posttoday
แดงล่วง ม่วงเอา เทาผ่าน

แดงล่วง ม่วงเอา เทาผ่าน

02 กรกฎาคม 2554

การเลือกตั้งครั้งนี้ดุเดือดอย่างยิ่ง ไม่เพียงการแบ่งเขตเลือกตั้งแบบเขตเดียวคนเดียว

การเลือกตั้งครั้งนี้ดุเดือดอย่างยิ่ง ไม่เพียงการแบ่งเขตเลือกตั้งแบบเขตเดียวคนเดียว

ที่ทำให้ผู้สมัครต้องแข่งขันกันอย่างหนัก แต่ยังมีประเด็นความแตกแยกแบ่งฝ่ายทางการเมืองที่ทำให้อุณหภูมิการแข่งขันในสนามเลือกตั้งยิ่งร้อนแรงขึ้น

“เม็ดเงินที่ลงไปกับการซื้อเสียงในการเลือกตั้งครั้งนี้มีมากกว่าทุกครั้ง เนื่องจากผู้สมัครมั่นใจมากว่า หากทุ่ม เงินลงไปจะสามารถเอาชนะคู่แข่งได้อย่างแน่นอน บางพื้นที่สูงถึง 1,500-2,000 บาท มีทั้งแจกเป็นคนและแจกเป็นครัวเรือน รูปแบบการซื้อเสียงยังคงใช้ในรูปแบบเดิม จะมีพลิกแพลงบ้างก็อาจจะเป็นการเติมเงินเข้าโทรศัพท์มือถือ ซึ่งก็อยู่ที่ราวๆ 200 หรือ 300 บาท” สกุล สื่อทรงธรรม เลขาธิการมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย หรือพีเน็ต เปิดเผยข้อมูลจากเครือข่ายทั่วประเทศ

แดงล่วง ม่วงเอา เทาผ่าน

อภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรม การการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยอมรับว่า จากการหารือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยอมรับว่ามีความกังวล แม้จะไม่มีรายงานความเคลื่อนไหวทางธุรกรรมที่ผิดปกติ แต่ก็มีเบาะแสว่า อาจมีการขนเงินซื้อเสียงจำนวน มหาศาลในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงนี้

แต่อย่างไรก็ตาม ข้อมูลของเครือ ข่ายพีเน็ต ประเมินว่า ในช่วงคืนหมาหอนไม่น่าจะมีการแจกเงินซื้อเสียงกันอีกแล้ว เพราะได้แจกเงินปูพรมมาโดยตลอด หรือที่เรียกว่าแจกตอนไก่ขัน อาทิ การเกณฑ์คนมาฟังปราศรัย ก็จะมีการแจกให้ไปก่อนส่วนหนึ่ง จากนั้นจะประเมินผล หากพบว่าคะแนนยังไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ก็จะแจกซ้ำอีกรอบเพื่อให้มั่นใจ

ด้าน ประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้าน กิจการบริหารงานเลือกตั้ง เปิดเผยว่า กกต.ได้รับรายงานการแจ้งเบาะแสทุจริตเลือกตั้งเข้ามาประมาณ 400 เรื่อง และรับเป็นสำนวนสืบสวนสอบสวน 110 เรื่อง

การซื้อเสียงที่ว่ากันว่ามโหฬารมาก กว่าการเลือกตั้งครั้งใดๆ นั้น ประพจน์ ศรีเทศ ประธานพีเน็ตภาคเหนือตอนล่าง เปิดเผยข้อมูลที่พบ ฉายภาพให้เห็นกระบวนการว่า มีการซื้อหลายชั้น ซื้อแบบปูพรม เกทับกันถึง 2-3 ชั้น ในลักษณะ “แดงล่วง ม่วงเอา เทาผ่าน”

“มีการใช้แบงก์สีแดงปูพรมไปก่อน คู่ต่อสู้ก็จะเกทับด้วยสีม่วง และถึงโค้งสุดท้ายแบงก์สีเทา ก็จะทำให้มั่นใจได้ว่าน่าจะผ่านฉลุยเข้าสภา”

ขณะที่บางพื้นที่นั้นกระแสความนิยมต่อพรรคเหนียวแน่น คู่แข่งขันก็จะใช้วิธีที่เรียกว่า ซื้อเสียงแบบปรองดอง หรือซื้อเสียงพ่วง โดยผู้สมัครพรรคที่กระแสเป็นรองซึ่งต้องการเบียดแทรกเข้าสภา ก็จะขอให้หัวคะแนนพรรคที่กระแสแรง ซื้อเสียงในลักษณะขอพ่วง คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ก็ลงให้กับพรรคที่ชอบ ส่วนผู้สมัครในเขตก็ให้เลือกผู้จ่ายเงินซื้อเสียง โดยหัวคะแนนคนหนึ่งจะรับเงินจากทั้งสองพรรคเพื่อมาซื้อเสียงชาวบ้าน

การซื้อเสียงอย่างรุนแรงที่เกิดขึ้นแทบทุกหัวระแหง ใช่เพียงจะได้ผู้แทนราษฎรที่ด้อยคุณภาพเข้าสภา ได้ผู้บริหารบ้านเมืองที่หวังจะเข้าไปกอบโกยถอนทุนคืนเท่านั้น แต่ประเด็นที่พีเน็ตกังวล คือ ความรุนแรงจากการไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง

“ถ้าผลคะแนนในหน่วยเลือกตั้งส่งไปยังกรรมการเขตเลือกตั้งแล้วไม่ตรงกัน อาจจะเกิดการร้องเรียนและความรุนแรงตามมา และไม่ยอมรับการเลือกตั้ง จึงวิง วอนขอให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิกันมากๆ ช่วยเฝ้าระวังการทุจริตการเลือกตั้งทุกรูปแบบ เฝ้าการนับคะแนน และจดผลคะแนนของแต่ละหน่วยเลือกตั้งไว้ด้วย” ประพจน์ ประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นตามมาจากการซื้อเสียง

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท