
ศึกใหญ่..ยิ่งลักษณ์
แม้พรรคเพื่อไทยจะดีใจจนหลั่งน้ำตาที่กลับมาชนะถล่มทลายด้วยเสียง 265
แม้พรรคเพื่อไทยจะดีใจจนหลั่งน้ำตาที่กลับมาชนะถล่มทลายด้วยเสียง 265
โดย...ทีมข่าวการเมือง
แม้พรรคเพื่อไทยจะดีใจจนหลั่งน้ำตาที่กลับมาชนะถล่มทลายด้วยเสียง 265 แต่ปัญหาใหญ่ที่รออยู่เบื้องหน้าท้าทายว่าที่นายกฯ หญิง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และรัฐบาลเพื่อไทยมีมากมาย ทั้งปัจจัยภายในพรรคและภายนอกพรรค
แกนนำพรรคหลายคนรู้ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่รัฐบาลผสม 5 พรรค ด้วยเสียง 299 จะบริหารประเทศได้อย่างราบรื่น และอยู่ครบวาระ 4 ปี
สถานการณ์ประเทศวันนี้ ยังอยู่ในสงครามความขัดแย้งและการจัดดุลอำนาจขนานใหญ่ในสังคมไทย โดยเฉพาะผลการเลือกตั้งสะท้อนออกมาว่าพรรคเพื่อไทยครองใจคนชั้นล่างจำนวนมากทั้งในภาคอีสานและภาคเหนือ แต่ฐานคะแนนในเมืองยังไม่สามารถเข้าไปอยู่ในหัวใจคนชั้นกลางได้
การที่พรรคเพื่อไทยได้ 265 เสียง แต่กลับไม่สามารถยึดฐานที่มั่นในเมืองเบ็ดเสร็จ โดยแพ้ให้กับพรรคประชาธิปัตย์ด้วยจำนวน 10 ต่อ 23 เป็นเครื่องเตือนว่า ถ้ายิ่งลักษณ์บริหารประเทศไม่ถูกใจคนชั้นกลาง ไม่ว่าการแก้ปัญหาเศรษฐกิจหรือ ทำงานผิดพลาด ก็อาจเสื่อมศรัทธาจากคนในเมืองได้รวดเร็ว
การจะครองความนิยมจนอยู่ได้นานที่สุด ทุกรัฐบาลจำต้องเข้าได้ทุกชนชั้น ไม่เฉพาะคนชั้นล่าง ต้องรวมถึงคนชั้นกลางและคนชั้นสูง ซึ่ง ทักษิณ ชินวัตร มีบทเรียนที่เจ็บปวดมาแล้ว
ปัญหาและอุปสรรคของยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทยคงอยู่ที่ตัวว่าที่นายกฯ หญิง ยิ่งลักษณ์เองว่าจะมีความสามารถในการแก้ปมปัญหามากมายได้อย่างไร
การไม่เคยมีประสบการณ์ทางการเมืองมาก่อน เป็นจุดอ่อนสำคัญที่จะนำพารัฐนาวาเข้าถึงฝั่ง
หากเทียบกับนายกฯ นอมินีของทักษิณ 2 ชุดที่ผ่านมา ไม่ว่า สมัคร สุนทรเวช สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ล้วนมีประสบการณ์ในการบริหารราชการแผ่นดินพอควร
สมัคร เป็นนักการเมืองเขี้ยวลากดิน เก๋าเกม เจนสนามมาทุกเวที มีคารมคมคาย ที่สุดก็ทนแรงต้านจากขั้วตรงข้ามไม่ไหว เป็นนายกฯ อยู่เพียง 9 เดือน ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินคดีชิมไปบ่นไปจนพ้นจากเก้าอี้นายกฯ ขณะที่นายกฯ น้องเขยทักษิณ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็อยู่ได้เพียง 3 เดือน ถูกคดีสลายพันธมิตรฯ 7 ตุลา และการยุบพรรคพลังประชาชน จนการเมืองเปลี่ยนขั้ว พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล
น่าสนใจว่ายิ่งลักษณ์ที่ไร้ประสบการณ์จะทนแรงต้านเหล่านี้ไหวหรือไม่ จุดแข็งที่นำมาใช้คือความเป็นผู้หญิงที่มีความอ่อนน้อม ประนีประนอม อาจกลายเป็นจุดอ่อนของตัวเอง
แน่นอนว่า ปัจจัยตัวแปรการต่อสู้ครั้งนี้อาจเปลี่ยนแปลงไม่เหมือนก่อน แต่ตัวละครหลายตัวที่อยู่ขั้วตรงข้ามทักษิณ เช่น พันธมิตรฯ กองทัพ ยังเป็นคู่ขัดแย้งสำคัญที่ดำเนินมาถึงวันนี้อยู่ และเงื่อนไขสำคัญคือ การนิรโทษกรรม แม้ว่าทั้ง “ยิ่งลักษณ์ทักษิณ” ยืนยันจะไม่ทำเพื่อคนคนเดียว แต่ก็เห็นเค้าลางจะมีการนิรโทษกรรมแน่ๆ โดยแนวทางที่เป็นไปได้คือ นิรโทษกรรมแบบเหมายกเข่งหลังการยึดอำนาจ 19 ก.ย. 2549 เป็นต้นมา โดยอาจให้สภาร่างรัฐธรรมนูญชุดใหม่เป็นผู้เขียนการนิรโทษกรรมในวรรคท้ายของรัฐธรรมนูญ
