
ตร.สั่งจับตาเหตุรุนแรงหลังเลือกตั้ง
กองปราบฯสั่งเจ้าหน้ที่จับตาเหตุรุนแรงหลังเลือกตั้ง พบหลายจังหวัดในภาคกลาง-ใต้มีความเคลื่อนไหวส่อรุนแรง
กองปราบฯสั่งเจ้าหน้ที่จับตาเหตุรุนแรงหลังเลือกตั้ง พบหลายจังหวัดในภาคกลาง-ใต้มีความเคลื่อนไหวส่อรุนแรง
ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป.ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ติดตามสถานการณ์ภายหลังการเลือกตั้งของ บก.ป.ได้เรียกประชุมคณะทำงาน ประกอบด้วย ผกก.1-6 บก.ป. ผกก.ปพ.บก.ป.และ ผกก.ฝ่ายอำนวยการ บก.ป.เพื่อติดตามความคืบหน้าการในการปฏิบัติงาน และรับมอบภารกิจภายหลังศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง (ศรส.ลต.ตร.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ประกาศปิดการดำเนินการหลังเสร็จภารกิจ
พ.ต.อ.ประสพโชค กล่าวว่า จากการติดตามข้อมูลด้านการข่าวและสถานการณ์ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไป ผลการเลือกตั้งที่ออกมาอาจไม่เป็นที่พอใจกับฝ่ายที่พ่ายแพ้การเลือกตั้งและอาจเกิดความรุนแรง ความขัดแย้งทางการเมือง จึงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการในแต่ละกองกำกับการลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวเพื่อป้องกันและปราบปรามกลุ่มผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง โดยเฉพาะคดีอาวุธปืน อาวุธสงคราม วัตถุระเบิด ยาเสพติดที่เป็นลักษณะเครือข่ายและผู้ค้ารายสำคัญ รับแจ้งเบาะแส รวบรวมข้อมูลจากผู้สมัคร หัวคะแนน ผู้สนับสนุนพรรคการเมือง และประชาชนทั่วไป รวมทั้งให้การคุ้มครองความปลอดภัยกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเมือง
"หลังการเลือกตั้งจี้หากมีผู้สมัคร ส.ส. หัวคะแนนหรือผู้สนับสนุนพรรคการเมืองคนไหนไม่มั่นใจในความปลอดภัยหรือคาดว่าอาจจะได้รับอันตราย ขอให้แจ้งมายังศูนย์ฯ เพื่อเตรียมการจัดเจ้าหน้าที่ไปคุ้มครองและประสานการทำงานกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และกองบัญชาการตำรวจภูธรต่างๆ ดำเนินการให้เป็นไปตามภารกิจที่ได้รับจาก สตช.โดยสามารถแจ้งข้อมูลได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-5120548 โทรสาร 02-5121979 หรือสายด่วน 1195 ซึ่งข้อมูลต่างๆ จะถูกเก็บไว้เป็นความลับ"
นอกจากนี้ โฆษกกองปราบยังกล่าวอีกว่า พื้นที่เป้าหมายที่ได้พบข้อมูลเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวอันอาจก่อให้เกิดเหตุรุนแรง ได้แก่ เขตเลือกตั้งที่ 2 จ.สระบุรี เขตเลือกตั้งที่ 7 จ.สมุทรปราการ จ.ฉะเชิงเทรา จ.ลพบุรี จ.อุทัยธานี จ.เพชรบูรณ์ จ.ยะลา และ จ.นราธิวาส นอกจากนี้ยังพบว่ามีอีกหลายจังหวัดทางภาคอีสานตอนล่าง และในภาคกลาง
"ขณะนี้มีผู้สมัคร หัวคะแนน หรือผู้สนับสนุนพรรคการเมืองร้องขอให้ทางศูนย์ฯ คุ้มครองความปลอดภัยมาแล้วจำนวนหนึ่งแต่ไม่ขอระบุจำนวนว่ามียอดแค่ไหน ส่วนระยะเวลาการดำเนินการเบื้องต้นกำหนดไว้เป็นเวลา 1-2 เดือน แต่หากพื้นที่ใดยังมีสถานการณ์รุนแรงก็จะพิจารณาขยายเวลาออกไป" พ.ต.อ.ประสพโชค กล่าว







