
ป.ป.ช.เกาะติดปมขยายสัมปทานดอนเมืองโทลล์เวย์-ทางด่วนศรีรัช
หวั่นรัฐเสียค่าโง่ เอื้อประโยชน์คู่สัญญา ป.ป.ช.เกาะติดปมขยายสัมปทานดอนเมืองโทลล์เวย์-ทางด่วนศรีรัช ทำหนังสือเรียกข้อมูลจากอธิบดีกรมทางหลวง - ผู้ว่าการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ชี้แจง7สิงหาคม2567
เมื่อวันที่ 2สิงหาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอุทิศ บัวศรี รองเลขาธิการฯ ปฏิบัติราชการแทน เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีหนังสือที่ ปช.0008/0126 ลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2567 ถึง อธิบดีกรมทางหลวง เรื่อง ขอทราบข้อเท็จจริงพร้อมเอกสารประกลบเกี่ยวกับการแก้ไขสัญญาสัมปทานทางยกระดับดอนเมือง โดยขอให้มีการจัดส่งข้อมูลพร้อมทั้งเอกสารที่เกี่ยวข้องให้สำนักงาน ป.ป.ช. ภายในวันที่ 7 สิงหาคม 2567
หนังสือฉบับดังกล่าวระบุว่า ป.ป.ช.โดยสำนักเฝ้าระวังและประเมินสภาวการณ์ทุจริตได้ดำเนินการติดตามเฝ้าระวังการแก้ไขสัญญาสัมปทานระหว่างรัฐและเอกชน กรณีการแก้ไขสัญญาสัมปทานทางยกระดับดอนเมือง
ระหว่างกรมทางหลวง กับบริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน)
"ทราบว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มอบหมายให้กรมทางหลวง เร่งรัดหาแนวทางในการเจรจากับบริษัท ทางยกระดับดอนเมืองจำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นคู่สัญญาสัมปทานทางยกระดับตอนเมือง เพื่อขอปรับลดค่าผ่านทางลง แลกเปลี่ยนกับการขยายอายุสัญญาสัมปทานออกไป"
สำนักเฝ้าระวังและประเมินสภาวการณ์ทุจริต พิจารณาแล้วเห็นว่ามีความเสี่ยงที่อาจทำให้รัฐเสียผลประโยชน์ และอาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนคู่สัญญา ดังนั้น เพื่อให้ได้รับทราบข้อเท็จจริงที่ถูกต้องสำนักงาน ป.ป.ช. จึงขอทราบข้อเท็จจริงพร้อมทั้งเอกสารประกอบ
ในหนังสือฉับเดียวกันนี้ ได้มีประเด็นคำถามเพื่อให้อธิบดีกรมทางตอบ ดังนี้
1. ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนว่า ได้มอบหมายให้
กรมทางหลวงเจรจากับบริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) คสัญญาสัมปทานทางยกระดับดอนเมือง
ในการปรับลดค่าผ่านทาง ปัจจุบันกรมทางหลวงได้ดำเนินการไปคืบหน้ามามากน้อยเพียงใด
2. กรมทางหลวงได้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมในการแก้ไขสัญญาสัมปทานดังกล่าวหรือไม่
อย่างไร และประชาชนมีส่วนร่วมหรือไม่
3. เนื่องจากสัญญาสัมปทานจะสิ้นสุดลงในปี พ.ศ. 2577 ซึ่งทรัพย์สินทั้งหมดจะตกเป็นของ
กรมทางหลวง ทำให้รัฐสามารถกำหนดอัตราค่าผ่าผ่านทางได้เองโดยไม่กระทบกับประชาชน เหตุใดกรมทางหลวง
จึงไม่รอให้สัญญาสิ้นสุดแล้วดำเนินการเอง
4. ขอข้อมูลรายได้ของทางยกระดับตอนเมืองในระยะเวลา ๕ ปีที่ผ่านมา
5.การดำเนินการตามสัญญา เป็นการใช้บังคับตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและ
เอกชน พ.ศ.2566 หรือใช้บังคับตามพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556
เนื่องจากมีบทเฉพาะกาลที่ใช้บังคับตามปี พ.ศ. 2556
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นายอุทิศ บัวศรี รองเลขาธิการฯ ปฏิบัติราชการแทน เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีหนังสือที่ ปช.0008/0127 ลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2567 ถึงผู้ว่าการทางพิเศษแห่งประเทศไทย เรื่อง ขอทราบข้อเท็จจริง พร้อมเอกสารประกอบเกี่ยวกับการแก้ไขสัญญาสัมปทานทางพิเศษศรีรัช
โดยประเด็นคำถาม1ฉบับให้จัดส่งข้อมูลกลับไปที่สำนักงานป.ป.ช.ภายในวันเดียวกับที่มีหนังสือถึงอธิบดีกรมทางหลวง เรื่อง ขอทราบข้อเท็จจริงพร้อมเอกสารประกลบเกี่ยวกับการแก้ไขสัญญาสัมปทานทางยกระดับดอนเมือง ซึ่งมีประเด็นคำถามดังนี้
1. เนื่องจากสัญญาสัมปทานทางพิเศษศรีรัชฉบับแก้ไขจะสิ้นสุดในปี พ.ศ. 2578 และทรัพย์สินทั้งหมดจะตกเป็นของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ทำให้รัฐสามารถกำหนดอัตราค่าผ่าผ่านทางได้เองโดยไม่กระทบกับเอกชนคู่สัญญา เป็นเพราะเหตุใด กทพ. จึงเร่งรัดดำเนินการแก้ไขสัญญาสัมปทานทางพิเศษศรีรัช ภายในเดือนสิงหาคม 2563
2.ขอทราบเหตุผลในการปรับลดสัดส่วนรายได้จากเดิม ที่สัดส่วนรายได้ระหว่าง กทพ. และ BEM อยู่ที่ร้อยละ60 : 40ปรับสัตส่วนเป็นร้อยละ50 : 50 และมีการขยายระยะเวลาของสัญญาออกไปสิ้นสุดปี พ.ศ.2601
3.ปัจจุบันร่างแก้ไขสัญญาสัมปทานทางพิเศษศรีรัชอยู่ในขั้นตอนใด และได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างฐและเอกชน พ.ศ.ศ.2562 หรือไม่
4. ขอสำเนาร่างแก้ไขสัญญาสัมปทานทางพิเศษศรีรัชที่จะเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา
5. ขอข้อมูลรายได้ของทางพิเศษศรีรัชในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา
6. ขอรายงานการวิเคราะห์ต้นทุนผลประโยชน์ของโครงการ (Feasibility Study) พร้อมเอกสาร
ที่เกี่ยวข้อง
7. ขอข้อมูลการคำนวณมูลค่าปัจจุบัน ต้นทุนทั้งหมดตลอดอายุโครงการ ผลประโยชน์ทั้งหมด
ตลอดอายุโครงการ เปรียบเทียบระหว่างสัญญาฉบับปัจจุบันกับสัญญาฉบับใหม่
8. ต้นทุนการลงทุนในการก่อสร้างและการให้บริการ เปรียบเทียบรายได้ของรัฐเป็นอย่างไร
9. การดำเนินการตามสัญญา เป็นการใช้บังคับตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและ
เอกชน พ.ศ. 2566 หรือใช้บังคับตามพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ.ศ. 2556เนื่องจากมีบทเฉพาะกาลที่ใช้บังคับตามปี พ.ศ. 2556
10.โครงการก่อสร้างทางด่วนขั้นที่ 2 (Double Deck) มีการศึกษาผลกระทบ ความจำเป็น
ในการก่อสร้างหรือไม่ มติคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้อย่างไร และอัตราค่าผ่านทางที่จะเสนอปรับลดเหลือ 50 บาท ครอบคลุมถึงโครงการ Double Deck หรือไม่ อย่างไร







