
เฝ้าระวัง27ชุมชนรุกแนวคันกั้นน้ำ
กทม.เฝ้าระวัง 27 ชุมชนรุกล้ำแนวคันกั้นน้ำ ฟุ้งอุโมงค์ยักษ์ลดความเสี่ยงน้ำท่วมกรุง
กทม.เฝ้าระวัง 27 ชุมชนรุกล้ำแนวคันกั้นน้ำ ฟุ้งอุโมงค์ยักษ์ลดความเสี่ยงน้ำท่วมกรุง
นายสัญญา ชีนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า การเตรียมการรับมือน้ำท่วมในปีนี้ กทม.จะยังคงเฝ้าระวังเขตพื้นที่เสี่ยงภัยที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย และคลองมหาสวัสดิ์ จำนวนทั้งสิ้น 13 เขต 27 ชุมชน รวมกว่า 1,200 ครัวเรือน ซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้สำรวจรวบรวมไว้เมื่อปี 2553 โดยปีนี้อาจลดจำนวนพื้นที่เสี่ยงลงเล็กน้อย เนื่องจากโครงการก่อสร้างแนวกั้นน้ำมีความคืบหน้ามากขึ้น
นายสัญญา กล่าวว่า นอกจากนี้โครงการอุโมงค์ยักษ์ระบายน้ำพระราม 9-รามคำแหง ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือน ก.พ. มีศักยภาพในการระบายน้ำได้อย่างรวดเร็วถึง 240 ลบ.ม.ต่อวินาที จากเดิมเพียง 95 ลบ.ม.ต่อวินาที โดยสามารถระบายน้ำจากคลองลาดพร้าว คลองแสนแสบ ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาโดยตรง ซึ่งช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมครอบคลุมพื้นที่ 6 เขต ได้แก่ ลาดพร้าว วังทองหลาง บางกะปิ ห้วยขวาง บึงกุ่ม และสะพานสูง รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง
"ขณะนี้ กทม.ได้พร่องน้ำในคลองแสนแสบออกสู่เจ้าพระยาในระดับ 70-100 ซม. เพื่อรองรับน้ำในช่วงฤดูฝน และหากเกิดสถานการณ์เร่งด่วนฉุกเฉิน กทม.จะระดมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยรับมือและแก้ไขปัญหา เพื่อให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด" นายสัญญา กล่าว
อย่างไรก็ตาม นายสัญญา กล่าวว่า หากปริมาณน้ำฝนประมาณ 60 มม.ต่อชั่วโมง อาจเกิดน้ำท่วมขังในบางพื้นที่ ซึ่งจะใช้เวลาในการะบายน้ำประมาณครึ่งชั่วโมงถึง 1 ชั่วโมง แต่หากฝนตกหนักเกินกว่านี้อาจเกินความสามารถในการรับมือและต้องใช้เวลาในการระบายน้ำ 1-2 ชั่วโมง” นายสัญญา กล่าว
ด้านนายจิรพล สินธุนาวา อาจารย์ประจำคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ขณะนี้นักวิชาการกำลังจับตาสถานการณ์ภัยพิบัติน้ำท่วมแบบวันต่อวัน โดยเฉพาะในช่วงเดือน ส.ค.เป็นต้นไป หากมีปริมาณน้ำฝนเกินกว่า 100 มม.ต่อชั่วโมงเป็นเวลาติดต่อกัน จะต้องมีการแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและที่ลาดชันเชิงเขาให้ระมัดระวัง และหากฝนตกเกินกว่า 150 มม.ต่อชั่วโมง จะต้องมีการแจ้งเตือนภัยพิบัติและเตรียมอพยพประชาชนไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย
นายจิรพล กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีสัญญาณการก่อตัวของลานินญาแต่อย่างใด โดยอุณหภูมิของผิวน้ำทะเลยังอยู่ในภาวะปกติ นอกจากนี้ยังต้องติดตามว่าหากลานินญาอ่อนกำลังลงแล้วเกิดภาวะฝนทิ้งช่วง จะส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์เอลนินโญหรือภัยแล้งตามมาหรือไม่







