
เปิดคำชี้แจงของนายกฯแพทองธารปมคลิปเสียงสนทนาฮุนเซน
เปิดคำชี้แจงของนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ในประเด็นหลักกรณีคลิปเสียงสนทนาฮุนเซน ศาลรธน.ชี้ขาด29ส.ค.68
KEY
POINTS
- น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ยืนยันต่อศาลรัฐธรรมนูญว่าไม่ได้กระทำการใดที่ขัดต่อประมวลจริยธรรมหรือทำให้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเสื่อมเสีย
- ได้ยื่นขอให้ศาลไต่สวนพยานผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ปากเพื่อพิสูจน์เจตนา แต่ศาลอนุญาตให้ไต่สวนเพียง 2 ปาก คือตนเองและเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ
- ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งปัดตกคำร้องขอให้ยกเลิกคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยให้คำสั่งยังคงมีผลบังคับใช้จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย
ศาลรัฐธรรมนูญนัดลงมติและอ่านคำวินิจฉัยชี้ขาดสถานะนายกรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ในวันที่ 29 สิงหาคม 2568 โดยคดีนี้มีต้นเหตุจากคลิปเสียงที่ น.ส.แพทองธาร สนทนากับสมเด็จฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ซึ่ง ส.ว. ได้ยื่นคำร้องกล่าวหาว่าเธอขาดความซื่อสัตย์สุจริตและฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยในวันที่ 21 สิงหาคม ศาลได้นัดไต่สวนพยาน 2 ปาก คือ น.ส.แพทองธาร และนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)
ประเด็นหลักในคำชี้แจงของ น.ส.แพทองธาร
ในคำชี้แจงต่อศาล น.ส.แพทองธารยืนยันว่าไม่ได้กระทำการใดอันขัดต่อประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง และไม่ได้ทำให้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเสื่อมเสีย พร้อมทั้งได้ชี้แจงในประเด็นสำคัญ ดังนี้
การขอไต่สวนพยาน: น.ส.แพทองธารได้ขอให้ศาลไต่สวนพยานผู้ทรงคุณวุฒิ 5 คน เพื่อให้ข้อมูลรอบด้านและพิสูจน์เจตนาที่แท้จริงในการสนทนากับสมเด็จฮุน เซน โดยพยานที่ขอได้แก่:
- นายฉัตรชัย บางชวด (เลขาฯ สมช.)
- นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ (ปลัดกระทรวงมหาดไทย)
- พล.อ.ภุชงค์ รัตนวรรณ (อดีตผู้เชี่ยวชาญด้านกัมพูชา)
- พล.ท.พุฒิพงษ์ ชีพสมุทร (รองเจ้ากรมพระธรรมนูญทหาร)
- นายธนาธิป อุปัติศฤงค์ (อดีตทูต)
อย่างไรก็ตาม ศาลรัฐธรรมนูญ อนุญาตให้ไต่สวนเฉพาะ น.ส.แพทองธาร และนายฉัตรชัย บางชวด เท่านั้น และไม่อนุญาตให้ไต่สวนพยานอีก 4 คนที่เหลือ
คำขอให้ยกเลิกคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่: น.ส.แพทองธารได้ขอให้ศาลยกเลิกคำสั่งให้เธอหยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยให้เหตุผลว่าการที่เธอยังคงทำหน้าที่ต่อไปนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและอธิปไตยของชาติ รวมถึงช่วยสร้างแรงกดดันทางจิตวิทยาต่อกัมพูชา และแสดงถึงความเข้มแข็งของไทย แต่ศาล ได้มีคำสั่งปัดตกคำขอดังกล่าว และยืนยันให้คำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ยังคงมีผลบังคับใช้จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย.







