
ให้เวลารัฐบาลใหม่ 1 ปี โชว์ผลงาน
นายดุสิต นนทะนาคร ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.)
นายดุสิต นนทะนาคร ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.)
ว่า เอกชนพร้อมทำงานร่วมกับรัฐบาล และให้โอกาสสร้างผลงานภายใน 1 ปี ตามนโยบายที่ประกาศไว้ โดยต้องการทีมรัฐมนตรีเศรษฐกิจที่ฉลาด กล้าตัดสินใจ เป็นคนดี ดูแล้วน่าชื่นชม เข้ามาทำงาน จะเป็นคนในหรือนอกก็ได้ ที่สำคัญต้องวางแผนหารายได้เข้าประเทศ ไม่ใช่คิดแต่กู้เงินมาใช้ เพราะจะเป็นปัญหาระยะยาว ถ้าทำได้ก็เชื่อว่าอยู่ครบ 4 ปี
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เอกชนเป็นห่วง คือการนำแผนไปสู่การปฏิบัติจริง รวมถึงให้ช่วยเร่งแก้ปัญหาทุจริต
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้ภาคเอกชนอยากเห็นรัฐบาลใหม่คัดเลือกตัวบุคคลที่มีความสามารถ มีวิสัยทัศน์ เป็นที่ยอมรับในสังคมเข้ามาดูแลกระทรวงสำคัญทางเศรษฐกิจ เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่น
นอกจากนี้ ปัญหาที่รัฐบาลใหม่ต้องเร่งแก้ไขในระยะแรก คือ เรื่องค่าครองชีพ เงินเฟ้อ และความปรองดอง ระยะกลางถึงระยะยาว ต้องเร่งเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันของภาคเอกชน ดูแลภาคธุรกิจจากปัจจัยเสี่ยงด้านราคาน้ำมัน ราคาวัตถุดิบ และอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวน
ที่สำคัญ ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมยังมีความกังวลถึงนโยบายการปรับขึ้นเงินเดือนและค่าจ้างขั้นต่ำ เนื่องจากส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางธุรกิจ ส่วนเรื่องการยกเลิกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น หากราคาน้ำมันยังคงผันผวน มองว่ายังคงมีความจำเป็นต้องใช้อยู่
“เศรษฐกิจปีนี้คาดว่าจะโต 45% ตามเป้า เพราะปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองคลี่คลาย เชื่อว่าทุกฝ่ายยอมรับผลเลือกตั้ง” นายพยุงศักดิ์ กล่าว
นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ ในฐานะประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า โจทย์สำคัญรัฐบาลใหม่คือ พัฒนาขีดความสามารถการแข่งขันของภาคเอกชนให้พร้อมรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 โดยกำหนดทิศทางหรือยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจในระยะกลางและยาวให้ชัดเจน เช่น การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมรถยนต์ ท่องเที่ยวและอาหาร ซึ่งเป็นจุดแข็ง จากนั้นต้องเร่งพัฒนาเพื่อการเป็นผู้นำด้านนั้นๆ
ขณะที่ทิศทางการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้ ยังเชื่อว่าจะเติบโตที่ 45% เช่นเดียวกับสินเชื่อก็โตได้ตามเป้าหมาย คาดว่าสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ครึ่งปีหลังจะเริ่มลดลง โดยธนาคารจะไม่ปรับเปลี่ยนแผนธุรกิจ เนื่องจากได้คำนวณปัจจัยการเลือกตั้งเอาไว้ในแผนระยะปานกลางถึงระยะยาวอยู่แล้ว คาดว่าจากนี้ภาคเอกชนจะเดินหน้าได้ดียิ่งขึ้น หากมีนโยบายภาครัฐเข้ามาสนับสนุน
“อนาคตของประเทศไทยขณะนี้ถือว่าดีทีเดียว แต่ต้องคอยจับตาดูปัจจัยภายนอกที่มีความผันผวนเป็นระยะๆ” นายชาติศิริ กล่าว
นางกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า เศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังน่าจะเติบโตได้ดีขึ้น ภายหลังจากที่ผลการเลือกตั้งออกมาในรูปแบบนี้ เนื่องจากภาคเอกชนมีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้น อีกทั้งนโยบายปรับลดภาษีนิติบุคคลลงมาอยู่ที่ 23% น่าจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในประเทศเพิ่ม







