posttoday

ผ่าปมภาษีหุ้นชินคอร์ป 1.7 หมื่นล้าน ยึดทรัพย์ต่างประเทศยาก

19 พฤศจิกายน 2568

ดร.ณัฏฐ์ชี้ คดีภาษีหุ้นชินคอร์ปของทักษิณ แม้ศาลฎีกายกฟ้องเพิกถอนประเมิน แต่หนี้ยังบังคับคดีได้ ยึดทรัพย์ในไทยทำได้ทันที ต่างประเทศติดเงื่อนไขประเทศปลายทาง

KEY

POINTS

  • ศาลฎีกายกฟ้องคำร้องของนายทักษิณ แต่หนี้ภาษีหุ้นชินคอร์ปมูลค่า 1.76 หมื่นล้านบาทยังคงสามารถบังคับคดีได้ตามกฎหมาย
  • การบังคับคดียึดทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศเพื่อชำระหนี้ภาษีทำได้ค่อนข้างยาก เพราะขึ้นอยู่กับความยินยอมของประเทศปลายทาง
  • ศาลวินิจฉัยว่าการใช้ตัวแทนถือหุ้นและโอนในราคาต่ำกว่าตลาดถือเป็น "เงินได้พึงประเมิน" ซึ่งตัวการไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดได้

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 ดร.ณัฏฐ์ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ให้ความเห็นต่อคดีภาษีหุ้นบริษัทชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มูลค่า 17,600 ล้านบาท ของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังศาลฎีกามีคำพิพากษายกฟ้องคำร้องเพิกถอนคำสั่งประเมินภาษีของกรมสรรพากร แต่ “หนี้ภาษี” ยังคงบังคับคดีได้ตามกฎหมาย
 

ดร.ณัฏฐ์ วงศ์เนียม

ดร.ณัฏฐ์อธิบายว่า แม้คดีนี้เป็นคดีที่นายทักษิณเป็น “โจทก์” ฟ้องเพิกถอนคำสั่ง ไม่ใช่กรมสรรพากรฟ้องเรียกชำระภาษี แต่ตามกฎหมาย หนี้ภาษีสามารถนำไปบังคับคดีได้ทันทีโดยไม่ต้องยื่นฟ้องก่อน ดังนั้น"คำพิพากษายกฟ้อง"ไม่ใช่การ"ตัดสิทธิรัฐ"ในการบังคับคดี

ประเด็นสำคัญที่สังคมจับตาคือ การยึดทรัพย์ในต่างประเทศ ดร.ณัฏฐ์ระบุว่า การยึดหรืออายัดทรัพย์ในประเทศไทยทำได้ตามขั้นตอนปกติ แต่หากทรัพย์อยู่ต่างประเทศ อัยการสูงสุดต้องยื่นคำร้องต่อรัฐนั้น ๆ ซึ่งจะดำเนินการให้หรือไม่ขึ้นกับ “ความยินยอมของประเทศปลายทาง” ทำให้การบังคับคดีข้ามพรมแดนมีโอกาสสำเร็จ “ค่อนข้างยาก”
 

สำหรับที่มาและข้อเท็จจริงของคดี ศาลวินิจฉัยจากโครงสร้างการโอนหุ้นของบริษัทแอมเพิล ริช ที่เกี่ยวข้องกับการถือหุ้นแทน การลดพาร์หุ้น และการขายหุ้นในราคาต่ำกว่าตลาด ซึ่งนำไปสู่ประเด็น “เงินได้พึงประเมิน” ตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร แม้ใช้ตัวแทนถือหุ้น ศาลตีความว่า ตัวการต้องถือว่าได้รับแจ้งประเมินแล้วตามหลักกฎหมายตัวแทนในประมวลแพ่งและพาณิชย์

คำพิพากษาศาลฎีกาย้ำว่าเป็นพฤติการณ์ “ผิดจริยธรรมทางภาษี” และเป็นบรรทัดฐานที่ทำให้ตัวการไม่สามารถอ้างว่าไม่ได้รับแจ้งประเมินภาษีเพื่อหลีกเลี่ยงความรับผิดได้.

 

ข่าวล่าสุด

ตรวจเข้มผู้ค้าน้ำมันทั่วประเทศ ป้องกันกักตุน - ลักลอบจำหน่าย