
เลือกตั้งด้วยสติ
การเลือกตั้งในวันนี้ กล่าวได้ว่าเป็นการเลือกตั้งที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศไทย
การเลือกตั้งในวันนี้ กล่าวได้ว่าเป็นการเลือกตั้งที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศไทย
เป็นการเลือกตั้งท่ามกลางความขัดแย้งทางสังคมอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ความขัดแย้งทางการเมืองของบรรดานักการเมือง ได้แบ่งแยกสังคมออกเป็นเสี่ยง ประชาชนเกิดความแตกแยกขัดแย้ง นำไปสู่ความรุนแรงหลายครั้ง เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินจนไม่อาจประเมินความเสียหายออกมาเป็นตัวเลข
คนไทยจำนวนมากในสังคม ต่างแสดงความเบื่อหน่ายกับสภาพการเมืองและสภาพความแตกแยกที่ปรากฏ
อย่างไรก็ตามในวันนี้ ซึ่งเป็นการเลือกตั้งทั่วไป คนไทยจะต้องร่วมกันออกมาแสดงเจตนารมณ์ทางการเมือง ผ่านการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง สส. เพื่อให้เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ด้านนิติบัญญัติ
ขณะเดียวกันยังเป็นการแสดงเจตนารมณ์ กำหนดทิศทางอนาคตของประเทศในการก้าวเดินต่อไปว่าต้องการให้ประเทศเดินไปในทิศทางใด ผ่านการมอบหมายให้พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งขึ้นมาทำหน้าที่บริหารประเทศ ให้ก้าวผ่านวิกฤตความขัดแย้งอันยาวนาน
ดังนั้น วันนี้จึงเป็นวันที่ประชาชนคนไทยแต่ละคนจะต้องออกมาปฏิบัติภารกิจอันยิ่งใหญ่ เพราะการที่ประชาชนออกมาแสดงสิทธิลงคะแนนเสียงยิ่งมากเท่าใด ยิ่งทำให้รัฐบาลใหม่มีความชอบธรรมในการบริหารประเทศมากยิ่งขึ้นเท่านั้น
มติมหาชนของคนส่วนใหญ่ที่มอบฉันทานุมติให้พรรคการเมืองนั้นๆ เข้ามาบริหารประเทศ จะเป็นรัฐบาลที่สามารถยุติความขัดแย้งและความรุนแรง และทำให้ทุกฝ่ายยอมรับ
คนไทยจึงจำเป็นที่จะต้องร่วมกันกำหนดอนาคตของชาติ
เนื่องเพราะเหตุว่า หากเราละเลยการทำหน้าที่พลเมืองตามระบอบประชาธิปไตย ด้วยการนอนหลับทับสิทธิ โอกาสที่เราจะได้รัฐบาลอย่างที่แต่ละท่านมุ่งหวังย่อมไม่เป็นไปอย่างที่คิด
ไม่เพียงเท่านั้น หากผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งในครั้งนี้มีน้อยจนเกิดนัยสำคัญ ย่อมทำให้รัฐบาลในวันข้างหน้า ไร้พลังในการนำประเทศชาติให้ผ่านวิกฤตไปได้ ด้วยเหตุที่ว่าจะมีคนบางกลุ่มยกขึ้นมาเป็นเหตุในการต่อต้านขัดขวาง สร้างความแยกแตก ด้วยข้ออ้างว่า รัฐบาลที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนดังเช่นที่ปรากฏให้ทราบ
อย่างไรก็ตาม ลำพังการออกมาใช้สิทธิใช้เสียงในการเลือก ยังหาใช่กระบวนการเดินของการมีส่วนร่วมในการนำพาประเทศให้พ้นปลักแห่งความขัดแย้งไม่ ประชาชนยังต้องใช้วิจารณญาณอย่างรอบคอบให้การส่งมอบอำนาจของประชาชนสู่มือผู้แทนราษฎรแต่ละคน และแต่ละพรรค
ที่สำคัญ ประชาชนต้องปฏิเสธที่จะลงคะแนนเสียงตามการโน้มน้าวชักจูงอันเป็นเท็จ หรือจำนนต่ออามิสสินจ้างที่นักการเมืองบางประเภทใช้แลกเปลี่ยนกับคะแนนเสียงของประชาชน
ต้องไม่ลืมว่า นักการเมืองที่มาจากการทุจริต ไม่มีวันที่จะทำให้ประเทศไทยปลอดจากการโกงกิน และหยุดยั้งเอารัดเอาเปรียบประชาชนไปได้ ขอให้เชื่อเถิดว่า สำนึกของคนในสังคมคืออาวุธที่ทรงอานุภาพที่สุดในการต่อต้านการทุจริต







