
วิสัยทัศน์ 3พรรคแก้ปัญหา กทม. วัดใจก่อนเข้าคูหา
‘ถึงเวลานายกฯ หญิงบริหารประเทศ’
‘ถึงเวลานายกฯ หญิงบริหารประเทศ’
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ
ผู้สมัคร สส.กทม. พรรคเพื่อไทย
พรรคจะกำหนดนโยบายให้กับครอบครัวที่ประสงค์พักหนี้และการเข้าถึงในการรักษาพยาบาล เพราะถือว่าเป็นการลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ ยกตัวอย่างเช่น บัตร 30 บาท รักษาทุกโรค ซึ่งจำเป็นที่จะต้องทำให้กับประชาชน รวมถึงการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ เมื่อคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี จะทำให้สามารถจัดเก็บรายได้สูงขึ้น และสามารถนำเงินนั้นมาพัฒนาประเทศได้อย่างเข้มแข็งต่อไป ที่สำคัญต้องลดอาชญากรรมและอบายมุข เพราะวันนี้ กทม.มีการแพร่ระบาดยาเสพติดสูงที่สุด ดังนั้น ต้องขจัดปัญหาดังกล่าวภายใน 1 ปี ส่วนการจะทำให้ กทม. สามารถหารายได้เพิ่มเติมด้วยตัวเองได้หรือไม่ อยู่ที่นโยบายของผู้ว่าฯ กทม. ว่าจะเป็นอย่างไร ทั้งนี้ต้องควบคู่ไปกับการใช้จ่ายงบประมาณทุกบาททุกสตางค์ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่มีการทุจริตรั่วไหล
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถือเป็นผู้ที่นำธงพรรคไปสู่ความปรองดอง เมื่อเข้าสู่ความปรองดองที่เป็นรูปธรรมก็ต้องมีการบริหารประเทศที่ดี ดังนั้น พรรคเน้นเรื่องการเข้าใจกันของทุกฝ่าย เน้นนิติรัฐและนิติธรรมด้วยการใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม ไม่มีสองมาตรฐาน ส่วนเรื่องคุณธรรมก็เป็นสิ่งสำคัญ บ้านเมืองเดินหน้าปรองดองได้ ต้องเน้นย้ำให้คนทำหน้าที่อย่างโปร่งใส ทั้งในเรื่องการบริหารราชการ นักการเมือง รวมถึงให้ประชาชนมีส่วนร่วม ทั้งนี้พรรคมีความชัดเจนจะก้าวข้ามปัญหาและความขัดแย้งเพื่อนำไปสู่การแก้ไขที่นำมาสู่ความปรองดองของคนทั้งชาติ ไม่ใช่เพื่อใครคนใดคนหนึ่ง
ถึงเวลาของนายกรัฐมนตรีที่มาจากผู้หญิง เพราะผลงานในอดีตที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2544 ตั้งแต่สมัยรัฐบาลไทยรักไทยได้แก้ไขปัญหาหนี้สินของประเทศ ทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งวันนี้ประชาชนมั่นใจในนโยบายของพรรคเพื่อไทยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์จะสามารถนำไปปฏิบัติให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศ
‘คืนความสุขให้ กทม.ปราศจากการข่มขู่’
ธนา ชีรวินิจ
ผู้สมัคร สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์
ที่ผ่านมาบ้านเมืองเกิดความไม่สงบ แต่ด้วยความทุ่มเทของ กทม. และรัฐบาล ทำให้สามารถฟื้นฟูการท่องเที่ยวและทำให้นักลงทุนกลับมาลงทุนได้ตามเดิม นอกจากนี้ การจราจรพรรคมีนโยบายชัดเจนในการเซ็นต่อสัญญาเปิดสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน 500 กม. เพราะเรารู้ว่าอนาคตการจราจรใน กทม.จะเป็นอัมพาต นอกจากนี้ การพัฒนา กทม.ต้องทำให้การจัดเก็บรายได้สูงขึ้น โดยพัฒนาสภาพความเป็นอยู่ของ กทม. แก้ปัญหาเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ให้ประชาชนกินดีอยู่ดี เพื่อให้การจัดเก็บรายได้สูงขึ้นตาม
