posttoday
300บ.แค่กทม.

300บ.แค่กทม.

15 กรกฎาคม 2554

ปลอดประสพยอมรับปรับค่าจ้างขั้นต่ำได้แค่เมืองใหญ่ไม่เหมือนตอนหาเสียง

ปลอดประสพยอมรับปรับค่าจ้างขั้นต่ำได้แค่เมืองใหญ่ไม่เหมือนตอนหาเสียง

เพื่อไทยยอมรับขึ้นค่าจ้าง 300 บาท เฉพาะกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ ไม่เหมือนตอนหาเสียง

นายปลอดประสพ สุรัสวดี สส.เพื่อไทย ทีมยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ เปิดเผยเมื่อวันที่ 14 ก.ค. ว่า นโยบายขึ้นค่าจ้าง 300 บาททันทีนั้นเป็นแค่การหาเสียง แต่ในทางปฏิบัติเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้อยู่แล้ว ส่วนคำว่า “ทันที” อาจหมายถึง 7 วัน 1 เดือน หรือ 6 เดือน

“เวลาเราหาเสียงก็ต้องเข้าใจคำว่าทันที ในทางปฏิบัติมันทำไม่ได้อยู่แล้ว มันเป็นการหาเสียง แต่พรรคก็หวังจะขึ้นค่าจ้างให้เร็วที่สุดทั้งประเทศ เราชัดเจนเพราะยังกล้าหาเสียงไว้ว่าใน ค.ศ. 2020 เราจะให้ค่าจ้างขึ้นเป็น 1,000 บาทด้วยซ้ำ” นายปลอดประสพ กล่าว

ทั้งนี้ พรรคกำลังศึกษาข้อมูลค่าจ้างทุกจังหวัดว่าแต่ละที่มีผู้ประกอบการเท่าไร เป็นแบบไหน เงินเฟ้อในพื้นที่เป็นอย่างไร จากนั้นจะปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ให้ได้ภายในสิ้นปีโดยอาจเริ่มทำบางจังหวัดก่อน เช่น ที่กรุงเทพฯ และภูเก็ต

“เรามีหลักคิดว่าจะเน้นขึ้นค่าจ้างที่เมืองหลวงของภูมิภาคนั้นๆ ก่อนเพื่อป้องกันแรงงานหลั่งไหลมากรุงเทพฯ เช่น นครสวรรค์ เชียงใหม่ สงขลา อุบลราชธานี นครราชสีมา กรุงเทพฯ คล้ายกับประเทศจีนที่แบ่งการปกครองเป็นมณฑลต่างๆ” นายปลอดประสพ กล่าว

ด้าน น.ส.วิไลวรรณ แซ่เตีย รองประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) กล่าวว่า หาก พท.ไม่สามารถปรับขึ้นค่าจ้าง 300 บาททั่วประเทศได้ก็ถือว่าไม่รักษาคำพูด เพราะช่วงหาเสียงพูดทุกวันว่าจะขึ้นค่าจ้างทันทีทั่วประเทศจนผู้ใช้แรงงานให้ความไว้วางใจให้เข้ามาเป็นรัฐบาล

“ถ้าเข้ามาเป็นรัฐบาลแล้วจะมากำหนดเงื่อนไขให้เฉพาะบางส่วนบางจังหวัดถือว่าไม่จริงใจ เป็นนโยบายขายฝันดีแต่พูดไปวันๆ สุดท้ายก็ทำไม่ได้ แล้วคนงานจะหวังอะไรได้อีกในอนาคต” น.ส.วิไลวรรณ กล่าว

นายชาลี ลอยสูง ประธาน คสรท. กล่าวว่า ในวันที่ 18 ก.ค.นี้จะไปพบนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการ พท. เพื่อยื่นหนังสือทวงถามข้อเรียกร้อง 9 ข้อที่เครือข่ายแรงงานได้เสนอให้พรรคการเมืองไปในช่วงเลือกตั้ง อาทิ การปรับเพิ่มค่าจ้างที่เป็นธรรม การรับรองสิทธิการรวมตัวและเจรจาต่อรอง การปรับปรุงสำนักงานประกันสังคมให้เป็นอิสระตรวจสอบได้ เป็นต้น

การถอยเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทของพรรคเพื่อไทย ทำให้คนงานเสียความรู้สึกเพราะยังไม่ทันตั้งรัฐบาลก็บิดพลิ้วแล้ว ต่อไปจะให้ประชาชนมั่นใจในการบริหารราชการได้อย่างไร