อย่างไรก็ตาม ปัญหาเบื้องต้นที่ยิ่งลักษณ์ต้องเผชิญคือ การจัดสรรผลประโยชน์ภายในพรรคเพื่อไทยเอง เพราะที่ผ่านมา ทักษิณได้ใช้แกนนำเพื่อไทยและเสื้อแดงจำนวนมากต่อสู้ในสงครามชิงอำนาจกลับคืน จนหลายคนมีคดีความติดตัวมากมาย แต่เมื่อชนะทุกคนจึงหวังปูนบำเหน็จผลตอบแทนจากนายใหญ่
ขณะที่ตำแหน่งรัฐมนตรีเมื่อหักโควตาจากพรรคร่วมแล้ว มีแบ่งให้แกนนำเพียง 27-28 ตำแหน่งเท่านั้น และจากบทเรียนที่ผ่านมา การจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีทุกครั้งของพรรคใหญ่มักเกิดปัญหาไม่ลงตัวจนพรรคเกิดรอยร้าวและพังทลายอย่างที่เกิดกับพรรคพลังประชาชนในยุคสมัคร
แต่หากทักษิณจัดวางให้แกนนำเสื้อแดงและเพื่อไทยที่มีแผลติดตัวมาเป็นรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็จะทำให้ ครม.ใหม่ขาดความน่าเชื่อถือ อย่าลืมว่า การที่เพื่อไทยได้คะแนนถล่มทลาย ส่วนหนึ่งเพราะผู้คนคาดหวังในพรรคเพื่อไทย ดังนั้นพรรคเพื่อไทยต้องเร่งสร้างความเชื่อถือ จัด ครม.ให้ดูดี ดึงคนมีความรู้ความสามารถมาแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ ไม่แตะเรื่องที่เป็นสายล่อฟ้าที่เป็นเงื่อนไขของความขัดแย้งในสังคม
อีกปัญหาคือ ความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพที่ยังอึมครึม ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ยืนคนละฟากกับ “ทักษิณยิ่งลักษณ์” หาก “ยิ่งลักษณ์” เร่งวางอำนาจตัวเอง ก็ยิ่งทำให้เกิดแรงต้านรุนแรงจากกองทัพขึ้น
ขณะเดียวกัน ประเด็นความจงรักภักดีที่ทักษิณและคนในพรรคเพื่อไทยพยายามกู้ภาพมาตลอดว่าเทิดทูนไว้ซึ่งสถาบัน และยิ่งลักษณ์ก็ประกาศจะจัดงานพิธีเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษาอย่างยิ่งใหญ่ ก็อาจทำให้แกนนำเสื้อแดงบางกลุ่มตั้งคำถามกับพรรคเพื่อไทยได้ เพราะที่ผ่านมาเคยตำหนิพรรคภูมิใจไทยที่จัดงานอย่างอลังการ โดยเห็นว่าฟุ่มเฟือย ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ
ปมระหว่างเสื้อแดงกับพรรคเพื่อไทยยังเป็นเรื่องสำคัญที่อาจเป็นระเบิดเวลาในอนาคต เพราะแดง นปช. ที่ยึดมั่นในอุดมการณ์ ไม่เอาอำมาตย์ยังมีอยู่ ซึ่งก็อาจขัดแย้งกับแนวทางของพรรคเพื่อไทยที่จะเดินจากนี้ และหากพรรคเพื่อไทยผลักดันเรื่องการนิรโทษกรรมก็อาจจะสวนทางกับจุดยืนของแกนนำเสื้อแดง
ยกแรกกับงานจริงในการบริหารประเทศของยิ่งลักษณ์จึงไม่ง่าย เก้าอี้นายกฯ ในความขัดแย้งทั้งในพรรคและนอกพรรคยังร้อนเป็นไฟ ยังไม่นับคำมั่นสัญญาด้านนโยบายประชานิยมหวือหวาอีกหลายเรื่อง ที่ต้องใช้เงินนับแสนๆ ล้านบาท ถ้าเดินหน้าทำก็เสี่ยงต่อฐานะการคลังของประเทศ ถ้าไม่ทำหรือทำเล็กน้อยก็จะผิดคำมั่นที่ให้ไว้กับประชาชน
คำพูดทุกอย่างกำลังเป็นนาย บทพิสูจน์ของยิ่งลักษณ์กับนายกฯ หญิงของประเทศจึงต้องจับตาไม่กะพริบ







