เรียกสอบเหตุงดเลือกตั้งยกหมู่บ้านที่เชียงราย
กกต.เชียงรายเรียกกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านสอบ หลังสองหมู่บ้านประท้วงไม่ไปสิทธิเลือกตั้ง คาดมีผู้โยงใยอยู่เบื้องหลัง
กกต.เชียงรายเรียกกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านสอบ หลังสองหมู่บ้านประท้วงไม่ไปสิทธิเลือกตั้ง คาดมีผู้โยงใยอยู่เบื้องหลัง
นายพงษ์พันธ์ ริ้วทองทวี ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง(ผอ.กต.) ประจำจังหวัดเชียงราย เชิญนายปรีชา กนกนาฏกุล กำนันตำบลห้วยชมพู และนายอาแป เม่อแลกู่ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 บ้านห้วยแม่เลี่ยม และนายพิธาน เยลูกู่ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 11 บ้านร่มเย็น อ.เมืองเชียงราย มายังสำนักงาน กกต.เชียงราย บริเวณสถานีขนส่งใหม่ ในเมืองเชียงราย เพื่อให้ปากคำต่อกรณีที่ชาวบ้านสองหมู่บ้าน ได้แก่ ชาวบ้านห้วยแม่เหลี่ยม ม.3 และ บ้านร่วมเย็น หมู่ที 11 ต.ห้วยชมภู อ.เมืองเชียงราย รวมตัวกันไม่เดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ในวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา จนทำให้หน่วยเลือกตั้งทั้งสองแห่งไม่มีผู้เดินทางไปใช้สิทธิเลย
นายปรีชา กำนันตำบลห้วยชมพู กล่าวว่า ข้อเรียกร้องของชาวบ้านเกี่ยวกับถนนทางเข้าหมู่บ้านและความต้องการเรื่องไฟฟ้า เป็นประเด็นและปัญหามาช้านานสำหรับชาวบ้านในต.ห้วยชมพู ส่วนการงดเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งกันทั้งหมู่บ้าน เป็นเรื่องที่ต้องยอมรับว่า สะท้อนความรู้สึกกับคนฟังอย่างมาก แต่จะขอยืนยันว่า การกระทำนั้นเป็นความตั้งใจของชาวบ้านด้วยกันเอง ไม่ได้มีใครเข้าไปยุยงเพื่อให้เกิดการกระทำเช่นนั้น
“พวกเขาคิดเสมอว่า ต.ห้วยชมพู ตั้งอยู่ในเขตอ.เมือง และชาวบ้านที่นั่นอาศัยอยู่กันมายาวนานกว่า 100 ปี แต่ในทุกวันที่ผ่านพ้นไปเหมือนกับพวกเขาถูกทอดทิ้ง ไม่ได้รับการเอาใจใส่จากหน่วยงานของรัฐ แม้แต่ถนนเส้นทางหลักที่จะเข้าสู่หมู่บ้าน และระบบไฟฟ้า ที่น่าจะเป็นเรื่องพื้นฐาน”กำนันต.ห้วยชมพู กล่าว
ด้านนายพงษ์พันธ์ ริ้วทองทวี ผอ.กต.จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ไม่น่าจะมีความเป็นไปได้ ที่ชาวบ้านนับพันคนหรือทั้งหมู่บ้าน จะตกลงใจไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยที่ไม่มีผู้ชักนำหรือแกนนำต้นคิด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้คณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดเชียงราย ได้มีการเรียกสอบกำนัน และผู้ใหญ่บ้านทั้งสองหมู่ รวมถึงคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง เพื่อหาผู้กระทำผิดครั้งนี้ให้ถึงที่สุด
นายพงษ์พันธ์ กล่าวอีกว่า หากจะอ้างเรื่องถนนและไฟฟ้า วิธีการนี้คงไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง ซึ่งมาตรา 76 ตาม พรบ.เลือกตั้ง สสสว. กำหนดไว้ชัดเจนว่า “ห้ามมิให้ผู้ใด กระทำการใด โดยไม่มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อไม่ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้สิทธิเลือกตั้งได้ หรือกักขังหน่วยเหนี่ยวผู้ที่จะเลือกตั้ง” และเชื่อว่าในกรณีนี้ จะต้องมีผู้ที่อยู่เบื้องหลังและพยายามชักจูงไม่ให้ชาวบ้านทั้งสองหมู่บ้านเดินทางไปใช้สิทธิอย่างแน่นนอน แต่วิธีการชักจูงนั้น อาจจะเป็นการประชุมร่วมกัน หรือออกตระเวนแจ้งข้อมูลชาวบ้าน ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องสืบสวนกันไปก่อน
“จากข้อมูลเบื้องต้น ทราบว่า ทั้งสองหมู่บ้านนี้ มีเพียงคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งบางคนเท่านั้น ที่ได้ใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง และหลังจากการสอบปากคำกำนัน และผู้ใหญ่บ้านทั้งสองหมู่บ้านแล้ว เจ้าหน้าที่จำเป็นจะต้องลงพื้นที่หมู่บ้าน เพื่อสอบชาวบ้านเพิ่มเติมด้วย ซึ่งหากพบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนี้มีแกนนำหรือผู้กระทำผิดตาม พรบ.เลือกตั้ง ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งจำเป็นจะต้องแจ้งความดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดนั้นทันที”ผอ.กต.เชียงราย กล่าวว่า


