posttoday
หนี้สาธารณะเอเชีย คลื่นใต้น้ำที่ประมาทไม่ได้

หนี้สาธารณะเอเชีย คลื่นใต้น้ำที่ประมาทไม่ได้

07 กรกฎาคม 2554

ปัญหาหนี้สาธารณะไม่เคยเป็นประเด็นให้ชาวโลกกังวลถึงเพียงนี้

ปัญหาหนี้สาธารณะไม่เคยเป็นประเด็นให้ชาวโลกกังวลถึงเพียงนี้

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

ปัญหาหนี้สาธารณะไม่เคยเป็นประเด็นให้ชาวโลกกังวลถึงเพียงนี้ ไม่เฉพาะแต่สถานการณ์ในยุโรปกับวิวาทะในสหรัฐเท่านั้น แม้แต่เอเชียยังต้องพลอยประสบกับวิบากกรรมหนี้สาธารณะตามไปด้วย

เริ่มต้นจากญี่ปุ่น ซึ่งมีระดับหนี้สาธารณะสูงที่สุดในโลก จนยังผลให้รัฐบาลชุดปัจจุบันต้องประกาศเป้าหมายทางการเมืองเพื่อหั่นหนี้โดยเร่งด่วน เพราะในเวลาอันใกล้ญี่ปุ่นมีแนวโน้มที่จะจนลง จากอัตราการเกิดของประชากรต่ำ คนวัยทำงานไม่เพียงพอจะเลี้ยงประเทศที่มีแต่คนชรามากขึ้น

พันธกิจปลดหนี้ของรัฐบาลญี่ปุ่นเกือบไปไม่รอด เพราะเศรษฐกิจของประเทศซวนเซอย่างหนัก ต้องการเม็ดเงินกู้มหาศาลเพื่อกระตุ้นให้ฟื้นตัวจากภาวะถดถอยซ้ำแล้วซ้ำเล่า กลายเป็นช่องโหว่ให้ฝ่ายค้านโจมตีอย่างรุนแรง จนนายกรัฐมนตรี ยูคิโอะ ฮาโตยามา ต้องลาออกจากตำแหน่งเมื่อเดือน มิ.ย.ปีที่แล้ว

เมื่อเดือน ม.ค.ปีนี้ ปัญหาหนี้สาธารณะยิ่งย่ำแย่ลง เมื่อบริษัท Standard & Poor’s หรือ S&P ประกาศลดระดับความน่าเชื่อถือทางการเงินของญี่ปุ่นลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2545 ลงมาอยู่ที่ AA- ในเดือนถัดมา กระทรวงการคลังญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ยอดหนี้สาธารณะพอกพูนถึง 919.15 ล้านล้านเยน หรือ 11 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

ภายในปีนี้มีวี่แววที่หนี้สาธารณะของญี่ปุ่นจะทะลุ 200-220% หรือ 2 เท่าของมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ขณะเดียวกันประเทศก็ยิ่งต้องการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น

 

หนี้สาธารณะเอเชีย คลื่นใต้น้ำที่ประมาทไม่ได้

สถานการณ์เลวร้ายที่ประเดประดังเข้ามา ทำให้รัฐมนตรีคลังและนายกรัฐมนตรีคนใหม่ยิ่งกำหนดนโยบายรับมือไม่ถูก

แต่อาจเรียกได้ว่าเป็นโชคในคราวเคราะห์หนัก เมื่อภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งใหญ่ ทำให้ญี่ปุ่นสามารถเบี่ยงประเด็นหนี้สาธารณะไปได้ระยะหนึ่ง หลังจากที่รัฐบาลจวนเจียนจะล้มครืนเพราะปัญหานี้อยู่รอมร่อ

ไม่เฉพาะแต่ญี่ปุ่นเท่านั้นที่กำลังทุรนทุรายกับปัญหาหนี้สินล้นพ้นตัว แม้แต่จีน มหาอำนาจอันดับ 1 ของเอเชีย ยังเริ่มแสดงอาการกระอักพิษหนี้บ้างแล้ว

เมื่อช่วงปลายเดือน มิ.ย. เป็นครั้งแรกที่รัฐบาลจีนเปิดเผยยอดหนี้สาธารณะในส่วนของรัฐบาลท้องถิ่น ซึ่งสูงถึง 10.7 ล้านล้านหยวน หรือ 1.6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือครึ่งหนึ่งของทุนสำรองของประเทศที่กว่า 3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นอัตราส่วนหนี้ต่อหัวที่ 1,200 เหรียญสหรัฐต่อประชากร 1 คน

การเปิดเผยตัวเลขหนี้สาธารณะในภาคท้องถิ่น นับเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ปกติ เพราะทุกประเทศมักให้ความสำคัญกับหนี้มวลรวมทั้งประเทศมากกว่า แต่ในกรณีของจีนสามารถเข้าใจได้ สำหรับผู้ที่ติดตามท่าทีของรัฐบาลกลางของจีนต่อรัฐบาลท้องถิ่นมาโดยตลอด

นับตั้งแต่ก่อนวิกฤตเศรษฐกิจและการเงินโลก เงินทุนทั้งจากภาครัฐและเอกชนได้ไหลบ่าเข้าสู่พื้นที่ต่างๆ ของจีนอย่างไม่เคยมีมาก่อน เงินส่วนใหญ่มุ่งเน้นการพัฒนาสาธารณูปโภค เพื่อวางรากฐานการขยายตัวอย่างเท่าเทียมระหว่าง “เขตนอก” คือ เขตเศรษฐกิจชายฝั่งที่ร่ำรวย กับ “เขตใน” หรือเขตชนบทที่ยากจน

แต่เอาเข้าจริงเขตในมีทุนไหลเข้าไม่มากนัก เพราะมิใช่จุดยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ ยังผลให้รัฐบาลกลางต้องเป็นผู้อัดฉีดทุนเข้าสู่พื้นที่ดังกล่าว พร้อมกระตุ้นให้รัฐบาลท้องถิ่นจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาท้องที่ของตนให้ตรงตามเป้ายุทธศาสตร์ลดช่องว่างการพัฒนาระหว่าง 2 พื้นที่

ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจและการเงิน รัฐบาลจีนยิ่งกระตุ้นให้ท้องถิ่นใช้จ่าย ไม่ว่าจะใช้จ่ายในทางใดก็ตาม ในชั้นต้นไม่มีการตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะมุ่งให้เกิดสภาพคล่องและการจ้างงานเป็นหลัก

เรื่องมาแดงในภายหลัง เมื่อประชาชนเริ่มร้องเรียนว่ารัฐบาลท้องถิ่นกู้เงินกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไม่ประสา เพราะนำไปใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย ที่ชัดเจนที่สุด คือ แทนที่จะปรับปรุงสาธารณูปโภค กลับกลายเป็นการแห่กันสร้างอาคารราชการอย่างหรูหรา หรือกระทั่ง “กู้เพื่อกิน” กันอย่างซึ่งๆ หน้า

เป็นมหกรรมผลาญงบประมาณอย่างขนานใหญ่ โดยที่รัฐบาลกลางเพิ่งรู้ตัว และก่อหนี้ก้อนมหึมาจนกลายเป็นช่องโหว่ในระบบเศรษฐกิจ

การเปิดเผยตัวเลขหนี้สาธารณะของภาคท้องถิ่น จึงเป็นการส่งสัญญาณเตือนว่า นับจากนี้การกู้อย่างสิ้นคิดจะไม่เกิดขึ้นอีกต่อไป ส่วนหนึ่งเป็นสารที่ส่งไปยังข้าราชการท้องถิ่นว่า หากเกิดกรณีเช่นนี้อีก โทษสูงสุดที่จะตามคือข้อหาฉ้อราษฎร์บังหลวง ซึ่งจะลงเอยที่ตะแลงแกงประหารชีวิต

ส่วนสารที่ส่งไปยังชาวโลก คือ ท่าทีจริงจังของรัฐบาลจีนที่จะไม่ก่อหนี้ตามใจชอบ มิให้ลงเอยเหมือนยุโรป หรือญี่ปุ่น

ปัญหาก็คือ สารที่ส่งไปยังชาวโลกเกือบกลายเป็นเรื่องโอละพ่อ เมื่อบริษัท Moody’s ประเมินตัวเลขหนี้สาธารณะภาคท้องถิ่นของจีนเสียใหม่ ปรากฏว่าจีนอาจหมกเม็ดหนี้อีกถึง 5.41 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือเกือบครึ่งของตัวเลขที่ประกาศออกไป

แม้จะเป็นเพียงหนี้ในระดับท้องถิ่น แต่ Moody’s ถึงกับขู่ว่า หากจีนไม่มีแผนการแก้ไขเรื่องนี้อย่างจริงจัง เห็นทีคงต้องลดระดับความน่าเชื่อถือของธนาคารสัญชาติจีนลงเหลือระดับติดลบ หรือ Negative พอๆ กับที่กรีซกำลังเผชิญอยู่

ร้ายแรงถึงเพียงนั้น!

สถานการณ์หนี้สาธารณะของจีนอาจไม่ถึงขั้นวิกฤต และที่จริงยังไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นปัญหาด้วยซ้ำ แต่ที่บริษัทจัดอันดับเครดิตต้องตาลีตาลานออกปากขู่จีน ก็เพราะไม่ต้องการให้เอเชียปล่อยปละละเลยจนกลายเป็นเหยื่อรายต่อไปของวิกฤตนี้

แค่ในยุโรปนักลงทุนก็อ่วมอรทัย หากลามไปกระทบดินแดนแห่งความหวังที่เหลืออยู่เพียงแห่งเดียวในโลก เศรษฐกิจทุกหัวระแหงอาจล้มครืนลงอีกครั้ง

ท่าทีของ Moody’s จึงสะท้อนความกังวลของนักลงทุนในอนาคต มิใช่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้น

ในความเป็นจริง ขณะนี้จีนอยู่ลำดับที่ 111 ของอัตราหนี้สาธารณะรายประเทศ ปริมาณหนี้อยู่ที่เพียง 1.91 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือน้อยกว่าไทยหลายขุม ยังไม่ต้องเทียบกับญี่ปุ่น หรือกระทั่งสิงคโปร์ ซึ่งมีหนี้สูงที่สุดในกลุ่มอาเซียนที่ 9.89 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือในอันดับที่ 9 ของโลก จากการประเมินโดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)

ประเทศในเอเชียไม่ได้อยู่ในอันดับต้นๆ ของประเทศที่มีหนี้สูงที่สุดในโลก หากไล่ตั้งแต่ญี่ปุ่นในอันดับที่ 1 ของโลก มาที่สิงคโปร์ในอันดับที่ 9 ลงมาจะพบว่า ลำดับต่อไป คือ ภูฏาน กลับอยู่ที่ 39 ตามด้วยเวียดนามในอันดับที่ 41 ฟิลิปปินส์ในอันดับที่ 42 อินเดียที่ 44 มาเลเซียที่ 48 ปากีสถานที่ 51 และไทยในอันดับที่ 62 ของโลก

การประชุม Asian Regional Public Debt Management Forum ครั้งที่ 2 เมื่อเดือน มี.ค. ซึ่งจัดขึ้นที่ภูเก็ต ซึ่งมีตัวแทนจากหน่วยงานด้านการบริหารหนี้สาธารณะจากประเทศในภูมิภาคเอเชียและยุโรป รวม 46 ประเทศ ที่ประชุมเห็นตรงกันว่าเอเชียยังไม่มีความเสี่ยงจากวิกฤตหนี้สาธารณะ

อย่างไรก็ตาม จากกระแสทุนที่ไหลบ่าเข้าเอเชียอย่างหนัก นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และนโยบายการเงินที่มุ่งเน้นการใช้จ่ายโดยภาครัฐ อาจยังผลให้เอเชียเริ่มที่จะมีพฤติกรรมการเงินการคลังคล้ายประเทศพัฒนา ซึ่งก่อหนี้มหาศาลจนกลายเป็นปัญหาดังเช่นทุกวันนี้

หากกำหนดทิศทางนโยบายผิดพลาด หรือมือเติบจนเกินไป ความรุ่งเรืองของเอเชียอาจดับวูบลงอย่างไม่เป็นท่า เหมือนกับที่ยุโรปกำลังประสบ

 

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง