
นายกรัฐมนตรีคนที่ 28 ที่พึงปรารถนา ในสายตาผู้นำของสังคมไทย
ผลการเลือกตั้งออกมาเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้ผู้คนในสารพัดวงการต่างจับตามองว่า
ผลการเลือกตั้งออกมาเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้ผู้คนในสารพัดวงการต่างจับตามองว่า
โดย..ศ.ปาริชาต สถาปิตานนท์
“ใครจะก้าวขึ้นสู่การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 28” ของประเทศไทย
แล้วหากเราสามารถกำหนดอนาคตของประเทศผ่านการกำหนดคุณสมบัติที่พึงปรารถนาของนายกรัฐมนตรีคนที่ 28 ได้ “อะไรควรเป็นคุณสมบัติที่พึงปรารถนาของบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในอนาคตอันใกล้”
ช่วงที่ผ่านมา สถาบันวิทยาการตลาดทุน (วตท.) ได้จัดเวทีระดมสมองขึ้นภายใต้หัวข้อ “ภาวะผู้นำ” โดยได้มอบหมายให้ผู้นำจากภาคส่วนต่างๆ ที่กำลังศึกษาอยู่ในหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงของสถาบันวิทยาการตลาดทุน ได้มีโอกาสรับฟังทัศนะของผู้นำจากภาคการเมือง ภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคสังคม รวมถึงการร่วมกันคิด วิเคราะห์ ปรึกษาหารือ และดึงประสบการณ์ตรงมาใช้หาข้อสรุปเกี่ยวกับคุณสมบัติที่พึงปรารถนาของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 28 เมื่อก้าวเข้าสู่ตำแหน่งสำคัญดังกล่าว
ภาคส่วนต่างๆ สะท้อนออกมาว่า ต้องการคนธรรมดาที่ไม่ธรรมดา น่าจะเป็นคุณสมบัติสำคัญของนายกรัฐมนตรีคนที่ 28
ผลจากการปรึกษาหารือกันอย่างเข้มข้น นำไปสู่ข้อสรุปที่ว่านายกรัฐมนตรีคนที่ 28 ต้องไม่ใช่ “อัศวินขี่ม้าขาว” ที่จะก้าวขึ้นมาช่วยแก้ไขวิกฤต
แต่บุคคลที่พวกเขาคาดหวังว่าจะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น กลับเป็นคนที่มีคุณสมบัติเหมือนกับ “คนธรรมดาที่ไม่ธรรมดา”
ความเป็นคนธรรมดาในที่นี้ สะท้อนให้เห็นถึงความคาดหวังว่านายกรัฐมนตรีคนที่ 28 จะเป็นบุคคลที่ประพฤติตัวดี มีทั้งศีลธรรม มุ่งมั่นในการงาน ซื่อสัตย์ เสียสละ สุจริต ไม่คดไม่โกง ไม่โกหก ไม่เห็นแก่ตัว
ประเด็นสำคัญคือ เขาสามารถใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายเหมือนคนธรรมดาสามัญได้
ในส่วนของ “ความไม่ธรรมดา” นั้น สะท้อนผ่านความปรารถนาที่จะเห็นนายกฯ ที่มีความรู้ความสามารถ และประสบการณ์เพียบ รวมทั้งมีวิสัยทัศน์กว้างไกล เฉลียวฉลาด รอบรู้ทันสถานการณ์โลกและการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ได้อย่างดี รวมทั้งได้รับการยกย่องในเวทีทั้งในประเทศและระดับสากล
หรือหากกล่าวสั้นๆ ก็คือ การมีความสามารถสร้างความเจริญแก่ประเทศชาติ และนำพาประโยชน์และความสุขแก่ประชาชนโดยส่วนรวม
แต่หากจะยกตัวอย่างให้เป็นรูปธรรมง่ายๆ ก็คือ การมีความสามารถในการทำเรื่องใหญ่ หรือเรื่องยากให้กลายเป็นเรื่องที่ปฏิบัติได้จริง แบบไม่ยุ่งยาก ซับซ้อน และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง
คนโปร่งใส ไม่คอร์รัปชัน และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน แต่ก็สามารถสร้างความลงตัวได้
หากพิจารณาถึงประวัติของผู้ที่จะก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี บรรดาเหล่านักศึกษาของสถาบันวิทยาการตลาดทุน มองว่าบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 28 ต้องเป็นบุคคลที่ทำงานด้วยความโปร่งใส ไม่เคยมีประวัติด้านคอร์รัปชัน และทำงานโดยการคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศมากกว่าประโยชน์ของพรรคการเมืองและประโยชน์ส่วนตน
นอกจากนั้น พวกเขายังปรารถนาที่จะเห็นว่านายกรัฐมนตรีในอนาคตต้องไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน หรือการขัดกันแห่งผลประโยชน์ (Conflict of Interest)
ขณะเดียวกันก็สามารถสร้างความลงตัวในท่ามกลางความขัดแย้งที่เกิดขึ้น
ผู้กล้าที่รอบรู้และพร้อมขับเคลื่อนกระบวนการปรองดองให้เกิดอย่างเป็นรูปธรรม
ความกล้า ทั้งกล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ และกล้ารับผิดชอบ ได้กลายเป็นคุณสมบัติสำคัญของว่าที่นายกรัฐมนตรีในอนาคต
โดยเฉพาะความรับผิดชอบที่ได้กระทำสัญญาประชาคมกับพี่น้องประชาชนในการแถลงนโยบายของพรรคการเมืองในช่วงก่อนการเลือกตั้ง (Social Contract)
ไม่เพียงแต่ความกล้าเท่านั้น บรรดานักศึกษาวิทยาลัยการตลาดทุนยังคาดหวังให้ว่าที่นายกฯ ต้องเป็นผู้นำรู้จักคน รู้ใจคน รู้จักฟังคน และรู้จักวิธีการจูงใจผู้คนให้หันมาร่วมมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสภาพการณ์ที่สังคมไทยตกอยู่ภายใต้วิกฤตทางการเมืองเป็นเวลานาน ทำให้บุคลิกพื้นฐานของว่าที่นายกฯ ได้แก่ เรื่องง่ายๆ ที่ไม่ควรมองข้ามอย่างการมีวุฒิภาวะทางอารมณ์
โดยเฉพาะการเปิดใจ ให้อภัย อันเป็นพื้นฐานสำคัญที่สนับสนุนความปรองดองรู้รักสามัคคี
ที่สำคัญ ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่า นายกรัฐมนตรีคนที่ 28 จำเป็นต้องมาจากกระบวนการประชาธิปไตย และไม่ว่าจะมาจากพรรคการเมืองใด หรือชาติตระกูลใด เมื่อก้าวเข้ามาดำรงตำแหน่งจำเป็นต้องรู้บทบาทของตนเอง และสามารถปลดพันธนาการจากผลประโยชน์ของพรรคการเมืองได้
เพราะเขาคือนายกรัฐมนตรีของประชาชน 60 กว่าล้านคน
ไม่ใช่เป็นบุคคลที่ตกอยู่ภายใต้พันธนาการของพรรคการเมือง หรือกลุ่มบุคคลที่มีอำนาจในพรรคการเมืองใดๆ
นี่คือคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรีที่ผู้คนหลายภาคส่วนสะท้อนออกมา แต่จะได้ตามที่คาดหวังหรือไม่ ต้องลุ้นในสำนึกและบุคลิกภาพของผู้ที่พรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้งเสนอชื่อมาเป็นนายกรัฐมนตรี...







