
19ก.ค.ชี้ชะตา 'ยิ่งลักษณ์'
นัดชี้ชะตา 19 ก.ค.นี้ ที่จะได้รู้กันว่า ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะสามารถฝ่าด่าน กกต.
นัดชี้ชะตา 19 ก.ค.นี้ ที่จะได้รู้กันว่า ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะสามารถฝ่าด่าน กกต.
เดินหน้าสร้างประวัติศาสตร์เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกได้สำเร็จหรือไม่
จากท่าทีล่าสุดของ สดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการพรรคการเมือง เปิดเผยว่า กรรมการได้พิจารณารายละเอียดเสร็จแล้ว โดยไม่จำเป็นต้องเรียกยิ่งลักษณ์ มาชี้แจง รวมทั้งกรณีของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 จากพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะรู้ผลวันเดียวกัน
งานนี้จึงต้องรอลุ้นกันว่าคำวินิจฉัยของ กกต.จะออกมาอย่างไร
โดยเฉพาะท่ามกลางความเป็นห่วงในกรณีที่หาก กกต.ไม่ประกาศรับรอง ยิ่งลักษณ์ เหตุการณ์อาจลุกลามสู่ความปั่นป่วน ถึงขั้นนำไปสู่ความรุนแรงครั้งใหม่ได้
สะท้อนผ่านสัญญาณก่อนหน้านี้จาก“เสื้อแดง” และ “พรรคเพื่อไทย” ที่พูดทำนองว่าจะเกิดความปั่นป่วนจากมวลชน หาก ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้รับการรับรอง โดยพยายามหยิบยกเสียงกว่า 15.7 ล้านคน ที่เลือกพรรคเพื่อไทยเข้ามา รวมไปทั้งการจุดกระแสว่ามีขบวนการพยายามสกัดกั้นไม่ให้ ยิ่งลักษณ์ ขึ้นสู่เก้าอี้นายกฯ ยิ่งทำให้สถานการณ์เปราะบางมากยิ่งขึ้น
ทำให้ อภิสิทธิ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเรียกร้องให้ ยิ่งลักษณ์ หยุดการเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ไม่ต้องการเห็นการนำมวลชนมากดดันกระบวนการต่างๆ ซึ่งในส่วนของ กกต.ก็ควรมีกระบวนการที่โปร่งใส อย่างที่ขณะนี้มีหลายกรณีของคนที่ถูกแขวนแต่ยังไม่รับแจ้งข้อกล่าวหา และไม่มีโอกาสไปชี้แจงใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งตามปกติแล้ว กกต.จะต้องเปิดโอกาสให้ไปชี้แจง
ย้อนดูข้อกล่าวหาร้องเรียนของ ยิ่งลักษณ์ แบ่งเป็น 2 เรื่องใหญ่ คือ ให้สมาชิกบ้านเลขที่ 111 ทั้ง สมชาย และ เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ มาช่วยหาเสียง กับประเด็นเรื่อง “ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ” ซึ่งในประเด็นแรก ยิ่งลักษณ์ ยืนยันปฏิเสธว่าทั้งสองคนไม่ได้ไปช่วยหาเสียงแต่อย่างใด ส่วนผลจะออกมาอย่างไรคงต้องขึ้นอยู่กับคำวินิจฉัยของ กกต.
มองผลล่วงหน้า กรณีแรก หาก กกต.ไม่รับรอง ยิ่งลักษณ์ ทุกอย่างดูจะมุ่งสู่ความปั่นป่วน ทั้งจากมวลชนคนเสื้อแดงที่พร้อมจะออกมาเคลื่อนไหวกดดันในรูปแบบต่างๆ ยิ่งในวันที่แกนนำเสื้อแดงหลายคนที่อยู่ในบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ยังไม่ได้รับการรับรองด้วยเช่นกัน
คู่ขนานไปกับเวทีในสภาผู้แทนราษฎร ที่หากพรรคเพื่อไทยไม่สามารถดัน ยิ่งลักษณ์ เป็นนายกฯ ได้สำเร็จ ทางออกที่มองกันไว้ก็จะเป็นนายกฯ สำรอง ที่เริ่มมีชื่อกันออกมาบ้าง อาทิ ยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ที่ได้รับการรับรองผลการเลือกตั้งไปแล้ว หรืออาจจะเปิดให้สายฮาร์ดคอร์ขึ้นมาเป็นนายกฯ เดินเกมหนักตอบโต้ฝ่ายที่พยายามสกัดกั้นพรรคเพื่อไทย
อย่างไรก็ตาม ภายหลังการรายงานตัวต่อสภา ทั้ง ยงยุทธ และ พล.ต.อ.ประชา ได้ปฏิเสธเรื่องการถูกวางตัวเป็นนายกรัฐมนตรีสำรอง เนื่องจากเชื่อว่า ยิ่งลักษณ์ จะเป็นนายกฯ เชื่อว่าจะไม่มีอุบัติเหตุทางการเมืองเกิดขึ้น
กรณีที่สอง กกต.ประกาศรับรอง ยิ่งลักษณ์ ทุกอย่างก็จะเดินหน้าไปตามกระบวนการรัฐสภา ทั้งเลือกตั้งนายกฯ เดินหน้าทำงานตามนโยบายที่ได้หาเสียงไว้ เส้นทางนี้พรรคเพื่อไทยก็จะต้องไปเผชิญกับแรงเสียดทานอีกรูปแบบหนึ่ง โดยเฉพาะนโยบายร้อนที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์รุนแรง ไม่ว่าจะเป็นนโยบายขึ้นค่าจ้างเป็น 300 บาท เงินเดือนผู้จบปริญญาตรี 1.5 หมื่นบาท หรือถมทะเลสร้างเมืองใหม่
งานนี้หลายฝ่ายจึงมองว่าเป็นไปได้ที่ กกต.น่าจะรับรอง ยิ่งลักษณ์ มากกว่าการไม่รับรอง ทั้งด้วยเหตุผลเรื่องข้อกล่าวหา และไม่อยากให้คำตัดสินไปปลุกอารมณ์มวลชนที่เลือกพรรคเพื่อไทยเข้ามาถึง 265 ที่นั่ง อีกทั้งที่ผ่านมา กกต.ได้แสดงบทเอาจริงเอาจัง ลบล้างข้อกล่าวหาที่ถูกมองว่าไร้ประสิทธิภาพ ไม่สามารถจับทุจริตเลือกตั้งได้ ด้วยการประเดิมแจกใบเหลือง สมคิดบาลไธสง ผู้สมัคร สส.เขต 2 จ.หนองคาย พรรคเพื่อไทยไปแล้ว
ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์เอง กกต.จะวินิจฉัยกรณีของ อภิสิทธิ์ ในวันที่ 19 ก.ค.นี้ด้วยเช่นกัน แต่ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรก็คงไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรมากมาย ทั้งในสถานะของ อภิสิทธิ์ ที่ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค รอดูทิศทางในพรรคว่าจะเลือกกลับมารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคอีกหรือไม่ คำวินิจฉัยของ กกต.จึงจะเป็นอีกเงื่อนไขที่จะได้ลุ้นว่า อภิสิทธิ์ จะได้กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคต่อไปได้หรือไม่
ดังนั้น ในวันที่ 19 ก.ค.นี้ จึงเป็นห้วงเวลาสำคัญสำหรับการเมืองไทยที่จะต้องจับตาว่าจะเดินหน้ากันต่อไปอย่างไร!







