
ยิ่งลักษณ์แง้มมีวิธีอุ้มเอสเอ็มอีหนีแค่แรง300
หลังสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)
หลังสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)
ออกมาแถลงว่า ไม่เห็นด้วยกับนโยบายปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธาน ส.อ.ท. บอกถึงการเคลื่อนไหวในลำดับถัดไปว่า จะนำเรื่องนี้หารือในที่ประชุมนัดพิเศษของคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.) ในประเด็นนี้อีกครั้ง
ไม่ต้องเดาก็พอคาดได้ว่าผลจะออกมาอย่างไร เพราะก่อนนี้ภาคธนาคารก็เปรยมาแล้วว่าไม่เห็นด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยก็ไม่ต่างกัน
ก่อนหน้านี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ประกาศว่าเรื่องนี้ต้องศึกษาก่อน กว่าจะใช้ได้ก็คงเป็นต้นปีหน้า เพราะต้องเกี่ยวพันกับเรื่องการลดภาษีนิติบุคคลด้วย แต่หาดับความร้อนแรงลงไม่ เพราะมันพันกับเรื่องการวางแผนการลงทุนของภาคธุรกิจยันเรื่องค่าครองชีพ
แม้ผู้ประกอบการจะยืนยันว่าทำแล้วจะมีปัญหา แต่ล่าสุดวันที่ 12 ก.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังยืนยันว่าจะทำเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นจริงแน่ แต่คงต้องให้เวลาแต่ละช่วงในการปรับตัว
อย่างไรก็ตาม ต้องรับฟังจากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะบริษัทที่อยู่ในองค์กรขนาดเล็กและตามต่างจังหวัดที่อาจจะมีผลกระทบ จึงต้องขอฟังรายละเอียดก่อน และดูว่าภาครัฐจะให้การสนับสนุนอย่างไร และต้องดำเนินการในพื้นที่ไหน อย่างไร นอกจากนี้ต้องหารือกับฝ่ายดูแลด้านงบประมาณทั้งหมดด้วย
“จะหาวิธีการช่วยเหลือ เพราะอยากเห็นการกระตุ้นและส่งเสริมภาคการผลิตควบคู่กันไปด้วย แผนที่วางไว้คือจะดำเนินการในเดือน ม.ค. 2555 เพราะอยากทำควบคู่กับภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจ” ว่าที่นายกฯ ระบุ
ขณะที่แกนนำพรรคเพื่อไทยก็ยังยืนยันว่าเรื่องนี้ทำได้แน่
“คุณพยุงศักดิ์ และคุณสมมาตร (เลขาธิการ ส.อ.ท.) เองนั่นล่ะที่ยังโทรศัพท์มาบอกว่าทำได้แน่ เขายืนยันว่ายังมีโรงงานขนาดเล็กอีกหลายแห่งที่ต้องดูแลเรื่องค่าแรง” นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช สส.และทีมงานด้านเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าว
วันที่ 12 ก.ค. นายสุชาติ ก็ยังยืนยันว่าเรื่องนี้มีความเป็นไปได้ และจะไม่ทำให้ของแพง
“ผมยืนยันว่าการขึ้นค่าแรงจะไม่ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพ แน่นอนว่าเมื่อค่าแรงเพิ่มขึ้น แต่ค่าครองชีพหรือสินค้าต่างๆ จะเพิ่มขึ้นแต่ไม่มาก” นายสุชาติ ระบุ
นายสุชาติ เปิดเผยถึงวิธีการทำเรื่องนี้ให้เป็นจริงว่า จะลดภาษีนิติบุคคลจาก 30% เหลือ 23% ซึ่งถือว่าลดมากกว่า 1 ใน 4 ในปีภาษีหน้า เบ็ดเสร็จแล้วจะได้เม็ดเงิน 5 หมื่นล้านบาท และเงินก้อนนี้ก็จะช่วยให้บริษัทหรือนายจ้างสามารถนำไปเพิ่มค่าจ้างได้
นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยยินดีรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่ายที่ภาคธุรกิจห่วงว่าธุรกิจเอสเอ็มอีจะเสียหายจากนโยบายนี้ ทางพรรคเพื่อไทยได้เตรียมมาตรการรองรับไว้แล้ว
หลายคนสงสัยว่ามาตรการรับมือคืออะไร?
ที่พรรคเพื่อไทยเตรียมไว้คือ จะมีการสำรวจว่ามีสถานประกอบการที่ยังจ่ายค่าจ้างขั้นต่ำไม่ถึง 300 บาทต่อวัน มีจำนวนกี่แห่ง และต้องใช้งบประมาณเท่าใด รัฐบาลก็จัดสรรงบประมาณมาให้ โดยจัดตั้งกองทุนแล้วให้สถานประกอบการมากู้ยืมโดยไม่คิดอัตราดอกเบี้ย และผ่อนส่งหนี้ในระยะยาว
นอกจากนี้ ยังจะใช้มาตรการลดภาษี เพื่อช่วยลดต้นทุนแก่ผู้ประกอบการในการปรับขึ้นค่าจ้าง 300 บาทต่อวัน ที่มีการอบรมพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน สามารถนำค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมมาขอลดหย่อนภาษีได้ถึง 200%
วิธีเหล่านี้จะดับร้อนได้หรือไม่ ต้องติดตาม!







