posttoday
เล็งนำเกาะรังนกอีแอ่นคืนอุทยานฯ

เล็งนำเกาะรังนกอีแอ่นคืนอุทยานฯ

07 กรกฎาคม 2554

คณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่น-อบจ.ตรัง  เตรียมนำเกาะเหลาเหลียงเหนือคืนมาจากทางอุทยานฯ เพื่อใช้ประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวและอนุรักษ์

คณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่น-อบจ.ตรัง  เตรียมนำเกาะเหลาเหลียงเหนือคืนมาจากทางอุทยานฯ เพื่อใช้ประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวและอนุรักษ์

เล็งนำเกาะรังนกอีแอ่นคืนอุทยานฯ ภาพประกอบข่าว

นายไชยศ ธงไชย ปลัดจังหวัดตรัง กล่าวว่า  จากการประชุมหารือของคณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่นพื้นที่ จ.ตรัง  รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประมาณ 30 คน  โดยมี นายไมตรี อินตุสุต ผวจ.ตรัง เป็นประธาน  ได้มีการพิจารณาทบทวนกรณีที่มีการอนุญาตให้อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตราและเหลาเหลียง  ใช้เกาะเหลาเหลียงเหนือ เพื่อการอนุรักษ์และการท่องเที่ยว  แต่ช่วงที่ผ่านมาพบว่ามิได้นำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่ร้องขอจากคณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่นพื้นที่ จ.ตรัง  และองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ตรัง
 
ทั้งนี้ เนื่องจากการที่จะให้เกาะรังนกอีแอ่น อยู่ร่วมกับการท่องเที่ยว มักจะเกิดปัญหา  เพราะเกาะรังนกต้องการความสงบบนเกาะ ส่วนการท่องเที่ยวจะมีเสียงดังวุ่นวาย  และเมื่อนักท่องเที่ยวเข้าไปในเขตรังนก ก็มักจะมีปัญหากับกับผู้ดูแลสัมปทานจัดเก็บรังนก  ซึ่งหากจังหวัดตรัง ต้องการขอคืนพื้นที่เกาะเหลาเหลียง  ก็ควรจะขอคืนทั้งหมด เพื่อป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นภายหลัง  เพราะที่ผ่านมาผู้ดูแลรังนกมักจะใช้ความรุนแรงกับผู้ที่ล่วงล้ำเข้าไปในเขตสัมปทนรังนกอยู่บ่อยครั้ง
                  
ด้านนางราตรี ปักษี นายกอบต.เกาะสุกร อ.ปะเหลียน  หนึ่งในคณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่นพื้นที่ จ.ตรัง   กล่าวว่า  เมื่อปี 2552 ทางอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตราและเหลาเหลียง  ได้ยื่นหนังสือขอใช้พื้นที่เกาะเหลาเหลียงเหนือ ประมาณ 100 ไร่  เพื่อการท่องเที่ยวและอนุรักษ์พันธุ์รังนกอีแอ่น  อย่างไรก็ตามในห้วงที่ผ่านมา หลังจากอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตราและเหลาเหลียง  ได้เข้ามาดูแลพื้นที่เกาะเหลาเหลียนเหนือ ซึ่งอยู่ในเขตปกครองของ อบต.เกาะสุกร แล้วปรากฏว่าได้มีปัญหาเกิดขึ้นอย่างมากมาย  เช่น มีการขอใช้พื้นที่เกาะเหลาเหลียงเพื่ออนุรักษ์พันธุ์นกอีแอ่น  แต่กลับมีบุคคลภายนอกลักลอบเข้าไปเก็บรังนก  และไม่มีการดำเนินการจับกุมมาดำเนินการตามกฎหมายแต่อย่างใด
             
นอกจากนั้น ยังได้มีการทิ้งขยะบนเกาะเหลาเหลียงเหนือ บริเวณหาดทรายอย่างเรี่ยราด  อีกทั้งยังขาดการเอาใจใส่จากเจ้าหน้าที่ และมีการเรียกเก็บค่าใช้พื้นที่เกาะอย่างไร้เหตุผล จนสร้างความเดือดร้อนให้แก่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก  ดังนั้น หากปล่อยให้ทางอุทยานฯ บริหารจัดการเกาะต่อไป  อาจจะสร้างความเสียหายให้แก่ อบต.เกาะสุกร และพื้นที่เกาะรังนกได้  จึงเห็นควรนำเกาะเหลาเหลียงเหนือ กลับมาอยู่ในการดูแลของคณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่นพื้นที่ จ.ตรัง และ อบจ.ตรัง
                  
ด้านนายเทอดไทย ขวัญทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตราและเหลาเหลียง กล่าวว่า  หากทางจังหวัดตรัง จะมีการขอเกาะเหลาเหลียงเหนือ  เฉพาะพื้นที่ถ้ำรังนกอีแอ่น กลับคืน ทางอุทยานฯ ก็ไม่ขัดข้อง  เนื่องจากสภาพเกาะในปัจจุบันมีรังนกในปริมาณที่น้อยมาก  โดยช่วงการสัมปทานจัดเก็บรังนกระยะเวลา 5 ปีนี้  จะสามารถจับเก็บได้สูงสุดมูลค่าไม่เกิน 5 ล้านบาทเท่านั้น
 
ทั้งนี้  สำหรับพื้นที่ชายทะเล โดยเฉพาะเกาะแก่งต่างๆ ซึ่งทางอุทยานฯ ได้ใช้เพื่อการท่องเที่ยวมาแล้วนั้น  ก็ยังคงมีสิทธิตามกฎหมายอุทยานแห่งชาติที่จะใช้ประโยชน์ต่อไป  ส่วนปัญหาขยะที่พบอยู่เกลื่อนกลาดทั่วชายหาดนั้น  เพราะช่วงนี้เป็นหน้ามรสุมตะวันตกเฉียงใต้ จึงมีขยะจากท้องทะเลลอยขึ้นมาบนฝั่ง  และปกติทางอุทยานฯ จะจัดเก็บเฉพาะในช่วงหน้าท่องเที่ยวเท่านั้น  แต่ถ้าจะให้จัดเก็บทั้งปี คงไม่สามารถรับภาระได้ไหว
 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท