
เกษตรกรแห่ปลูกข้าวโค่นไร่อ้อย-มัน
หวังโครงการจำนำได้ราคาสูงแนะรัฐบาลงัดวิธีเพิ่มคุณภาพ
หวังโครงการจำนำได้ราคาสูงแนะรัฐบาลงัดวิธีเพิ่มคุณภาพ
เกษตรกรเลิกปลูกอ้อยมันสำปะหลัง หันมาปลูกข้าวแทน เหตุนโยบายรับจำนำข้าวตันละ 1.5 หมื่นบาท เป็นแรงจูงใจได้ราคาแน่นอนกว่า
นายบรรจง ตั้งจิตรวัฒนากุล อุปนายกสมาคมโรงสีข้าวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้เกษตรกรไทยเลิกปลูกอ้อยและมันสำปะหลัง โดยหันมาเพาะปลูกข้าวเพิ่มขึ้น เนื่องจากนโยบายรับจำนำข้าวเปลือก 1.5 หมื่นบาทต่อตัน สร้างแรงจูงใจเนื่องจากได้ราคาที่แน่นอนกว่าปลูกพืชเศรษฐกิจอื่นๆ ซึ่งโครงการดังกล่าวแม้ว่านโยบายรับจำนำข้าวยังไม่ชัดเจนว่าจะให้โควตาครอบครัวละกี่ตันก็ตาม
ทั้งนี้ หากรัฐบาลดำเนินการออกนโยบายจำนำข้าวชัดเจน จะทำให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจมากขึ้นกว่าพืชชนิดอื่น จึงต้องฝากรัฐบาลทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ให้เร่งผลักดันและบริหารแนวนโยบายจำนำข้าวเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวให้ได้รับประโยชน์มากที่สุด ทั้งในเรื่องคุณภาพและราคาข้าวที่จะได้รับในอนาคต ซึ่งราคาข้าวเปลือกและข้าวสาร ปัจจุบันทั้งในและต่างประเทศเริ่มขยับตัวสูงขึ้นกว่า 10% แล้ว ถือว่าเป็นไปในทิศทางที่ดี
นายบรรจง กล่าวว่า ชมรมโรงสีข้าวจังหวัดพิจิตรมีความพร้อมขับเคลื่อนสานต่อนโยบายรับจำนำข้าวของรัฐบาลใหม่ทันที แต่ตอนนี้รอมาตรการกรอบนโยบายใหม่ในการรับจำนำข้าวว่าจะเป็นอย่างไร ไปในทิศทางไหน ซึ่งโรงสีที่มีความพร้อมและมีคุณสมบัติผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการข้าวอยู่แล้ว 32 โรงสี ทั้งความพร้อมเรื่องโกดังจัดเก็บ การแปรรูปข้าว และความพร้อมด้านเครื่องจักรกล
“สิ่งที่เป็นห่วงว่าการจำนำข้าวนั้นจะล่าช้าออกไป เพราะข้าวของเกษตรกรจะเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตนาปีในช่วงประมาณเดือน ก.ย. พ.ย.นี้ จำนวนกว่าสิบล้านตันขอให้รัฐบาลเร่งกำหนดมาตรการและดำเนินการ เกษตรกรพิจิตรส่วนใหญ่รอความหวังการจำนำในครั้งนี้เป็นอย่างมาก” นายบรรจง กล่าว
อย่างไรก็ตาม นโยบายรับจำนำข้าวในครั้งนี้จะทำให้ราคาข้าวเป็นไปตามกลไกลตลาดโลกในราคาที่เหมาะสมกับความเป็นจริงมาก ส่วนโรงสีทั่วประเทศเริ่มปรับตัวรับนโยบายที่มีการเปลี่ยนไป ทำให้โรงสีมีอำนาจต่อรองมากขึ้นในตลาดและมีความต้องการข้าวมากขึ้น เชื่อว่ารัฐบาลจะเร่งทำให้ชัดเจนในเร็วๆ นี้







