
จับตาขบวบการทุจริตจำนำข้าวคืนชีพ
เริ่มต้นขึ้นแล้วกับนโยบายโครงการรับจำนำข้าวภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
เริ่มต้นขึ้นแล้วกับนโยบายโครงการรับจำนำข้าวภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
โดย...ทีมข่าวภูมิภาค
เริ่มต้นขึ้นแล้วกับนโยบายโครงการรับจำนำข้าวภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทยจากพรรคเพื่อไทย ที่ชูนโยบายจำนำข้าวตันละ 1.5 หมื่นบาท และจำนำข้าวหอมมะลิตันละ 2 หมื่นบาท ที่เป็นนโยบายทำให้ได้คะแนนอย่างท่วมท้นจนมีเสียงโห่ร้องไชโยจากชาวนากันดังสนั่นลั่นทุ่ง แถมมีเสียงท้องร้องจ๊อกๆ และอาการเลียปากแผล็บๆ ของเถ้าแก่โรงสี และหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่เตรียมล้างท้องรอสวาปามโครงการรับจำนำข้าวที่เคยเป็นสุดยอดตำนาน “อภิมหาโคตรโกงแบบไร้เงา” โดยเฉพาะที่ จ.พิจิตร เมืองชาละวัน ซึ่งถือเป็นโมเดลต้นแบบที่ต้องให้ย้อนรอยกันในวันนี้
ขบวนการทุจริตเริ่มตั้งแต่ประกาศให้ลงทะเบียนเกษตรกรโดยทำเวทีประชาคมหวังให้ชาวบ้านตรวจสอบกันเองแล้วให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ลงชื่อรับรอง ขั้นตอนนี้จะเอาชาวนาตัวจริงตัวปลอมใส่ชื่อกันเข้ามาทำนา 50 ไร่ พ่อตาก็แจ้ง ลูกเขยก็แจ้ง นาผืนเดียวเล่นสองเด้ง มีชื่อสองคนเก็บเกี่ยวได้ไปขอใบประทวนจาก ธ.ก.ส. ซึ่งเหมือนตั๋วผ่านทางเข้าสู่โรงสี ข้าวชาวนาครึ่งหนึ่ง ข้าวโรงสีครึ่งหนึ่ง รวมกันเอาเข้าโครงการรับจำนำข้าวมีคุณภาพหรือด้อยคุณภาพก็หลับตารับเอาไว้ เพราะรัฐบาลเป็นคนจ่ายเงิน โรงสีมีแค่หน้าที่เป็นลูกจ้างภาครัฐ มีหน้าที่ชั่ง วัด ตวง สีแปรรูปรับฝากเก็บเข้าโกดัง มีเล่ห์เหลี่ยมมากหน่อยก็กินความชื้นชาวนา ตัดน้ำหนัก ตัดสิ่งเจือปน เพื่อให้มีสต๊อกโอเวอร์เหลือสิ้นปีแบ่งกับเจ้าหน้าที่ของ อ.ต.ก. หรือ อคส. ที่ผ่านมาการทุจริตมี 3 ลักษณะ คือ ฉ้อโกง ยักยอก ลักทรัพย์
ทั้งนี้ เริ่มขึ้นจากพฤติการณ์ฉ้อโกง โรงสีก็จะประกาศตัวว่าได้เข้าโครงการรับจำนำ ทั้งๆ ที่ไม่เป็นความจริง ชาวนาหลงเชื่อแห่เอาข้าวเปลือกมาส่งมอบก็ได้รับตั๋วชั่งไปเป็นหลักฐาน ถึงเวลาไม่มีใบประทวนให้ไปขึ้นเงินกับ ธ.ก.ส. พอชาวนาทวงถามก็ผัดวันประกันพรุ่ง สุดท้ายก็ปิดสำนักงานขายข้าวหมดโกดังหนีลอยนวล
พฤติการณ์ที่ 2 คือ การยักยอกทรัพย์ดูภายนอกเป็นโรงสีใหญ่โต เถ้าแก่มีหน้าตาในสังคม รัฐบาลสั่งแปรรูปข้าวเปลือกเป็นข้าวสารให้ฝากเก็บและจ่ายค่าเช่าให้เก็บไว้ในโกดัง แต่แทนที่โรงสีจะเก็บไว้ให้รัฐบาล กลับเจาะกำแพงขนเอาข้าวสารไปขาย หรือนำไปเก็บไว้ที่โกดังแห่งใหม่ใช้ชื่อลูกหลานแทน
พฤติการณ์ที่ 3 ก่อคดีลักทรัพย์ พฤติกรรมคล้ายข้อ 2 แต่เป็นลักษณะรัฐบาลได้ทำสัญญาฝากเก็บข้าวสาร โดยรัฐบาลเสียค่าเช่าเป็นรายเดือน มีข้อสัญญาว่าต้องรับผิดชอบดูแลทั้งคุณภาพและการสูญหาย แต่พอถึงเอาเข้าจริงทรัพย์สินมูลค่าเป็นร้อยล้าน ชื่อ เจ้าของธุรกิจ ก็ใช้บุคคลโนเนม หรือนอมินี เป็นผู้ทำสัญญา เถ้าแก่ตัวจริงขับเบนซ์ คู่สัญญาของรัฐแค่เสมียนในออฟฟิศ รับสารภาพติดคุกไม่กี่ปี แต่รัฐเสียหายเป็นร้อยเป็นพันล้านบาท
ดังนั้น เมื่อถึงวันนี้จะมีนโยบายโครงการรับจำนำข้าว บรรดาเหล่าเสือสิงห์กระทิงแรดแห่งธุรกิจโรงสีจึงออกมาโหมโรงยกมือเชียร์ว่านโยบายโครงการรับจำนำข้าวของ “นายกฯ ปูจ๋า” สุดยอดวิเศษที่จะสร้างความร่ำรวยให้ชาวนาทั่วทั้งประเทศอยู่ดีกินดี