ต้องทำให้บ้านเมืองกลับมาสงบสุข ไม่มีการข่มขู่ ประชาชนสามารถทำได้ด้วยการเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน แต่หากความปรองดองแล้วมีเงื่อนไขก็ไม่สามารถเดินหน้าปรองดองได้ ทั้งนี้ยืนยันว่าพรรคไม่มีสี ไม่แบ่งขั้ว และพร้อมทำงานเพื่อส่วนรวมทุกคน ไม่ว่าจะมีความเห็นอย่างไร นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ เคารพทุกความเห็น ทั้งนี้พรรคจะบริหารด้วยการยึดนิติรัฐและนิติธรรม ไม่ว่าอะไรต้องยึดถือประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง
ในสภาพบ้านเมืองที่มีความขัดแย้งสูง นายกฯ อภิสิทธิ์เคยผ่านการบริหารประเทศ 2 ปีครึ่งท่ามกลางปัญหารุมเร้า แต่ก็สามารถสร้างประโยชน์ให้ประเทศ ให้คนไทย หลังจากการเลือกตั้งหากนายอภิสิทธิ์ได้เป็นนายกฯ คนไทยก็จะไม่ถูกข่มขู่ ประเทศจะไม่ถูกทำร้าย แต่จะสร้างความสมานฉันท์เดินไปข้างหน้า ซึ่งนายอภิสิทธิ์เป็นคนที่ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง หรือทำเพื่อกลุ่มคนใดกลุ่มหนึ่ง 2 ปีที่ผ่านมาสามารถพิสูจน์ได้ว่าไม่มีการทุจริต มีจิตใจมั่นคงเพื่อประโยชน์ประเทศ
‘พัฒนาเศรษฐกิจเพื่อการปรองดอง’
กรพจน์ อัศวินวิจิตร
หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน
ต้องทำให้สังคมน่าอยู่และปลอดภัย โดยเฉพาะเรื่องชุมชนแออัดที่มีประมาณ 800 ชุมชน จาก2,000 ชุมชน ปัญหาจราจรแก้ไขด้วยการเพิ่มจำนวนรถเมล์ให้มากขึ้น รวมถึงเร่งสร้างรถไฟฟ้าเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน หากพรรคได้เป็นรัฐบาล ประชาชนจะได้ใช้รถไฟฟ้าอย่างสะดวก ส่วนเรื่องภาษีคน กทม. ถือว่าจ่ายภาษีมากที่สุด แต่สิ่งที่ได้รับกลับด้อยที่สุด ดังนั้นต้องทำเรื่องดังกล่าวให้ชัดเจน ทั้งนี้ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์เป็นผู้บริหารประเทศและ กทม. แต่ไม่สามารถเข้าไปดูแลแก้ไขปัญหาได้ดีเท่าที่ควร
พรรคมีเจตนามุ่งมั่นคืนความสุขสู่ประชาชน และเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกพรรคต้องตระหนัก ดังนั้นแต่ละพรรคควรเลี่ยงความรุนแรง การกล่าวหาซึ่งกันและกันว่าพรรคนั้นผิดหรือถูก ควรเสนอนโยบายให้ประชาชนได้ตัดสินใจ ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาไม่มีพรรคการเมืองใดสมบูรณ์แบบ ซึ่งแต่ละพรรคล้วนมุ่งมั่นแก้ไขปัญหา และเชื่อว่านักการเมืองที่มีความตั้งใจต้องลดละความขัดแย้งรุนแรง สร้างสันติสุขกลับคืน
ส่วนปัญหาเศรษฐกิจความเหลื่อมล้ำที่ประชาชนเรียกร้อง ไม่มีพรรคการเมืองไหนพูดถึง พรรคเพื่อไทยก็ไม่ตอบชัดเจน แต่พรรคชัดเจนก่อนเริ่มขบวนการหาเสียงด้วยการยึดคติ รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ถึงจะก้าวข้ามความขัดแย้งไปได้ เพื่อสร้างสรรค์เศรษฐกิจและประเทศไทย หากสามารถสร้างเศรษฐกิจทุกระดับให้ประชาชนทุกฝ่ายก็จะปรองดองกันได้ กทม.เป็นเมืองที่เจริญที่สุด สามารถจัดเก็บรายได้ส่วนมากให้กับประเทศ ซึ่งต้องพัฒนาการท่องเที่ยว เพราะมีนักท่องเที่ยวปีหนึ่งเกือบ 15 ล้านคน ซึ่งหากพัฒนาทำให้ กทม. เป็นเมืองน่าท่องเที่ยว น่าอยู่ ก็จะสามารถจัดเก็บรายได้เพิ่มมากขึ้น อีกประเด็นอยู่ที่ว่าจะให้สิทธิ กทม. สามารถสร้างรายได้มากกว่าที่เป็นอยู่หรือไม่ อย่างการออกพันธบัตร
ไม่ว่าจะเป็นนายกฯ หญิงหรือชาย ก็ต้องย้อนไปดูประวัติว่าพรรคหนึ่งอายุเก่าแก่ 60 ปี ผ่านร้อนผ่านหนาวมามีผลงานอย่างไร อีกพรรคอายุ 10 ปี ได้สร้างประโยชน์กับประเทศไว้อย่างไร ซึ่งเป็นสิทธิที่ประชาชนจะเลือกคนเป็นนายกฯ โดยดูรายละเอียด







