
เปิดกองทุนออมอุ้มคนไร้ราก
ดึงแรงงานนอกระบบร่วม35ล้านคนสะสมเงินไว้ใช้รายเดือนยามแก่ตัว
ดึงแรงงานนอกระบบร่วม35ล้านคนสะสมเงินไว้ใช้รายเดือนยามแก่ตัว
คลังโหมโรงตั้งกองทุนการออมแห่งชาติ ดึงคนไร้รากสะสมเงินใช้ยามแก่ คาดปีแรกสมทบ 2,000-3,000 ล้านบาท หากใช้สิทธิเต็มใช้เงิน 2 หมื่นล้าน
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เป็นประธานในพิธีเปิดกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ที่จะเปิดให้ประชาชนที่มีอาชีพอิสระ เช่น พ่อค้า แม่ค้า ลูกจ้างรายวัน แรงงานนอกระบบ เกษตรกร ได้สะสมเงินไว้ใช้ในยามชราเช่นเดียวกับพนักงานบริษัท ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดตั้งองค์กรและสรรหาผู้บริหาร ก่อนจะเปิดรับสมาชิกตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค. 2555 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ ผู้มีอาชีพอิสระทั่วประเทศที่มีสิทธิส่งเงินสมทบเข้ากองทุนมีทั้งสิ้น 25-26 ล้านคน โดยคาดว่าปีแรกจะมีผู้ส่งเงินเข้าสมทบ 10% หรือ 2.5 ล้านคน โดยรัฐบาลได้จัดงบประมาณสำรองไว้สนับสนุนในการสมทบแล้ว 2,000-3,000 ล้านบาท แต่หากแรงงานนอกระบบทั้งหมดส่งเงินสมทบเข้ากองทุนเต็มทั้ง 100% เท่ากับว่ารัฐบาลจะต้องใช้งบสมทบกองทุนการออมปีละ 2 หมื่นล้านบาท
รมว.คลัง กล่าวว่า กองทุนการออมจะลดภาระของรัฐบาลในอนาคตในการดูแลประชาชนในวัยชรา และเป็นการสร้างรากฐานหลักประกันชีวิต สร้างความเข้มแข็งแก่เศรษฐกิจในระดับรากหญ้า
“สิ่งสำคัญของกองทุนฯ นี้คือ ห้ามถอนเงิน เพราะต้องการสะสมเงินออมไว้ให้ใช้ยามชรา แต่หากสมาชิกจะถอนเงินก็ทำได้ แต่สิทธิที่รัฐบาลส่งเงินเข้าสมทบไว้ รัฐบาลจะเอาคืน เพื่อให้ประชาชนมีวินัยในการออม” นายกรณ์ กล่าว
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ขณะนี้มีประชากรวัยแรงงานอีก 35 ล้านคน หรือ 53% ของประชากรทั้งประเทศที่ยังไม่มีหลักประกันทางสังคมเพื่อการชราภาพ กองทุนการออมแห่งชาติที่ตั้งขึ้นจึงเป็นช่องทางการออมเงินของคนระดับล่าง โดยผู้สมัครจะต้องมีสัญชาติไทย อายุ 15-60 ปี ไม่เป็นสมาชิกกองทุนอื่นใดที่ได้รับเงินสมทบจากรัฐหรือนายจ้าง และไม่ได้อยู่ในระบบบำเหน็จบำนาญภาครัฐหรือเอกชน ซึ่งรัฐบาลจะให้เงินสมทบตามช่วงอายุ
ทั้งนี้ สมาชิกที่สมัครเข้าร่วมโครงการจะต้องสะสมเงินเข้ากองทุนการออมไม่ต่ำกว่าครั้งละ 50 บาท แต่ไม่เกินปีละ 1.32 หมื่นบาท โดยรัฐบาลจะให้เงินสมทบตามช่วงอายุของสมาชิก ส่วนประโยชน์ตอบแทนสมาชิกจะได้รับบำนาญรายเดือนจนตลอดชีวิต เมื่อสมาชิกอายุครบ 60 ปีเป็นต้นไป







