
อย่างนี้ก็มีด้วยสอบตกแต่แจ้งกกต.ขอเบิกค่าหาเสียง
ผลเลือกตั้งสรุปออกมาแล้วผู้ชนะก็ดีใจ ส่วนผู้แพ้บางรายก็ขุดคุ้ยความผิดขึ้นมาร้องเรียน หวังให้มีการนับคะแนนใหม่
ผลเลือกตั้งสรุปออกมาแล้วผู้ชนะก็ดีใจ ส่วนผู้แพ้บางรายก็ขุดคุ้ยความผิดขึ้นมาร้องเรียน หวังให้มีการนับคะแนนใหม่
โดย...ทีมข่าวภูมิภาค
ผลเลือกตั้งสรุปออกมาแล้วผู้ชนะก็ดีใจ ส่วนผู้แพ้บางรายก็ขุดคุ้ยความผิดขึ้นมาร้องเรียน หวังให้มีการนับคะแนนใหม่ หรืออาจถึงขั้นให้ใบเหลือง ใบแดง ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาทั่วไปที่เกิดขึ้นทุกครั้งหลังเลือกตั้ง
แต่ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จ.พิจิตรมีเรื่องที่ทำให้เจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานต้องฮือฮาเกิดขึ้นธนบูรณ์ สินมานะ ผู้อำนวยการ กกต.พิจิตร เปิดเผยว่า วันนี้มีเหตุการณ์สุดพิลึก เมื่อมีผู้สมัครสส.ระบบบัญชีรายชื่อคนหนึ่งของพรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นชาว จ.พิจิตร นำบัญชีค่าใช้จ่ายจะมาขอเบิกเงิน 1.5 ล้านบาท จาก กกต. เพราะสำคัญผิดว่าสามารถเบิกค่าใช้จ่ายได้ 1.5 ล้านบาท จึงได้ชี้แจงข้อเท็จจริงให้ทราบว่า ไม่มีเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด
เรื่องที่เกิดขึ้นสร้างความฮือฮาเรียกความสนใจจากเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานอย่างยิ่ง จึงพากันมารับฟังเรื่องราวคำบอกเล่าของ พนม เจ้าหน้าที่คนแรก ซึ่งรับเรื่องมาจาก มานพ เล่าว่า ผู้สมัคร สส.รายนี้มาพร้อมกับญาติมิตรหลายราย เข้ามายื่นเอกสาร บอกว่า มาส่งหลักฐานค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้ง เมื่อถามว่าใช้เงินไปเท่าไหร่ ก็แจ้งว่า 1.5 ล้านบาท ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่ต้องประหลาดใจที่ผู้สมัครพรรคเล็กกลับใช้เงินสูงเช่นนี้
แต่ครู่เดียวเจ้าหน้าที่คนนี้ก็ต้องประหลาดใจยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อผู้สมัครรายนี้ ถามขึ้นมาว่า “แล้วผมจะได้เงินหรือเช็คเมื่อไหร่” เมื่อเจ้าหน้าที่ถามกลับว่า เงินอะไร ก็ได้รับคำตอบว่า “เงินค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้งไง”
ถามไถ่กันไปจนได้ความว่าผู้สมัครรายนี้เข้าใจว่า การทำบัญชีค่าใช้จ่ายในการหาเสียงมายื่นหลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้ง เป็นการยื่นหลักฐานเพื่อขอเบิกเงินทั้งหมดจาก กกต.
แต่ไม่ว่าจะชี้แจงอย่างไรผู้สมัครรายนี้ก็ไม่เข้าใจ จนเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ในสำนักงาน กระทั่งตัวผู้อำนวยการ กกต.พิจิตร ต้องมาชี้แจงด้วยตัวเองว่า สิ่งที่คิดนั้นไม่ใช่ เพราะแท้ที่จริงแล้วผู้ที่จะสมัคร สส. จะต้องใช้ทุนของตนเองหรือใช้ทุนของพรรค หรือจากที่ใดก็ตามมาเพื่อใช้ในการหาเสียง แต่ต้องไม่เกิน 1.5 ล้านบาท ซึ่งไม่ใช่ว่า กกต.จะออกทุนให้
เมื่อฟังคำชี้แจงจากผู้อำนวยการ กกต.พิจิตรเช่นนี้แล้ว ทั้งตัวผู้สมัครรายนี้และญาติมิตรที่ติดตามมาให้กำลังใจ ก็หน้าซีดหน้าเซียวแทบจะเป็นลม
จะไม่ให้เป็นลมได้อย่างไร ก็ในเมื่อค่าใช้จ่ายในการหาเสียงทั้งหลาย ตั้งแต่ค่าป้ายโฆษณา ค่าน้ำมันรถอีแต๋น รถอีโก้งของเพื่อนบ้านที่ว่าจ้างมาให้วิ่งช่วยหาเสียงก็ติดค้างไว้ทั้งนั้น เพราะคาดหวังว่า เลือกตั้งเสร็จถึงสอบตกก็ไม่เป็นไร เพราะสามารถเบิกเงินก้อนใหญ่กว่าล้าน จาก กกต.มาจ่ายได้ เมื่อนั้นก็จะนำไปจ่ายเพื่อนบ้านและบรรดาหัวคะแนน
พอเจอคำชี้แจงชัดๆ แบบนี้เข้า ก็ทำเอาหน้าซีดแทบเป็นลม เพื่อนบ้านที่มาด้วยกันถึงกับต้องพยุงลงจากสำนักงาน กกต.พิจิตร กลับบ้านไปด้วยความผิดหวัง ทั้งสอบตก ทั้งเป็นหนี้
แม้จะเป็นเรื่องชวนขำ แต่ก็แฝงด้วยความเศร้า น่าเห็นใจในความไม่รู้ไม่เข้าใจระเบียบกฎหมาย อีกทั้งไม่รู้ว่าผู้สมัครรายนี้ถูกชักชวนอย่างไร
คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงไม่ควรปล่อยเรื่องนี้ให้จบลงเพียงเท่านี้ แต่ควรสืบสาวให้ได้ความกระจ่าง ว่าเป็นเพราะความเข้าใจผิดด้วยความไม่รู้ หรือเป็นการชักจูงโดยการหลอกลวงให้เข้าใจผิด







