
กรมเชื้อเพลิงฯแจงข่าวกำจัดของเสีย
กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ แจงข่าวกำจัดของเสีย หลังมีการนำเสนอข้อมูลคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงหลายประการ
กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ แจงข่าวกำจัดของเสีย หลังมีการนำเสนอข้อมูลคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงหลายประการ
ตามที่ได้มีการนำเสนอข่าว "กรอ.ตรวจเข้มการจัดการของเสียจากแท่นขุดเจาะ" ผ่านเว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์นั้น ในเนื้อหาข่าวดังกล่าวมีความคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงหลายประการ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม จึงขอชี้แจงข้อเท็จจริง เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวตามรายละเอียดดังนี้
กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นในเรื่อง ของเสียจากการขุดเจาะและผลิตปิโตรเลียมเพื่อที่จะกำหนดให้เป็นวัตถุอันตรายตาม พรบ.วัตถุอันตราย ที่กรมโรงงานตสาหกรรมกำกับดูแล ซึ่งทางกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้เข้าร่วมในการประชุมดังกล่าว และชี้แจงไปในที่ประชุมว่า ในการกำกับดูแลของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติดำเนินการภายใต้ พรบ.ปิโตรเลียม โดยได้มีกำกับตั้งแต่ช่วงสำรวจ การตรวจสอบการผลิตอย่างเป็นระบบ และสามารถพิสูจน์และยืนยันได้ทั้งในด้านความปลอดภัยและผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ ในที่ประชุมมีการสอบถามในเรื่องนิยามและกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีความเข้าใจที่ตรงกัน เพื่อกรมโรงงานอุตสาหกรรมจะนำข้อมูลต่างๆที่ได้รับจากการประชุมไปพิจารณา และจะจัดตั้งคณะทำงานเพื่อหารือว่าสิ่งใดบ้างที่ต้องขึ้นทะเบียนเป็นวัตถุอันตรายและอยู่ในอำนาจการดูแลของหน่วยงานใด รวมถึงการประสานงานในการกำกับดูแลการจัดการของเสียจากการขุดเจาะและผลิตปิโตรเลียมได้ดำเนินการตามมาตรฐานความปลอดภัย ในระดับสากล อีกทั้งระบุอยู่ในมาตรการที่ต้องดำเนินการตามรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
เช่น ถ้าเป็นวัสดุที่ต้องส่งกำจัดก็จะนำไปกำจัดที่โรงงานที่ได้รับใบอนุญาตของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งในการขนส่งก็จะต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมายทั้งในส่วนที่นำไปกำจัดในต่างประเทศและในประเทศ โดยในการดำเนินการดังกล่าว มีการบันทึกปริมาณที่ขนออกไปจากแท่นขุดเจาะ และปริมาณที่โรงงานรับกำจัดได้รับดำเนินการอีกด้วย กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ยืนยันว่าไม่มีการดำเนินการตามที่มีการเผยแพร่ข่าวดังกล่าวแต่อย่างใด และยังมิได้มีการตกลงเพื่อแต่งตั้งคณะทำงานในการแก้ไขปัญหาการลักลอบทำผิดกฎหมาย รวมทั้งยังไม่ได้ประสานงานเพื่อขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่จากกรมโรงงานอุตสาหกรรมเข้าไปสุ่มตรวจ เพราะปัจจุบันได้มีการดำเนินการกำกับดูแลให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดอยู่แล้ว







