
รวบตร.เก๊อุ้มเหยื่อรีดทรัพย์
กองปราบฯ รวบตำรวจเก๊-แสบอุ้มเหยื่อเข้าลานจอกรถกองปราบฯ ก่อนไถเงิน-ปลดทอง เกือบ 3 แสนบาท
กองปราบฯ รวบตำรวจเก๊-แสบอุ้มเหยื่อเข้าลานจอกรถกองปราบฯ ก่อนไถเงิน-ปลดทอง เกือบ 3 แสนบาท
พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) กล่าวว่า ตำรวจได้จับกุม นายศรีสุริเยน ศรีกมลภักดี อายุ 27 ปี อดีตทหารบก ชาว อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด ตามหมายจับศาลอาญาข้อหาปล้นทรัพย์ในสถานที่ราชการโดยใช้ยานพาหนะกระทำผิด , ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการหรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตและร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น โดยจับกุมได้ที่ลานจอดรถ สน.คลองตัน แขวงและเขตสวนหลวง เมื่อช่วงเย็นวันที่ 14 กรกฎาคม
พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวว่า เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา ผู้ต้องหากับพวก รวม 3 คน อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ ปปส. ก่อเหตุอุ้มตัว นายบุญส่ง อาภรณ์ อยุ 25 ปี ผู้เสียหาย มาจากบ้านพักภายในซอยปรีดีพนมยงค์ 14 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กทม.โดยอ้างว่า นายบุญส่ง ถูกออกหมายจับในคดียาเสพติด โดยพาขึ้นรถยนต์ฮอนด้าแอคคอร์ด สีดำ ทะเบียน ฌฮ 2714 กทม.ขับมาที่บริเวณลานจอดรถของกองปราบปรามก่อนข่มขู่ผู้เสียหาย และลงมือทำร้ายร่างกายด้วยการใช้มือตบที่ศรีษะและต่อยท้อง พร้อมกันนั้นก็บังคับเอาสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 5 บาท สร้อยข้อมือน้ำหนัก 3 บาท แหวนทองคำ น้ำหนัก 1 บาท 2 วง และเงินสด 60,000 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สินของผู้เสียหายกว่า 276,800 บาท
พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้หนึ่งในกลุ่มผู้ต้องหายังทำทีเดินขึ้นไปบนอาคาร แล้วลงมาบอกผู้เสียหายว่า “นายสงสารเห็นว่าผู้เสียหายยังมีลูกเล็กจะปล่อยตัวไปแต่ต้องโอนเงินมาให้อีก 5 หมื่นบาท ไม่เช่นนั้นก็จะไปอุ้มตัวมาอีก” จากนั้นจึงยอมปล่อยตัวผู้เสียหายไว้ที่บริเวณริมถนนพหลโยธิน ฝั่งตรงข้ามห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สาขาลาดพร้าว แล้วพากันหลบหนีไป ต่อมาผู้เสียหายจึงเข้าร้องทุกข์ที่กองปราบปราม ซึ่งทันทีที่ผู้เสียหายมาถึงก็รีบบอกกับเจ้าหน้าที่ว่าเป็นสถานที่ซึ่งถูกกลุ่มผู้ต้องหาก่อเหตุ
ผบก.ป.กล่าวอีกว่า ภายหลังสอบปากคำผู้เสียหายจึงรีบตรวจสอบข้อมูลและภาพจากกล้องวงจรปิดโดยรอบพื้นที่ บก.ป.โดยพบว่ารถยนต์ที่กลุ่มผู้ต้องหาใช้ก่อเหตุนั้นมีทะเบียนตรงกับของรถยนต์โตโยต้า อัลติส ที่มีการแจ้งหายไว้ที่ สน.ห้วยขวาง ส่วนเลขบัญชีธนาคารซึ่งทางผู้เสียหายจะต้องโอนเงินไปนั้นก็เป็นชื่อของหญิงสาวชาวกะเหรี่ยงรายหนึ่ง อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่สืบทราบว่าหนึ่งในคนร้ายคือ นายศรีสุริเยน หรือที่มีชื่อเรียกกันว่า “ผู้กองต้น” โดยผู้ต้องหามักจะอ้างตัวเป็นตำรวจกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ หรือตำรวจ 191 หรือเจ้าหน้าที่ ปปส.อุ้มเหยื่อที่เกี่ยวพันกับคดียาเสพติดมารีดทรัพย์
พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวว่า สำหรับนายศรีสุริเยน มีประวัติเคยต้องโทษคดีปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม โดยมีและใช้บัตรข้าราชการตำรวจปลอมในชื่อ “ร.ต.อ.ศรีสุริเยน ศรีกมลภักดี" ก่อนจะถูกตำรวจ สน.คลองตัน จับกุมตัวไปดำเนินคดี ทั้งนี้ เมื่อชุดสืบสวนกองปราบปรามนำข้อมูลและภาพของนายศรีสุริเยน ให้ผู้เสียหายได้ดูก็ได้รับการยืนยันว่าเป็นหนึ่งในคนร้ายที่ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับและติดตามจับกุมผู้ต้องหาไว้ได้ดังกล่าว
สอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่า มีหน้าที่เพียงขับรถยนต์พาผู้เสียหายมาที่บริเวณลานจอดรถกองปราบปราม โดยไม่เคยรู้จักกับผู้เสียหายมาก่อน ส่วนเพื่อนอีก 2 คนนั้นเป็นผู้ที่นั่งประกบและขู่บังคับเอาทรัพย์สินต่างๆ ของผู้เสียหายไปทั้งหมด อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การโดยจะเร่งสืบสวนขยายผลติดตามจับกุมผู้ร่วมก่อเหตุที่เหลือมาดำเนินคดีต่อไป ส่วนผู้ต้องหารายนี้ได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวนรับไว้ดำเนินคดี
ผบก.ป.กล่าวด้วยว่า อยากฝากเตือนไปยังผู้เสียหายว่าถ้ามีกลุ่มคนที่อ้างตัวเป็นตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่รัฐ ขอให้ตั้งสติและอย่าเพิ่งหลงเชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริง โดยขอให้รีบแจ้งความทันที ส่วนพฤติการณ์ของผู้ต้องหากลุ่มนี้ก็ถือว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจเพราะมีการใช้สถานที่ราชการเพื่อข่มขู่เหยื่อให้เกิดความหวาดกลัว และหากผู้เสียหายรายใดที่คาดว่าน่าจะถูกผู้ต้องหาก่อเหตุลักษณะเดียวกันนี้สามารถเข้าชี้ตัวเพื่อแจ้งข้อหาเพิ่มเติมได้ที่ บก.ป.หรือโทรศัพท์สายด่วน 1195 ซึ่งตนเชื่อว่ากลุ่มผู้ต้องหาน่าจะลงมือก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง







