posttoday
ตายเกลื่อนถนนอีกกี่คนรัฐบาลจึงจะสนใจ

ตายเกลื่อนถนนอีกกี่คนรัฐบาลจึงจะสนใจ

30 มิถุนายน 2554

ปัจจุบันมีคนไทยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุปีละกว่า 1.3 หมื่นคน คิดเป็นชั่วโมงก็เฉลี่ยชั่วโมงละคน แม้ปีที่ผ่านมารัