
ขยับลดน้ำมัน
เผยไต๋นโยบายเพื่อไทยเลิกเก็บเงินเบนซิน-ดีเซลเข้ากองทุน1ปีหวังหั่นค่าครองชีพ
เผยไต๋นโยบายเพื่อไทยเลิกเก็บเงินเบนซิน-ดีเซลเข้ากองทุน1ปีหวังหั่นค่าครองชีพ
เดินหน้าลดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ หั่นค่าครองชีพระบุจะทำแค่ช่วงเดียวเท่านั้น
ทันทีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรว่าที่นายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังประชุมร่วมกับทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยเมื่อวันที่ 6 ก.ค. ว่า รัฐบาลใหม่จะดำเนินการนโยบายเร่งด่วน 6 ข้อหลังแถลงนโยบายต่อรัฐสภา อาทิ จัดทำระบบสุขภาพใหม่ในเรื่อง 30 บาทรักษาทุกโรค
ยกเว้นการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ ในส่วนของน้ำมันเบนซิน 95 จำนวน 7.50 บาทต่อลิตร เบนซิน 91 ลดลง 6.70 บาทต่อลิตร และดีเซล 2.20 บาทต่อลิตร ฯลฯผู้เชี่ยวชาญก็ท้วงว่าแนวทางนี้จะส่งผลเฉพาะกลุ่มเล็กๆ
ขณะที่นโยบายการปรับฐานเงินเดือนข้าราชการและรัฐวิสาหกิจไม่ให้ต่ำกว่าเดือนละ 1.5 หมื่นบาท ในเดือน ต.ค.นี้ ตามที่นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ระบุจะส่งผลกระทบต่อการปรับเงินเดือนทั้งระบบ ไม่อาจทำได้เฉพาะกลุ่มแบบโดดๆ
รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยเปิดเผยว่า ประเด็นกองทุนน้ำมันฯ นี้จะไม่ใช่ยกเลิกกองทุนน้ำมันฯ แต่จะหยุดเก็บเงินจากน้ำมันดีเซลและเบนซิน แค่ช่วงใดช่วงหนึ่ง เช่น 1 ปี เพื่อลดค่าครองชีพของประชาชน
นายมนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน ระบุว่า การเลือกลดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ โดยวางน้ำหนักไปที่เบนซินเช่นนี้ จะส่งผลให้ต่อไปราคาน้ำมันเบนซินจะมาใกล้เคียงกับน้ำมันแก๊สโซฮอล์
“ถ้าเป็นอย่างนี้ก็จะไม่มีคนใช้แก๊สโซฮอล์ ส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตเอทานอล เกษตรกรผู้ปลูกพืชพลังงานทดแทนและนโยบายพลังงานในอนาคต” นายมนูญ ระบุ
แนวทางดังกล่าวยังจะเป็นประโยชน์แต่ผู้ใช้รถยนต์หรูที่ไม่สามารถเติมแก๊สโซฮอล์ได้ คนกลุ่มนี้ใช้น้ำมันเบนซินอยู่ 8.6 หมื่นลิตรต่อวัน รวมแล้วมีไม่ถึง 1% ของทั้งหมด ขณะที่คนชนชั้นกลางใช้น้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์ อยู่ถึงวันละ 11 ล้านลิตร ถ้ารวมกลุ่มใช้เบนซินด้วยก็มีมากถึง 20 กว่าล้านลิตรต่อวัน ถ้าจะให้ได้ผลต้องยกเลิกกลุ่มนี้
“ส่วนที่จะลดการเก็บดีเซลลิตรละ 2.20 บาท ปัจจุบันเก็บ 1.80 บาท ต้องอุดหนุนอีก 50 สตางค์” นายมนูญ กล่าว
ในเวลาต่อมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงนโยบายค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทว่า ไม่ได้หายไปจากเรื่องเร่งด่วน อาจเริ่มได้ในวันที่ 1 ม.ค.ปีหน้า เนื่องจากต้องเชื่อมโยงกับนโยบายลดภาษีส่วนบุคคล







