posttoday
ดุสิต นนทะนาคร ขุนพลเอกชนต้านคอร์รัปชัน

ดุสิต นนทะนาคร ขุนพลเอกชนต้านคอร์รัปชัน

03 กรกฎาคม 2554

นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สังคมการเมืองไทยที่องค์กรเอกชนลุกขึ้นมาเป็นแกนนำในการรณรงค์ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน

นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สังคมการเมืองไทยที่องค์กรเอกชนลุกขึ้นมาเป็นแกนนำในการรณรงค์ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน

โดย..วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย

และสามารถรวบรวมภาคีเครือข่ายการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน ได้ถึง 20 องค์กร ร่วมกันจัดงานสัมมนา “ต่อต้านคอร์รัปชัน จุดเปลี่ยนประเทศไทย” พร้อมกับระดมความคิดเห็นเรื่อง แนวทางความร่วมมือในการต่อต้านคอร์รัปชัน จากทุกภาคส่วนในสังคมเพื่อสร้างจุดเปลี่ยนสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยอย่างยั่งยืนสืบไป

โดยผู้ที่เป็นแกนนำสำคัญในการเคลื่อนไหวในครั้งนี้คือนักธุรกิจชื่อดัง ดุสิต นนทะนาคร ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

ดุสิต นนทะนาคร เกิดเมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2490 ในครอบครัวข้าราชการมหาดไทย เนื่องจากบิดาเป็นข้าราชการที่จะต้องเคลื่อนย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ตามจังหวัดต่างๆ อยู่ตลอดเวลา ดุสิตจึงถูกส่งเข้าไปอยู่เป็นนักเรียนประจำที่โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัยตั้งแต่วัยเด็ก หลังจบการศึกษาในระดับมัธยมปลายที่วชิราวุธแล้วก็ไปศึกษาต่อวิชาวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา ที่มหาวิทยาลัยยังส์ทาวน์ มลรัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา จากนั้นเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโท สาขาวิศวกรรมโครงสร้าง มหาวิทยาลัยแห่งรัฐโอไฮโอ และศึกษาวิชาบริหารธุรกิจ ที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา ระหว่างที่ศึกษาอยู่ในสหรัฐอเมริกาได้มีโอกาสเข้ามาทำงานเป็นวิศวกรออกแบบบริษัท ดีบาร์โทโร และบริษัท แฟรงกลิน ในรัฐโอไฮโอ

ดุสิต นนทะนาคร ขุนพลเอกชนต้านคอร์รัปชัน

 

เมื่อเดินทางกลับประเทศไทย ในปี 2512 ได้เข้าทำงานที่เครือซิเมนต์ไทย ในตำแหน่งวิศวกร รับผิดชอบโครงการเฟอร์โรซีเมนต์ และเป็นผู้แทนขายกระเบื้องหลังคาโมเนีย ในบริษัท ค้าวัตถุก่อสร้าง จำกัด ปี 2518-2520 ได้รับทุนจากบริษัทไปศึกษาระดับปริญญาโท ทางบริหารธุรกิจที่สหรัฐอเมริกา ปี 2522 ได้รับตำแหน่งหัวหน้าส่วนผู้รับเหมาก่อสร้างและราชการฝ่ายขาย บริษัท ค้าวัตถุก่อสร้าง จำกัด และหัวหน้าส่วนค้าซีเมนต์กระเบื้องใยหินและเหล็กเส้นฝ่ายการตลาด บริษัท ค้าวัตถุก่อสร้าง จำกัด ปี 2525 ผู้อำนวยการสำนักงานประชาสัมพันธ์ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด ปี 2530 เป็นผู้อำนวยการฝ่ายผู้แทนจำหน่าย บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ค้าสากลซิเมนต์ไทย จำกัด ปี 2534 เป็นกรรมการผู้จัดการและบริษัท กระจกสยามการ์เดียน จำกัด ปี 2538 เป็นผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ปี 2542 เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ค้าวัสดุซิเมนต์ไทย จำกัด

ปัจจุบัน นอกจากจะดำรงตำแหน่งประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยแล้ว ดุสิต นนทะนาคร ยังดำรงตำแหน่งที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) กรรมการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน นายกสภามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และดำรงตำแหน่งกรรมการและที่ปรึกษาให้แก่องค์กรภาครัฐและเอกชนอีกเป็นจำนวนมาก

ตลอดระยะเวลาที่เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยนั้น ดุสิต นนทะนาคร ได้พยายามที่จะปรับปรุงและพัฒนาการทำงานของสภาหอการค้าไทย ให้ก้าวไปพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงและความรุดหน้าของภาวะเศรษฐกิจโลกอย่างไม่หยุดยั้ง

และมีความมุ่งมั่นตั้งใจทำงานเพื่อขับเคลื่อนสภาหอการค้าไทยให้เป็นองค์กรเอกชนที่เข้มแข็ง เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมีคุณภาพ ดุสิต นนทะนาคร จึงได้รับความช่วยเหลือและสนับสนุนเป็นอย่างดี จากมวลหมู่สมาชิกสภาหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ที่เล็งเห็นประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในอนาคตเมื่อ ดุสิต นนทะนาคร ในฐานะผู้นำองค์กรเอกชนองค์กรหนึ่งลุกขึ้นมาจุดประเด็นขอความร่วมมือจากสังคมทุกภาคส่วนให้มาช่วยกันร่วมแรงแข็งขัน ช่วยกันป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งก็ได้รับการตอบรับและการสนับสนุนอย่างมากมายจากองค์กรทุกภาคส่วนของสังคม โดยแต่ละกลุ่มก็มีแนวทางเบื้องต้นที่จะขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดผลที่เป็นจริง คือ

1.กลุ่มเยาวชน การศึกษา และประชาชน การต่อสู้กับคอร์รัปชันต้องเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ คือที่ตัวเราเองและครอบครัว พ่อแม่มีหน้าที่สร้างค่านิยมและจิตสำนึก ทำตัวเป็นตัวอย่าง และที่สำคัญต้องยึดมั่นในความพอเพียง ที่น่ายินดี คือ มีเยาวชนเป็นจำนวนมาก ที่มุ่งมั่นจะเข้าร่วมขบวนการเป็นกระบอกเสียงในการต่อต้านคอร์รัปชัน ซึ่งจะทำผ่านโซเชียลมีเดียและสื่อต่างๆ

2.กลุ่มภาคเอกชน การต่อต้านคอร์รัปชันต้องเริ่มจากการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ซื่อสัตย์และยึดมั่นในความเป็นธรรม ที่สำคัญที่สุดต้องเริ่มต้นจากจิตสำนึกและวิสัยทัศน์ของผู้นำองค์กร และถ่ายทอดไปในทุกระดับ ควรยกย่องพนักงานที่ทำตัวเป็นแบบอย่าง นอกจากนี้ ภาคเอกชนต้องร่วมมือกันอย่างเป็นรูปธรรมทั้งระบบเพื่อปฏิเสธการทุจริตให้สินบนทุกรูปแบบ

3.กลุ่มสื่อมวลชน สภาวิชาชีพ และองค์กรชุมชน พร้อมในการทำงานประสานกันอย่างเป็นระบบ โดยสภาวิชาชีพจะมุ่งมั่นในการสร้างมาตรฐานจรรยาบรรณให้เข้มแข็ง ส่วนองค์กรชุมชนต้องพร้อมทำหน้าที่ตรวจสอบ ในขณะที่สื่อต้องพร้อมที่จะลุกขึ้นเป็นกระบอกเสียงให้สังคม ดึงคอร์รัปชันจากมุมมืดมาสู่เวทีที่สว่าง เปิดโอกาสให้ตรวจสอบการทุจริตด้วยข้อเท็จจริง โดยทำงานอย่างมีจุดยืน ไม่หวั่นไหวต่ออำนาจและการแทรกแซง

4.กลุ่มภาครัฐ ในการต่อต้านการคอร์รัปชัน ควรเริ่มจากภาคธุรกิจรวมตัวกันอย่างเข้มแข็งเพื่อปฏิเสธการจ่ายเงินใต้โต๊ะ ปฏิบัติให้เป็นธรรมเนียมทั้งวงการ จนในที่สุดภาครัฐก็จะไม่สามารถเรียกร้องได้ นอกจากนี้ต้องจัดสร้างระบบข้อมูลให้เชื่อมโยงกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทุกภาคส่วนเข้าไปตรวจสอบข้อมูลได้อย่างโปร่งใส อีกความหวังหนึ่ง คือ ข้าราชการรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นกลุ่มคนหนุ่มสาวที่มีความคิดทันสมัย ยึดมั่นในการทำตัวเป็นข้าราชการที่มือสะอาดและมีเกียรติ

จากความร่วมมือของทุกภาคส่วนในสังคมทำให้ ดุสิต นนทะนาคร มีความหวังว่าจุดเริ่มต้นนี้จะนำไปสู่ความร่วมมือในอันจะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้โปร่งใส ปราศจากการคอร์รัปชันด้วยการร่วมใจกันหาแนวทางแก้ปัญหาและรณรงค์อย่างจริงจังในการสร้างค่านิยมและจิตสำนึกในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน และร่วมกันต่อสู้กับการทุจริตคอร์รัปชันกันทั้งประเทศ

ก็ขอให้กำลังใจกับ ดุสิต นนทะนาคร และองค์การทุกภาคส่วนของสังคมไทยที่มีความตั้งใจดีที่ปรารถนาจะให้ประเทศไทยใสสะอาด แม้วันนี้จะเป็นเพียงการเริ่มต้นแต่ก็ขอให้เป็นการเริ่มต้นที่สัมฤทธิผลในอนาคตเพื่อประเทศไทยของเรา  

 

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน