posttoday

"พรรคประชาชน" แนะ แก้ปัญหา PM2.5 ทำได้เลย 5 ด้าน ไม่ต้องรอ พ.ร.บ.อากาศสะอาด

24 มกราคม 2568

"พรรคประชาชน" แนะรัฐบาล แก้ปัญหา PM2.5 ทำได้เลย 5 ด้าน ไม่ต้องรอ พ.ร.บ.อากาศสะอาด ลั่น! "ทุกนาทีที่ล่าช้า ปล่อยปละละเลย แลกกับอากาศบริสุทธิ์และปอดของประชาชน"

พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงการแก้ไขปัญหาฝุ่นที่ต้นตอ โดยระบุว่า เกือบหนึ่งปีครึ่งของรัฐบาลนำโดยพรรคเพื่อไทย ซึ่งเคยหาเสียงด้วยนโยบาย ‘แก้ PM2.5 ที่ต้นตอ’ เราแทบไม่เห็นการทำงานที่จริงจังหรือผลลัพธ์ที่ชัดเจน วันนี้หลายจังหวัดในประเทศไทยกลายเป็นเมืองจมฝุ่น ประชาชนไม่มีแม้แต่อากาศบริสุทธิ์หายใจ เศรษฐกิจการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบถ้วนหน้า


พรรคประชาชนเคยเสนอหลายต่อหลายครั้ง ว่ารัฐบาลต้องตระหนักถึงความสำคัญของ ‘เวลา’ ช่วงที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหา PM2.5 คือช่วงก่อนเกิดฝุ่นซึ่งคาดการณ์ได้ ไม่ใช่มาตามแก้เมื่อจวนตัว 


วันนี้จึงขอชวนประชาชนตรวจการบ้านรัฐบาล ที่ผ่านมามีเรื่องไหนที่ควรทำได้เร็วแต่กลับช้า มีเรื่องไหนที่ทำได้เลย ไม่ต้องรอ พ.ร.บ.อากาศสะอาด แต่ตอนนี้ยังไม่ทำ และหวังว่าหลังจากนี้เราจะเห็นรัฐบาลใส่ใจติดตามปัญหา แก้ไข PM2.5 ด้วยความกระตือรือร้น เฉกเช่นเดียวกับความกระตือรือร้นที่รัฐบาลมีต่อนโยบายอื่นๆ

พรรคประชาชน

โดยสามารถแก้ปัญหา PM2.5 ที่ต้นตอ ทำได้เลย 5 ด้าน ดังนี้

พรรคประชาชน

ด้านที่ 1 งบประมาณ 

เนื่องจากรัฐบาลจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 ไม่เพียงพอ จึงต้องใช้เงินก้อนอื่นในการแก้ปัญหา

งบก้อนแรก "เงินทดรองราชการ" กรมบัญชีกลางต้องเร่งจัดทำแก้ไขระเบียบเงินทดรองราชการให้เหมาะสมสำหรับปัญหา PM2.5 หรือเรียกว่าระเบียบเงินภัยพิบัติ ให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2567 ตอนนี้รัฐบาลยังทำไม่เสร็จ

งบก้อนที่สอง "งบกลาง" รัฐบาลต้องให้แต่ละจังหวัด แต่ละกรม แต่ละกระทรวง ทำแผนการใช้งบกลางไว้ล่วงหน้า เสร็จช้าที่สุดในเดือนพฤศจิกายน แล้วเสนอให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติพิจารณาว่าส่วนไหนที่ใช้กองทุนสิ่งแวดล้อมได้

 

จากนั้นเสนอให้ ครม. พิจารณาล่วงหน้าตั้งแต่เดือนธันวาคม ถ้าทำแบบนี้ จะสามารถใช้งบกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพ หน่วยงานไม่ต้องมานั่งรอการอนุมัติเสียเวลาอีกเป็นเดือน กว่าเงินจะไปถึง ฝุ่นก็ไปหมดแล้วแต่ตอนนี้จะสิ้นเดือนมกราคม 2568 แล้ว เรื่องยังไม่ผ่านมติ ครม.

 

งบก้อนที่สาม "งบท้องถิ่น" ซึ่งมีบทบาทดูแลไฟป่าในพื้นที่ป่าสงวนทั่วประเทศ งบประมาณรายจ่ายปี 2568 ท้องถิ่นของบ 1.3 พันล้านให้อบต. 1,800 แห่ง ได้รับอนุมัติแค่ 90 แห่งหรือ122 ล้านบาทเท่านั้น

พรรคประชาชน

ด้านที่ 2 กฎหมาย

1. มีหลาย พ.ร.บ. ที่สามารถออกกฎหมายลูกที่จำเป็นต่อการแก้ปัญหาฝุ่นพิษได้ ที่สำคัญเช่น พ.ร.บ.มาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ.2551 รัฐบาลต้องออกมาตรฐานบังคับสินค้าเกษตรไม่เผาไม่ทำลายป่า และออกเกณฑ์การจัดทำรายงานด้านสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่อุปทานของผู้ประกอบการ

 

2.ให้กระทรวงพาณิชย์ออกประกาศห้ามนำเข้าสินค้าเกษตรที่เผาหรือทำลายป่า และเพิ่มเงื่อนไขเรื่องสิ่งแวดล้อมในประกาศนำเข้าข้าวโพด เลี้ยงสัตว์แบบปลอดภาษี และให้ระบุพิกัดแปลงเพาะปลูก (Geo-location) รวมถังมาตรการเอาผิดให้ชัดเจน เพื่อหน่วยงานต่างๆ สามารถใช้ระบบ ตรวจสอบย้อนกลับติดตามได้ สองเรื่องนี้ รัฐบาลพูด แต่ไม่ทำ

 

3. รัฐบาลต้องทบทวนโรคจากสิ่งแวดล้อมตาม พ.ร.บ.โรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2522 ให้ครอบคลุมทุกโรคจากมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะ "มะเร็งปอด" ต้องเป็นโรคที่ป้องกันและเฝ้าระวังให้ประชาชน

 

ตามไทม์ไลน์คือควรทบทวนให้เสร็จและออกประกาศภายในสิ้นปี 2567 เพื่อให้กรมควบคุมโรคและศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์สามารถวางแผนการดำเนินการในช่วงเผชิญเหตุได้อย่างครอบคลุมมากที่สุด เรื่องนี้รัฐบาลก็ยังไม่ทำ

พรรคประชาชน

ด้านที่ 3 ไฟเกษตร

ต้นตอฝุ่นพิษ PM2.5 ที่สำคัญ มาจากการเผาไหม้ในภาคการเกษตร ดังนั้น

1. รัฐบาลต้องบูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลพื้นที่เพาะปลูกเกษตรกรรม หรือ AGRI-MAP ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ข้อมูลพื้นที่เพาะปลูกอ้อยของสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย, ข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ Burnscar ของ GISTDA ที่สามารถนำมารวมกันแล้วนำเสนอต่อประชาชนให้ทราบว่าพื้นที่เผาไหม้แต่ละวันเกิดจากพื้นที่ไหน ปริมาณกี่ไร่ และรัฐบาลมีมาตรการกับพื้นที่เหล่านั้นอย่างไร แต่รัฐบาลไม่ทำเลย

 

2. รัฐบาลต้องช่วยเหลือเกษตรกรในการปรับตัวไปปลูกพืชชนิดอื่นที่เหมาะสมกับพื้นที่และไม่มีที่มาจากการเผา เร่งให้ความชัดเจนว่าจะสนับสนุนในแต่ละฤดูกาลผลิตอย่างไร เพื่อให้เกษตรกรสามารถวางแผนจัดการเรื่องต้นทุนได้แต่เนิ่นๆ

 

แต่สิ่งที่รัฐบาลทำ...

- โครงการอุดหนุนชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ยังไม่มีหลักเกณฑ์เรื่องสิ่งแวดล้อมหรือเงื่อนไขด้านการเผา

- จ่ายอ้อยสด 120 บาท/ตัน ผ่านมติคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายตั้งแต่เดือนปลายเดือนตุลาคม 2567 แต่จนตอนนี้เรื่องยังไม่เข้าที่ประชุมให้มีมติ ครม. ทั้งที่อ้อยเปิดหีบมากว่าหนึ่งเดือนแล้ว

 

3. ออกมาตรการสำหรับโรงงานรับอ้อยไฟไหม้เร่งออกระเบียบปรับเงินค่าอ้อยไฟไหม้ และกำหนดเกณฑ์การรับซื้ออ้อยไฟไฟไหม้ของแต่ละโรงงาน ให้มีผลบังคับใช้ทันทีแม้ตอนนี้รัฐบาลมีมาตรการปรับโรงงานที่รับอ้อยไฟไหม้มากกว่า 25% ตันละ 130 บาท แต่ยังเป็นแค่ร่าง ยังไม่บังคับใช้ จึงต้องใช้กฎหมายอื่นมาบังคับใช้ทางอ้อมเพื่อปัดโรงงานชั่วคราว เช่น กรณีการสั่งปิดโรงงานน้ำตาลไทยอุดรธานี จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 17 มกราคมที่ผ่านมา ทั้งที่มีกฎหมายสามารถบังคับใช้ได้

 

พรรคประชาชน

ด้านที่ 4 ไฟป่า

1.จัดทำ 'แผนที่เสี่ยง' ที่ใช้งานต่อได้ง่าย แสดงรายละเอียดสำคัญเช่น พื้นที่เกิดไฟซ้ำซาซาก ความยากง่ายในการเข้าพื้นที่ ดัชนีการติดไฟ ดัชนีความรุนแรงไฟ ดัชนีการลุกลามของไฟ พื้นที่ชิงเผาและแนวกันไฟตอนนี้มีแผนที่เสี่ยง แต่ไม่ละเอียด ระบุแค่พื้นที่เกิดไฟซ้ำซาก

 

2. เตรียมพร้อมศูนย์บัญชาการ คลังอุปกรณ์บุคลากร พื้นที่แนวกันไฟพร้อมช่วงเวลาจัดทำที่เหมาะสม ทุกภาคส่วนทำงานร่วมกัน โดยรัฐบาลควรประสานกับเอกชนเพื่อจัดหาประกันสุขภาพ-ประกันชีวิตให้เจ้าหน้าที่และอาสาที่ลงไป ดับไฟทุกคน เนื่องจากรัฐบาลจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 ไม่เพียงพอ ส่งผลให้อุปกรณ์ป้องกันตัวและอุปกรณ์ดับไฟไม่เพียงพอ และตอนนี้งบกลางก็ยังไม่ออก

3. การเปิดเผย 'พื้นที่ชิงเผา' เพื่อบริหารจัดการเชื้อเพลิงทุกวันนี้แม้มีข้อมูลพื้นที่ชิงเผา แต่เข้าถึงยากและข้อมูลขาดรายละเอียด

พรรคประชาชน

ด้านที่ 5 การแจ้งเตือนและฐานข้อมูล

1. จัดทำหลักเกณฑ์ที่ต้องแจ้งเตือนประชาชนและเกณฑ์การประกาศเขตภัยพิบัติ ให้เสร็จภายในสิ้นปี เพราะเมื่อมีกรอบ กฎเกณฑ์ที่ชัดเจน ทางกระทรวง จังหวัด ปภ. จะสามารถวางแผนล่วงหน้าสำหรับการใช้งบประมาณในการเผชิญเหตุได้แต่จนถึงวันนี้ เกณฑ์ที่ต้องแจ้งเตือนประชาชนยังไม่มี เกณฑ์การประกาศเขตภัยพิบัติ ยังปรับปรุงไม่เสร็จ

 

2. เร่งจัดทำระบบแจ้งเตือนประชาชน

- Cell broadcast รัฐบาลเลื่อนไปเดือนกรกฎาคม 2568 ซึ่งกว่าจะถึงตอนนั้น ฝุ่นก็หาย

แล้ว

- Location-based SMS ทุกวันนี้เรามี MOU ร่วมกับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในการแจ้งเตือนสาธารณภัยโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายอยู่แล้ว สามารถให้กรม ปภ. จัดการได้เลย แต่เรื่องนี้ก็ยังไม่ทำ

- Application Alert ในแอปของภาครัฐมีการแจ้งเตือนอยู่

 

“การแก้ปัญหา PM2.5รัฐบาลต้องตระหนักความสำคัญของเวลา ต้องเข้าใจ ใส่ใจ เตรียมการล่วงหน้าไม่ใช่ตามแก้เมื่อจวนตัว ทุกนาทีที่รัฐบาลล่าช้า ปล่อยปละละเลย แลกกับอากาศบริสุทธิ์และปอดของประชาชน”

ข่าวล่าสุด

เปิดข้อเท็จจริงระบบพลังงาน เช็คสต๊อกน้ำมันแบบเรียลไทม์ทำได้จริงไหม?