posttoday
‘อลงกรณ์’ยื้อดีแทคการเมืองแทรกสั่งลา

‘อลงกรณ์’ยื้อดีแทคการเมืองแทรกสั่งลา

06 กรกฎาคม 2554

“อลงกรณ์” ยื้อผลสอบดีแทคส่งตำรวจ ดึงให้ที่ปรึกษาสอบซ้ำผิดนอมินีหรือไม่ อ้างเพื่อให้ต่างชาติทำถูกกฎหมายไทย

“อลงกรณ์” ยื้อผลสอบดีแทคส่งตำรวจ ดึงให้ที่ปรึกษาสอบซ้ำผิดนอมินีหรือไม่ อ้างเพื่อให้ต่างชาติทำถูกกฎหมายไทย

นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าระงับส่งผลตรวจสอบโครงสร้างการถือหุ้นของบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค ที่จะส่งผลไปให้ตำรวจตรวจสอบเชิงลึกไว้ก่อน เนื่องจากกรณีดังกล่าวเป็นที่สนใจของสาธารณชน

ดังนั้น จึงได้ต้องการให้นายสัญญา สถิรบุตร ประธานที่ปรึกษา รมช.พาณิชย์ ตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง คาดว่าจะใช้เวลา 23 วัน และให้เสนอผลดังกล่าวกลับมาให้ตัวเองพิจารณาว่าควรจะฟันธงดีแทคเป็นบริษัทต่างด้าวหรือไม่ หากเป็นบริษัทต่างด้าวจะให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าในฐานะนายทะเบียน ส่งให้อัยการฟ้องร้องในฐานะผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ แต่หากยังไม่แน่ชัดถือเป็นการตีธง และส่งให้ตำรวจสอบสวนเชิงลึกต่อไป

 

‘อลงกรณ์’ยื้อดีแทคการเมืองแทรกสั่งลา

นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ต้องการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าในฐานะผู้ดูแลรับผิดชอบกฎหมายให้ใช้อำนาจอย่างแท้จริง เนื่องจากกรณีดังกล่าวมีข้อเท็จจริงที่ชี้ได้ว่ามีการถือหุ้นแทน เมื่อมีหลักฐานก็ต้องฟันธงไปเลย แต่ผลสรุปของคณะทำงานกลับเป็นการตีธง ถือว่าไม่ชัดเจน ทำให้การใช้กฎหมายไม่เข้มแข็ง ส่งสัญญาณไปยังธุรกิจต่างประเทศให้รู้ว่าต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมายไทย ซึ่งกรณีดีแทคจะส่งสัญญาไปยังธุรกิจต่างชาติที่ทำธุรกิจในประเทศไทย ต้องทำธุรกิจให้ถูกกฎหมายไทย และเชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการลงทุน แต่ต้องการให้เกิดการแข่งขันการค้าที่เป็นธรรม โดยเฉพาะในปี 2558 ที่จะเปิดเสรีการค้าและการลงทุนในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ดังนั้นภาครัฐจึงต้องมีการดูแลไม่ให้ธุรกิจไทยเสียเปรียบต่างชาติ ส่วนการแก้ไขกฎหมายการประกอบธุรกิจต่างด้าว เห็นว่าในอนาคตควรมีการแก้ไขกฎหมายเพื่อทันต่อสถานการณ์การแข่งขัน

รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า ก่อนหน้านี้นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าส่งผลสรุปการตรวจสอบดีแทคให้ตำรวจสอบสวนเชิงลึกต่อในวันที่ 5 ก.ค. เนื่องจากยังไม่สามารถฟันธงได้ว่าดีแทคเป็นต่างด้าว แต่มีมูลว่าเข้าข่ายเป็นต่างด้าวเท่านั้น อย่างไรก็ตาม นายอลงกรณ์สามารถสั่งให้กรมระงับผลสอบได้ แต่อยู่ที่กรมจะทำตามหรือไม่ หากทำถือว่ายอมให้การเมืองเข้าแทรกแซง เพราะการทำงานของคณะทำ งานถือว่าจบไปแล้ว

ด้านความเคลื่อนไหวหุ้นดีแทค วันที่ 5 ก.ค. ถูกถล่มขาย กดราคาร่วงไปต่ำสุดถึง 56.25 บาท ก่อนกระเตื้องขึ้นมาปิดที่ระดับ 57 บาท ลดลง 2.25 บาท หรือ 3.8% มูลค่าซื้อขายมาก 718 ล้านบาทนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์กิมเอ็ง(ประเทศไทย) ยังคงแนะนำ”ถือ”หุ้นดีแทค แม้มีมูลที่ชี้ว่าอาจมีการถือหุ้นแทนต่างด้าว (นอมินี) แต่ความเสี่ยงจากกรณีดังกล่าวคาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะมีข้อสรุป เช่นเดียวกันกับกรณีของกุหลาบแก้ว ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น ที่ถูกกระทรวงพาณิชย์ระบุว่าเข้าข่ายต่างด้าว ตั้งแต่ปี 2549 ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของอัยการ

“ความเสี่ยงของดีแทคอยู่ในวงจำกัด ขณะที่บริษัทดีแทคพิจารณาจ่ายเงินปันผลพิเศษในปีนี้ได้ราว 7.1 บาท หรือคิดเป็นผลตอบแทนสูงถึง 12% “นักวิเคราะห์บล.กิมเอ็งระบุทั้งนี้ ในรายงานของคณะทำงานตรวจสอบโครงสร้างการถือหุ้นของดีแทค ที่มีนายบรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นประธาน ส่งมาให้ตนพิจารณานั้น ยังไม่ชัดเจนเพียงพอที่จะชี้ชัดว่าดีแทคเป็นต่างด้าว เพียงแค่ชี้มูล แต่จากการดูเอกสารหลักฐานเชื่อได้ว่า ผู้ถือหุ้นในดีแทคทั้ง 7 ชั้นน่าจะเป็นต่างด้าว โดยพิจารณาจากหลักฐานทางการเงิน และเส้นทางของเงินที่เข้ามาลงทุน ซึ่งก็จะทำให้ผู้ถือหุ้นทั้งหมดเป็นต่างด้าว และทำให้ดีแทคน่าจะเป็นต่างด้าวด้วย

อย่างไรก็ตาม ตนได้เห็นจากเอกสารทางการเงินในรายงานประจำปี ที่บริษัท เทเลนอร์ เอเชีย ผู้ถือหุ้นใหญ่ในดีแทค รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ในประเทศต่างๆว่า ถือหุ้นให้ดีแทค ถึง 66% รวมถึงยังมีอำนาจครอบงำกิจการมากกว่าคนไทย มีการแบ่งผลประโยชน์ส่วนใหญ่ของดีแทคให้กับผู้ถือหุ้นข้างน้อย ซึ่งเป็นคนต่างด้าว ส่วนคนไทยที่ถือหุ้นไขว้กันไปมาบริษัทที่ถือหุ้นดีแทค 5 ชั้น มีถึง 4 บริษัทที่จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทขึ้นมา โดยไม่ได้ประกอบกิจการ ถือเป็นการแจ้งข้อมูลเท็จต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าด้วย เพียงแค่นี้ก็เห็นแล้วว่าส่อเป็นนอมินี

 

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน