posttoday
อดีตเป็นบทเรียนสำหรับอนาคต

อดีตเป็นบทเรียนสำหรับอนาคต

14 กรกฎาคม 2554

ดังได้กล่าวมาก่อนนี้แล้วว่า อดีตนั้นไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ เราก็ไปเปลี่ยนแปลงแก้ไขอะไรไม่ได้

ดังได้กล่าวมาก่อนนี้แล้วว่า อดีตนั้นไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ เราก็ไปเปลี่ยนแปลงแก้ไขอะไรไม่ได้

โดย..ภุมรัตน์ ทักษาดิพงษ์

แต่เราสามารถใช้อดีตเป็นบทเรียนสำหรับปัจจุบันและอนาคต เราสามารถเลือกทำในสิ่งที่คิดว่าดีได้ เช่นเดียวกับรัฐบาลคุณปู ยิ่งลักษณ์ ซึ่งใครก็รู้ว่าเป็นโคลนนิงของพี่ชาย แต่ถ้าเธอทำดีมีประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน ประชาชนรับได้ทั้งนั้นแม้ว่าเธอจะเป็นโคลนนิงของพี่ชายก็ตาม

เธอควรทบทวนความสำเร็จและความผิดพลาดที่ผ่านมาช่วงที่พี่ชายมีอำนาจระหว่างปี 25442549 อะไรที่เป็นความสำเร็จก็ควรนำมาทำต่อยอด ส่วนความผิดพลาดนั้นไม่ควรให้เกิดขึ้นอีก ความผิดพลาดโดยตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจในช่วงนั้นจนนำไปสู่การยึดอำนาจ พอสรุปได้ดังนี้

การใช้อำนาจในทางที่ผิด อำนวยประโยชน์ทางธุรกิจของตนเองและพวก แก้กฎหมายให้ผิดเป็นถูกเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจของตนเอง มีการทุจริตคอร์รัปชันอย่างแนบเนียน ที่เรียกว่า “ผลประโยชน์ทับซ้อน”, ข่มขืนชำเราประชาธิปไตย ปฏิเสธ “การตรวจสอบและถ่วงดุล”, แทรกแซงองค์การอิสระเพื่อการตรวจสอบ คุกคามเสรีภาพในการแสดงความเห็น กลายเป็น “เผด็จการประชาธิปไตย”, ละเมิดสิทธิมนุษยชน กรณีปราบปรามยาเสพติด, แทรกแซงสื่อมวลชน, เหิมเกริม จาบจ้วงต่อสถาบันพระมหากษัตริย์โดยกลุ่มคนแวดล้อมที่เคยเข้าป่ามาก่อน

นี่เป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่คุณปู ยิ่งลักษณ์ จะได้ทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน “สัญญาประชาคม” กำลังรัดคอเธอเอง สิ่งที่รัฐบาลชุดนี้ “ต้องทำ” ที่ประชาชนต้องการให้ทำเรียงตามลำดับ คือ ปราบปรามยาเสพติด สร้างความปรองดองของคนในชาติ ทำให้บ้านเมืองมีความสงบสุข รักษาคำมั่นโครงการที่หาเสียงไว้

สิ่งที่รัฐบาลคุณปู ยิ่งลักษณ์ “ไม่ควรทำ” คือ อย่าไปขยายประเด็นที่เป็นความขัดแย้งของสังคม

ประเด็นที่เป็นความขัดแย้งทางสังคมและค่อนข้างอ่อนไหวเหล่านี้ คือ

การนำรัฐธรรมนูญ ปี 2540 กลับมาใช้ โดยอ้างว่าเพื่อไม่ให้มีการยุบพรรค แต่เป็นที่รู้กันว่านี่เป็นวิธีการหนึ่งเพื่อต้องการล้างความผิดให้กับพี่ชาย

การนิรโทษกรรมทางอาญาและการคืนเงิน 4.6 หมื่นล้านบาท ให้กับพี่ชาย แม้จะอ้างว่าไม่ใช่ทำเพื่อคนคนเดียว แต่นิรโทษกรรมให้ทั้งเสื้อแดง เสื้อเหลือง ทหาร ข้าราชการ

การสนับสนุน หรือละเว้น ไม่ดำเนินการต่อกลุ่มคนที่จาบจ้วง ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ ในฐานะรัฐบาลที่ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด

การแก้ไขมาตรา 112 ของกฎหมายอาญาเรื่องบทลงโทษผู้หมิ่นประมาท ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

การกดดันกระบวนการยุติธรรมให้ช่วยเหลือพรรคพวกที่กระทำผิดกฎหมายอาญา

ประเทศเสียผลประโยชน์ต่อกัมพูชาในกรณีเขตแดนบนบกและทางทะเล โดยเฉพาะหากรัฐบาลมีพฤติกรรมที่ประชาชนเข้าใจว่าเป็นการสมยอมกันเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวระหว่างผู้นำสองประเทศ

 คุมมวลชนคนเสื้อแดงไม่ได้ ปล่อยให้จาบจ้วง เหิมเกริม ต่อสถาบันสูงสุด และละเมิดกฎหมายต่อไป

วันนี้ คุณปู ยิ่งลักษณ์ กำลังจะเป็นหัวหน้ารัฐบาลที่ดูแลผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ไม่ใช่เป็นฝ่ายค้านที่ทำทุกอย่างเพื่อก่อกวน ล้มรัฐบาลให้ได้ แม้ว่าบ้านเมืองจะเสียหายก็ตาม เธอต้องคิดว่าทำอย่างไร ประชาชนที่แบ่งเป็นสองฝ่ายจะหันหน้ามาปรองดองกัน เพื่อให้บ้านเมืองกลับมีความเรียบร้อยเหมือนเดิม

วันพรุ่งนี้เป็นวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ถ้าว่าที่นายกรัฐมนตรีคิดถึงคำสอนของพระพุทธองค์ว่าด้วย “อริยสัจ 4” โดยย้อนกลับไปดูอดีตว่า “ทุกข์” ของพี่ชายซึ่งเป็นคนคิดนั้นอยู่ที่ไหน ทำไมต้องหลุดจากอำนาจ โดนศาลสั่งจำคุก และต้องหนีไปอยู่ต่างประเทศ ต้นตอของความทุกข์ หรือ “สมุหทัย” มาจากอะไร ซึ่งก็มาจากการกระทำของตัวเองนั่นเอง ไม่ต้องไปโทษคนอื่น ตัวเองเป็นต้นน้ำ ส่วนคนอื่นเป็นเพียงปลายน้ำเท่านั้น เมื่อรู้เช่นนี้ คุณปู ยิ่งลักษณ์ พร้อมที่จะแก้ไขทุกข์นั้นหรือไม่ ถ้าพร้อมที่จะแก้ไข หรือ “นิโรธ” ใช้อดีตเป็นบทเรียน เพื่อไม่ให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยขึ้นอีก ก็ต้องหาวิธีในการแก้ไขปัญหา หรือ “มรรค” โดยไม่ทำผิดซ้ำอีก ตั้งแต่นี้ไป เธอต้องมุ่งหน้าทำเพื่อประเทศชาติและประชาชน ไม่เสี่ยงที่จะทำอะไรที่ทำให้บ้านเมืองมีปัญหาอีก แม้เธออาจถูกสั่งให้ทำก็ตาม แต่ถ้าเธอทำเมื่อไร ความขัดแย้งในสังคมจะเกิดขึ้นอีกทันที

คนฉลาดต้องใช้อดีตเป็นบทเรียน และไม่ทำผิดแบบเดียวกันซ้ำสองอีก

 

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์