นายชาลี กล่าวว่า จะหารือกับเครือข่ายแรงงานเพื่อสรุปแนวทางการทวงถามค่าจ้าง 300 บาทอย่างเข้มข้นต่อไป โดยจะพูดคุยกับผู้ใช้แรงงานว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้าต้องมีการทบทวนและไม่เลือกพรรคเพื่อไทยอีกเพื่อให้บทเรียนกับคนที่พูดแล้วไม่ปฏิบัติตาม

ทั้งนี้ คสรท.ได้ประสานกับพรรคเพื่อไทย ขอเข้าพบนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการพรรค ในวันที่ 18 ก.ค.นี้ เพื่อยื่นหนังสือทวงถามข้อเรียกร้อง 9 ข้อที่เครือข่ายแรงงานได้เสนอให้พรรคการเมืองไปในช่วงเลือกตั้ง อาทิ การปรับเพิ่มค่าจ้างที่เป็นธรรม การรับรองสิทธิการรวมตัวและเจรจาต่อรอง การปรับปรุงสำนักงานประกันสังคมให้เป็นอิสระตรวจสอบได้เป็นต้น

น.ส.วิไลวรรณ แซ่เตีย รองประธาน คสรท. กล่าวว่า หากไม่สามารถปรับขึ้นค่าจ้าง300 บาททั่วประเทศถือว่าไม่รักษาคำพูด เพราะช่วงเสียงพูดทุกวันว่าจะขึ้นค่าจ้างทันทีทั่วประเทศจนผู้ใช้แรงงานให้ความไว้วางใจเข้ามาเป็นรัฐบาล

"ถ้าเข้ามาเป็นรัฐบาลแล้วจะมากำหนดเงื่อนไขให้เฉพาะบางส่วนบางจังหวัดถือว่าไม่จริงใจในการดำเนินนโยบาย เป็นนโยบายขายฝันดีแต่พูดไปวันๆ สุดท้ายก็ทำไม่ได้ แล้วคนงานจะหวังอะไรได้อีกในอนาคต"น.ส.วิไลวรรณ กล่าว

นายปลอดประสพ กล่าวว่า พรรคยังคาดหวังว่าจะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทให้ได้ภายในสิ้นปีโดยอาจเริ่มทำบางจังหวัดก่อน เช่น ที่จ.กรุงเทพ ภูเก็ต อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ พรรคกำลังทำข้อมูลศึกษาค่าแรงทุกจังหวัดว่า แต่ละจังหวัดมีผู้ประกอบการเท่าไร เป็นแบบไหน เงินเฟ้อในพื้นที่นั้นเป็นอย่างไร โดยหลักการการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ พรรคมีหลักคิดว่า จะเน้นเมืองหลวงของภูมิภาคนั้นๆ ก่อนเพื่อป้องกันแรงงานหลั่งไหลมากรุงเทพ เช่น นครสวรรค์ เชียงใหม่ สงขลา อุบลราชธานี นครราชสีมา กรุงเทพ ในลักษณะคล้ายกับประเทศจีนที่แบ่งการปกครองเป็นมณฑลต่างๆ

นายปลอดประสพ กล่าวว่า หลักการของการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน พรรคต้องการให้ผู้ใช้แรงงานอยู่รอดได้ และยึดหลักทำทั้งประเทศ ทุกจังหวัดอย่างเท่าเทียมกัน พรรคไม่อยากให้มีการเคลื่อนย้ายแรงงานเข้ามากรุงเทพ เพราะจะเกิดปัญหามลภาวะต่างๆ เราอยากให้แรงงานอยู่ที่บ้าน เพื่อสร้างความเข้มแข็งในชนบท

นายปลอดประสพ กล่าวว่า การขึ้นค่าแรงจะครอบคลุมถึงแรงต่างชาติหรือไม่นั้น เห็นว่า แรงงานต่างชาติจะรับสิทธิประโยชน์นี้ก็ต่อเมื่ออาเซียนมีคอมมิตี้อย่างเป็นทางการอีก 10 ปีข้างหน้า ส่วนที่ สอท.ระบุว่า ไม่อยากเห็นการเพิ่มค่าแรงแบบก้าวกระโดดเพราะจะกระทบกับต้นทุนการผลิตนั้น นายปลอดประสพ กล่าวว่า เรายินดีรับฟัง แต่เป้าหมายของพรรคต้องการเห็นเศรษฐกิจไทยเหมือนกบกระโดด

นายคณวัฒน์ วศินสังวร สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ทีมยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หลักการปรับขึ้นค่าแรงขันต่ำ พรรคคิดบนหลักการที่ยืดหยุ่น โดยจะดูว่า กลุ่มจังหวัดไหนทำได้ก็จะปรับก่อนให้ใกล้เคียง 300 บาทมากที่สุด เช่น กรุงเทพ ปริมณฑล จังหวัดด้านการท่องเที่ยวต่างๆ เช่น ภูเก็ต สุราษฎรธานี ชลบุรี โดยพรรคจะสร้างกลไกไม่ให้กระทบกับภาคธุรกิจมากเกินไป ส่วนเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบนอกจากพรรคจะมีมาตรการลดภาษีนิติบุคคลในปี 2555 จาก 30%เหลือ 23% ในปี 2556 จะลดอีกจาก 23%20% ยังจะมีมาตรการเสริมอื่นมาช่วยอีก

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และรักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า รัฐบาลชุดใหม่ต้องดูผลกระทบให้รอบด้าน กรณีนโยบายขึ้นให้เงินเดือนกับผู้ที่จบปริญญาตรี 15,000บาท ซึ่งจากที่ได้มีการหารือกับคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.)จะทำให้เกิดปัญหาระบบราชการเพราะต้องมีการปรับโครงสร้างเงินเดือนทั้งระบบ และงบประมาณอาจมีไม่เพียงพอ ขณะที่ภาคเอกชนก็จะทำให้มีคนตกงานมากขึ้น และไม่มีประโยชน์หากมีเงินเดือนสูง แต่กลับมีคนตกงานเพิ่ม

ด้าน นายชาลี ลอยสูง ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) กล่าวว่า การถอยเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทของพรรคเพื่อไทย ทำให้คนงานเสียความรู้สึกเพราะยังไม่ทันตั้งรัฐบาลก็บิดพลิ้วแล้ว ต่อไปจะให้ประชาชนมั่นใจในการบริหารราชการได้อย่างไร

นายชาลี กล่าวว่า จะหารือกับเครือข่ายแรงงานเพื่อสรุปแนวทางการทวงถามค่าจ้าง 300 บาทอย่างเข้มข้นต่อไป โดยจะพูดคุยกับผู้ใช้แรงงานว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้าต้องมีการทบทวนและไม่เลือกพรรคเพื่อไทยอีกเพื่อให้บทเรียนกับคนที่พูดแล้วไม่ปฏิบัติตาม

ทั้งนี้ คสรท.ได้ประสานกับพรรคเพื่อไทย ขอเข้าพบนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการพรรค ในวันที่ 18 ก.ค.นี้ เพื่อยื่นหนังสือทวงถามข้อเรียกร้อง 9 ข้อที่เครือข่ายแรงงานได้เสนอให้พรรคการเมืองไปในช่วงเลือกตั้ง อาทิ การปรับเพิ่มค่าจ้างที่เป็นธรรม การรับรองสิทธิการรวมตัวและเจรจาต่อรอง การปรับปรุงสำนักงานประกันสังคมให้เป็นอิสระตรวจสอบได้เป็นต้น

น.ส.วิไลวรรณ แซ่เตีย รองประธาน คสรท. กล่าวว่า หากไม่สามารถปรับขึ้นค่าจ้าง300 บาททั่วประเทศถือว่าไม่รักษาคำพูด เพราะช่วงเสียงพูดทุกวันว่าจะขึ้นค่าจ้างทันทีทั่วประเทศจนผู้ใช้แรงงานให้ความไว้วางใจเข้ามาเป็นรัฐบาล

"ถ้าเข้ามาเป็นรัฐบาลแล้วจะมากำหนดเงื่อนไขให้เฉพาะบางส่วนบางจังหวัดถือว่าไม่จริงใจในการดำเนินนโยบาย เป็นนโยบายขายฝันดีแต่พูดไปวันๆ สุดท้ายก็ทำไม่ได้ แล้วคนงานจะหวังอะไรได้อีกในอนาคต"น.ส.วิไลวรรณ กล่าว

นายนิพนธ์ พัวพงศกร ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า นโยบายที่หาเสียงในลักษณะนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการเมือง หวังซื้อใจคนชั้นกลางและผู้ใช้แรงงาน ซึ่งก็อยากถามคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าหากพรรคการเมืองหาเสียงเพื่อหลอกให้เลือกไปก่อนแล้วไม่ปฎิบัติตาม กกต.จะทำอะไรได้บ้าง

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท