
สศช. รับรับบาลใหม่คงเป้าเศรษฐกิจโต4%
สศช.ยังคงจีดีพีปี 2554 ที่ 4-5% ลั่นยังไม่ปรับขอรอดูนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ก่อน
สศช.ยังคงจีดีพีปี 2554 ที่ 4-5% ลั่นยังไม่ปรับขอรอดูนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ก่อน
อาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า สศช.ยังคงประมาณการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไว้ที่ 45% ยังไม่มีการทบทวน เนื่องจากขณะนี้ยังคงต้องรอดูความชัดเจนของนโยบายของรัฐบาลใหม่ที่จะแถลงต่อสภาก่อนว่าจะมีนโยบายอะไรบ้าง
สำหรับความกังวลของหลายฝ่ายที่มีต่องบประมาณที่จะใช้ในการเดินหน้าตามนโยบายหาเสียงของรัฐบาลนั้นจะต้องพิจารณาใน 2 ส่วน คือการเดินหน้าตามนโยบายที่พรรคการเมืองหาเสียงไว้ และเดินหน้าตามนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
“ถ้านโยบายชัดเจนแล้วถึงมาดูว่าจะใช้ทรัพยากรอะไร แหล่งเงินเอาจากไหนมีทั้งงบจากภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน ส่วนนโยบายของรัฐบาลจะมีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจแค่ไหนนั้นต้องรอดูว่ารัฐบาลมีโปรแกรมอะไรที่ออกมาบ้าง ซึ่ง สศช.ยังคงประมาณการขยายตัวของเศรษฐกิจไว้ที่ 45% ตามเดิมก่อน ส่วนเรื่องนโยบายการเพิ่มค่าจ้าง ต้องดูด้วยว่าผู้ประกอบการไหวหรือไม่ โดยเห็นว่าขณะนี้ค่าจ้างในภาคเอกชนสูงกว่าแรงงานขั้นต่ำอยู่แล้ว” นายอาคม กล่าว
สำหรับผลการประเมินแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2550-2554) ที่กำลังจะสิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ย. 2554 นี้ พบว่าสังคมไทยได้นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้อย่างกว้างขวาง ขณะที่ดัชนีความอยู่เย็นเป็นสุขในช่วงแผนฯ 10 อยู่ระหว่าง 66-67% ใกล้เคียงกับ 65% ในปี 2549 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของแผนฯ 9 โดยอุปสรรคที่สำคัญ ได้แก่ ความสมานฉันท์ในสังคม สภาพแวดล้อมและระบบนิเวศขาดความสมดุล
ทั้งนี้ การคำนวณดัชนีความอยู่เย็นเป็นสุขจะพิจารณาจากหลายปัจจัย ได้แก่ อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ หรือจีดีพี ซึ่งค่าเฉลี่ยในช่วง 5 ปี ของแผนฯ 10 อยู่ที่ระดับ 3.4% ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 45% เนื่องจากในปี 2552 จีดีพีขยายตัวติดลบ 2.3%
ด้านเงินเฟ้อเฉลี่ย 5 ปี อยู่ที่ 3.3% ถือว่ายังอยู่ในกรอบเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 3-4% ขณะที่เรื่องสังคมประชาธิปไตยที่มีธรรมาภิบาล พบว่าดัชนีลดลงจาก 75% เหลือ 56% เนื่องจากสังคมไทยมีความเห็นที่ไม่ตรงกัน เช่นเดียวกับความเชื่อมั่นในการแก้ปัญหาคอร์รัปชันในมุมมองต่างประเทศ ยังมีปัญหาเรื่องดัชนีภาพลักษณ์ที่ยังไม่ได้รับความเชื่อถือ







