
ขึ้นเงินป.ตรีกระทบสายอาชีพ
หวั่นปรับฐานเงินเดือน ป.ตรี 1.5 หมื่นบาท กระทบการผลิตแรงงานสายอาชีวะ
หวั่นปรับฐานเงินเดือน ป.ตรี 1.5 หมื่นบาท กระทบการผลิตแรงงานสายอาชีวะ
นายวีรวัฒน์ วรรณศิริ นายกสมาคมโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การประกาศปรับเงินเดือนขั้นต่ำผู้จบปริญญาตรีเป็นเดือนละ 1.5 หมื่นบาท ของรัฐบาลชุดใหม่ อาจจะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจเรียนต่อและตลาดแรงงาน ซึ่งปัจจุบันแรงงานสายอาชีวะขาดแคลนอย่างหนักอยู่แล้ว เพราะนโยบายดังกล่าวอาจส่งผลให้นักเรียนจำนวนหนึ่งตัดสินใจเรียนต่อในระดับปริญาตรีแทน เพราะมีเงินเดือนเป็นแรงจูงใจ
นายวีรวัฒน์ กล่าวอีกว่า นโยบายดังกล่าวแม้จะรองรับเฉพาะการปรับฐานเงินเดือนข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ แต่คงจะมีขยายไปสู่เอกชนในภายหลัง รัฐบาลควรทบทวนนโยบายดังกล่าวใหม่โดยคำนึงถึงการผลิตแรงงานในภาพกว้างด้วย
นอกจากนี้ มาตรการในการรับมือกับปัญหาการผลิตกำลังคนด้านแรงงานที่ได้ดำเนินการไปแล้ว รัฐบาลใหม่ต้องนำมาพิจารณาถึงปัจจัยในการผลิตกำลังคนด้านอาชีวะ คือ การเข้าไปดูแลสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ซึ่งเป็นการทำงานประสานกันระหว่างภาคการศึกษาและตลาดแรงงาน ในการหาตำแหน่งการจ้างงานมารองรับ รวมถึงรับรองมาตรฐานวิชาชีพให้ผู้จบใหม่
นายวีรวัฒน์ กล่าวว่า การขาดแคลนครูสายอาชีวศึกษา หรือครูวิชาชีพเฉพาะก็กำลังประสบปัญหาขั้นวิกฤต ส่งผลต่อการแก้ปัญหาการผลิตกำลังแรงงานในภาพรวม โดยแต่ละปีมีผู้จบปริญญาตรีประมาณ 4 แสนคน มีงานรองรับตามวุฒิทั้งภาครัฐและเอกชนรวมกันเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ส่งผลให้มีผู้ตกงานจำนวนมากและส่วนหนึ่งกลับไปใช้วุฒิ ปวช. และ ม.6 สมัครงาน
ขณะที่คนที่จบอาชีวศึกษาได้งานทำ 100% จึงน่ากังวลว่า หากมีการจูงใจเรื่องฐานเงินเดือนที่สูงขึ้น อาจจะส่งผลกระทบต่อแผนการจัดการด้านแรงงานในวงกว้างได้ รวมถึงเกิดการสูญเปล่าด้านอุดมศึกษา และงบประมาณ จึงอยากให้รัฐบาลใหม่คำนึงถึงปัญหาเหล่านี้ด้วย







