posttoday
สกัดละเลงงบ

สกัดละเลงงบ

01 กรกฎาคม 2554

ธปท.ห่วงเงินเฟ้อพุ่งปรี๊ด ขอรัฐบาลใหม่เลิกกระตุ้น

ธปท.ห่วงเงินเฟ้อพุ่งปรี๊ด ขอรัฐบาลใหม่เลิกกระตุ้น

ธปท.เตือนรัฐบาลใหม่อย่ากระตุ้นเศรษฐกิจแรง เพราะอาจสร้างแรงกดดันให้เงินเฟ้อสูงขึ้นไปอีก

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ไม่ว่าพรรคการเมืองใดจะชนะการเลือกตั้งและเข้ามาเป็นรัฐบาลบริหารประเทศ ธปท.ไม่อยากให้รัฐบาลใหม่ดำเนินนโยบายการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจมากนัก เพราะอาจจะไปสร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ ทำให้ระดับราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้นอีก

ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า การจัดงบประมาณปี 2555 ไม่ควรจัดงบขาดดุลเกินกรอบที่วางไว้ 3.5 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นการจัดงบขาดดุลที่ลดลงจากปี 2554 ที่ขาดดุล 4.2 แสนล้านบาท เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันไม่จำเป็นต้องไปกระตุ้นมากนัก เพราะมีความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อสูงอยู่แล้ว

 

สกัดละเลงงบ

“ในตอนนี้ไม่สมควรกระตุ้นเศรษฐกิจมาก เพราะเป็นการไปส่งสัญญาณให้ตลาดการเงิน ไม่เหมาะสม ให้ตลาดการเงินจะคาดการณ์เงินเฟ้อไปในทางที่สูงขึ้น อาจจะกลายเป็นความเสี่ยงต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจได้จากตอนนี้เงินเฟ้อก็เป็นปัจจัยเสี่ยงอยู่แล้ว” นายประสาร กล่าว

ทางด้านกลุ่มนักวิชาการจับตารัฐบาล หรือ Policy Watch หวั่นประชานิยมทำหนี้สาธารณะทะลัก โดยนายพรายพล คุ้มทรัพย์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหา วิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ออกมาเรียกร้องต่อพรรคการเมืองที่ลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้ว่า เพื่อป้องกันหนี้สาธารณะขั้นรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นได้จากการดำเนินนโยบายประชานิยม การลด แลก แจก แถม ที่ทุกพรรคการเมืองชูเป็นนโยบายในการหาเสียง ซึ่งได้แก่ การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ การประกันรายได้ขั้นต่ำสำหรับเกษตรกรและคนทำงานในกลุ่มต่างๆ การเพิ่มเงินในกองทุนหมู่บ้าน การเพิ่มเบี้ยยังชีพคนชรา และคนพิการ การแจกคอมพิวเตอร์ให้นักเรียนทุกคน การอุดหนุนเงินซื้อบ้านซื้อรถ การตรึงราคาน้ำมัน การลดภาษีมูลค่าเพิ่ม รวมถึงการดำเนินมาตรการกึ่งการคลังล้วนแต่เป็นนโยบายที่สร้างภาระต่องบประมาณ และเสี่ยงต่อการกู้เงินเพื่อก่อหนี้สาธารณะเพิ่ม ซึ่งปัจจุบันยอดหนี้สาธารณะของไทยอยู่ที่ระดับ 41% ของผลิต ภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)

ดังนั้น กลุ่ม Policy Watch จึงเสนอให้พรรคการเมืองและนักการเมืองมีความรับผิดชอบต่อนโยบายที่ได้หาเสียงไว้ โดยการนำเอาทรัพย์สินของสมาชิกพรรค หรือบุคคลผู้สนับสนุนพรรคมาค้ำประกันเงินกู้ของภาครัฐ อันเกิดจากนโยบายประชานิยมดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของนโยบายที่ทำให้หนี้สาธารณะมีสัดส่วนสูงกว่า 50% ของจีดีพี

" ต้องการให้นักการเมือง พรรคการเมือง อกมารับผิดชอบต่อนโยบายที่หาเสียงไว้ด้วย โดยเมื่อใดที่ยอดหนี้สาธารณะเกินกว่า 50 % หรือนโยบายมีปัญหาก็ขอให้พรรคการเมืองออกมารับผิดชอบโดยการเอาทรัพย์สินของตัวเองมาค้ำประกันในส่วนของการทำนโยบายที่เกินกว่ากรอบความยั่งยืนทางการคลัง โดยจะเอาสนามกอล์ฟ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ หรือ เหมืองทองในต่างประเทศมาค้ำประกันเงินกู้ก็ได้ และถ้าทำไปแล้วเสียหาย ก็ให้เอาทรัพย์สินเหล่านี้มาขายทอดตลาด " นายพลายพลกล่าว

ทั้งนี้เห็นว่า นอกจากนี้ ควรมีการตั้งองค์กรกลาง เพื่อดูแลการใช้จ่ายของภาครัฐและพิจารณาเรื่องการให้นักการเมืองชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยยอมรับว่าข้อเสนอดังกล่าวยังไม่เคยมีประเทศไหนในโลกทำเรื่องนี้มาก่อน แต่เห็นเป็นโอกาสที่ประเทศไทยควรจะพิจารณาทำเรื่องนี้ เพื่อให้พรรคการเมืองและนักการเมืองมีความรับผิดชอบต่อนโยบายที่ได้หาเสียงไว้ ถ้าพรรคการเมืองไหนยอมรับข้อเสนอดังกล่าว ก็สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจในการเข้ามาเพื่อพัฒนาประเทศชาติ


นายพลายพล กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมามีหลายประเทศที่เผชิญกับปัญหาหนี้สาธารณะที่เกิดจากการทำนโยบายประชานิยมเช่น ประเทศกรีซ มีปัญหาหนี้สาธารณะมากถึง 158% ของจีดีพี ส่งผลให้ปัจจุบันรัฐบาลต้องพยายามรัดเข็มขัด เพื่อเอาเงินมาให้หนี้ ซึ่งประเทศเจ้าหนี้ยื่นเงื่อนไขคือ การลดการจ้างงาน ลดสวัสดิการ การขายรัฐวิสาหกิจ เพื่อเอาเงินมาใช้หนี้ ส่งผลให้ประชาชนไม่พอใจจึงต่อต้านประท้วงกันจนกลายเป็นเหตุรุนแรงทางการเมืองเป็นต้น

 

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล