังคมมาโดยตลอด

ปริศนา "เลเซอร์ ID" และรอยร้าวกับกรมการปกครอง

อีกหนึ่งประเด็นที่แหลมคมคือการจัดเก็บข้อมูลส่วนตัวที่ลึกเกินความจำเป็น พรรคประชาชนถูกตั้งคำถามว่า เหตุใดการสมัครสมาชิกต้องขอ "รหัสเลเซอร์ ID" หลังบัตรประชาชน ซึ่งเป็นข้อมูลอ่อนไหวระดับสูงสุด

แม้พรรคจะอ้างว่าได้ปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA และมีการเชื่อมระบบกับกรมการปกครองเพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์ แต่ทว่า "หนังคนละม้วน" ก็เกิดขึ้น เมื่อกรมการปกครองออกมาชี้แจงสวนทางว่า "ยังไม่อนุมัติ" ให้พรรคดำเนินการเชื่อมต่อระบบ

ข้อมูลนี้จึงกลายเป็นหลักฐานสำคัญที่ฝ่ายตรงข้ามนำมาใช้โจมตีว่า พรรคอาจนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ในวัตถุประสงค์อื่นที่มิชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

การโต้กลับและเดิมพันด้วยการ "ยุบพรรค"

แกนนำพรรคชุดปัจจุบันทั้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และ พริษฐ์ วัชรสินธุ ต่างออกมาประสานเสียงปฏิเสธ ยืนยันว่าไม่มีการจ้างทำไอโอเพื่อบิดเบือนข้อมูลหรือโจมตีคู่แข่ง มีเพียงการทำ Social Listening เพื่อมอนิเตอร์กระแสสังคม และการจ้างบริษัทภายนอกผลิตสื่อสร้างสรรค์อย่างกราฟิกและวิดีโอเท่านั้น โดยมองว่านี่คือกระบวนการสื่อสารการเมืองตามปกติในยุคดิจิทัล

อย่างไรก็ตาม ปลายทางของเรื่องนี้ไม่ได้จบลงแค่การโต้ตอบกันในพื้นที่ข่าว เมื่อ นายศรีสุวรรณ จรรยา ได้ยื่นเรื่องต่อ กกต. ให้ตรวจสอบว่าพฤติการณ์เหล่านี้เข้าข่ายกระทำผิด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองหรือไม่

หากพิสูจน์ได้ว่ามีการใช้ทรัพยากรพรรคหรือนอมินีสร้างข้อมูลเท็จเพื่อจูงใจผลการเลือกตั้ง พรรคประชาชนอาจเดินตามรอย "อนาคตใหม่" และ "ก้าวไกล" สู่คำวินิจฉัยยุบพรรคในที่สุด ถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ว่าอุดมการณ์สีส้มจะก้าวข้ามผ่านวิกฤตความเชื่อมั่นและข้อกฎหมายในครั้งนี้ไปได้อย่างไร

ข่าวล่าสุด

PROUD โชว์ "เวหา หัวหิน" ยิลด์พุ่ง 17% พร้อมอัปเดตทางเดินสู่หัวหิน