posttoday
ยกแรก ทวงสัญญาเก้าอี้รมต.

ยกแรก ทวงสัญญาเก้าอี้รมต.

06 กรกฎาคม 2554

งานแรกที่ท้าทายว่าที่นายกรัฐมนตรีหญิง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คือ

งานแรกที่ท้าทายว่าที่นายกรัฐมนตรีหญิง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คือ

โดย...ทีมข่าวการเมือง

ทำอย่างไรให้การจัดสรรผลประโยชน์ในตำแหน่งเก้าอี้รัฐมนตรีในพรรคเพื่อไทยลงตัวที่สุด

สมาชิกตระกูลชินวัตรรายหนึ่งยอมรับว่า “ตอนนี้มีคนอยากเป็นรัฐมนตรีกันเยอะมาก แต่เป็นเรื่องปกติ เพราะทุกคนก็อยากได้รางวัล”

ประสบการณ์จากการตั้ง ครม. หรือการปรับ ครม.ในอดีตที่เกิดกับพรรคใหญ่ ล้วนสร้างแรงกระเพื่อมให้กับพรรคนั้น ถ้าประคองไม่ดี ก็สั่นคลอนจนนับถอยหลังสู่ความแตกแยกได้อย่างรวดเร็ว

สมัยรัฐบาลทักษิณ พรรคไทยรักไทยแข็งแกร่งมาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้รับความนิยมสูง เป็นซูเปอร์ซีอีโอ บรรดาลูกพรรคตามมุ้งต่างๆ ไม่กล้าหือ หรือกดดันต่อรองเหมือนเกมการเมืองในอดีต พ.ต.ท.ทักษิณ จึงสยบปัญหาในพรรคได้อย่างเบ็ดเสร็จ

เมื่อมาถึงยุคพรรคพลังประชาชนเป็นรัฐบาล สมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรค พ.ต.ท.ทักษิณ คุมสมัครไม่อยู่ ทำให้กลุ่มต่างๆ ในพรรคขยายตัวชิงอำนาจจนเกิด “แก๊งออฟโฟร์” จากกลุ่มเนวิน ชิดชอบ ที่สร้างอิทธิพลในพรรคจนแยกออกไปตั้งพรรคภูมิใจไทยในช่วงที่พรรคพลังประชาชนถูกยุบ

ยกแรก ทวงสัญญาเก้าอี้รมต.

ขยับมาถึงทีมซี พรรคเพื่อไทยผ่านการเป็นฝ่ายค้านมา 2 ปีกว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ทุ่มสรรพกำลังหลายขนานทั้งพรรคเพื่อไทย กองกำลังเสื้อแดง และขบวนการใต้ดินโค่นล้มรัฐบาลประชาธิปัตย์และระบบอำมาตย์

เมื่อได้ชัยชนะกลับมาเป็นรัฐบาลด้วยผลการเลือกตั้งถล่มทลาย 265 เสียง ทำให้ บิ๊กเนม ทุกกลุ่ม แกนนำเสื้อแดงต่างอ้างผลงานที่ลงกฐินช่วยให้พรรคสร้างประวัติศาสตร์กลับมาเป็นรัฐบาลได้อีกรอบ

บางคนอ้างผลงานการตรวจสอบรัฐบาลอภิสิทธิ์ในสภา

บางคนอ้างว่า เป็นกำลังหลักของพรรคเพื่อไทย คอยจัดองค์กรพรรคให้เข้มแข็ง หรือเป็นกระบอกเสียงเรื่องตรวจสอบองค์การอิสระและรัฐบาล

ขณะที่แกนนำเสื้อแดงอ้างผลงานการขับเคลื่อนที่ไล่อภิสิทธิ์จนเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง ทำให้อภิสิทธิ์ถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตกรสำเร็จ ก็ต้องมีโควตารัฐมนตรีมาแบ่งด้วย

บิ๊กๆ ในเพื่อไทยและเสื้อแดงจึงถือว่ามีผลงานพอๆ กัน และได้ร่วมสร้างความสำเร็จให้กับพรรคเพื่อไทย จึงมีความชอบธรรมที่จะได้รับรางวัลที่ 1 ตอบแทนในเก้าอี้รัฐมนตรี

เหตุหนึ่งเพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ สัญญากับแกนนำพรรคหลายวาระในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาว่า ถ้ามาร่วมต่อสู้ จะดูแลให้เป็นอย่างดี

ในช่วงจัดรายชื่อผู้สมัคร สส.เขต และ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ที่คนเพื่อไทยจองคิวกันแน่นจนไม่พอยัดลง พ.ต.ท.ทักษิณ แก้ปัญหาการทับซ้อนในพื้นที่และผู้สมัครล้นบัญชี ด้วยการรับปากกับแกนนำที่หลุดโผว่า จะให้เป็นรัฐมนตรีแน่นอน โดยขอให้เสียสละให้กับแกนนำคนอื่นเป็น สส.

กลุ่มนี้จึงอยู่ในบัญชีรายชื่อท้ายๆ ไม่ได้เป็น สส. แต่สัญญาว่าจะได้เป็นรัฐมนตรี เช่น พล.อ.อ.สุเมธ โพธิ์มณี ตท.10 พิชัย นริพทะพันธุ์ ต่อพงษ์ ไชยสาส์น วัลลภ สุปริยศิลป์

และอีกหลายคนที่อยู่นอกโคจร แต่อยู่เบื้องหลังคอยช่วยพรรคอย่าง พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี พ.ต.ท.ทักษิณ โทร.มาบอกด้วยตัวเองว่าจะมีงานให้ทำแน่ จนล่าสุด พล.อ.พัลลภ ออกมาทวงสัญญาเก้าอี้ รมว.กลาโหม

ครม.มี 35 เก้าอี้ ถ้าแบ่งให้พรรคร่วมรัฐบาล 3 พรรค คือ พรรคชาติไทยพัฒนา 19 คน พรรคพลังชล และพรรครวมชาติพัฒนา พรรคละ 7 คน รวมแล้วจะได้ 5-7 เก้าอี้ จึงเหลือ ครม.ของพรรคเพื่อไทยประมาณ 28 เก้าอี้

ตำแหน่งที่บิ๊กเพื่อไทยต่างจ้องตาเป็นมันมากที่สุดเป็นรัฐมนตรีเกรดเอ เช่น รมว.มหาดไทย รมว.ยุติธรรม รมว.คลัง รมว.คมนาคม รมว.พาณิชย์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ คุมสื่อ รมว.เกษตรและสหกรณ์ รวมถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร

ข่าวที่ปรากฏตัวเต็งเก้าอี้รัฐมนตรีต่างๆ วันนี้ นอกจากเป็นการคาดการณ์ตามสายงานของแกนนำพรรคแต่ละคน หรือประสบการณ์ที่เคยนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีมาก่อน รวมถึงทีมเศรษฐกิจของพรรค อีกส่วนมาจากความต้องการของบิ๊กเพื่อไทยที่ทวงสัญญานายใหญ่ และขอปูนบำเหน็จให้กับตัวเอง

เก้าอี้ประธานสภา มีตัวเต็งที่ต้องการ 3 คน สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ หรือขุนค้อนอดีตรองประธานสภาที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เคยรับปากและประกาศตรงๆ ว่าหวังจะได้ตำแหน่งนี้ แต่ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย อดีตรองประธานสภา ก็เป็นก้างขวางคอ จากผลงานช่วยพรรคมาต่อเนื่องและเป็นแกนนำเสื้อแดงปราศรัยหลายเวที วิทยา บุรณศิริ อดีตประธานวิปฝ่ายค้าน ก็เป็นอีกรายที่หวังไว้ลึกๆ

รมว.คลัง เป็นตำแหน่งหอมหวนที่ทีมเศรษฐกิจชุดเกาเหลาต่างก็อยากมาทำงาน เช่น โอฬาร ไชยประวัติ สุชาติ ธาดาธำรงเวช พิชัย นริพทะพันธุ์

รมว.มหาดไทย กุมกลไกท้องถิ่นทั่วประเทศ เบอร์สองรองจากนายกฯ ก็จองหลายคน เช่น พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง หรือ พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก แม้แต่เก้าอี้ รมว.เกษตรฯ ที่เดิมเป็นโควตาของพรรคชาติไทยพัฒนา เสนาะ เทียนทอง ก็หวังจะกลับมาคุมเอง โดยอ้างคำมั่น พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ขอร้องให้กลับบ้านเก่ามาช่วยเต็มเสียงเพื่อไทย

รมต.ประจำสำนักนายกฯ คุมสื่อ มีแคนดิเดตอย่าง ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รวมถึง พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ทั้งคู่มีจุดแข็งที่จะมาช่วย ยิ่งลักษณ์ ตอบโต้ประเด็นการเมืองกับพรรคประชาธิปัตย์และกลุ่มมวลชนนอกสภา ไม่ต่างจากบทบาทของ สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ที่ออกมาชี้แจงแทนอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นี่แค่ยกแรก เป็นภาพที่บรรดาบิ๊กๆ เพื่อไทย แย่งชิงเก้าอี้รัฐมนตรีกันฝุ่นตลบพอควร ทั้งที่คณะกรรมการการเลือกตั้งยังไม่ได้รับรอง สส. 500 คน

กว่าจะประกาศรายชื่อ ครม.ปู 1 คาดว่า ไม่เกินวันที่ 15-20 ก.ค. หากเพื่อไทยยังแย่งเก้าอี้อย่างออกนอกหน้ากันวุ่นวาย ก็จะทำให้ภาพของรัฐบาลเพื่อไทยเริ่มไม่สวยแต่แรก  

 

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน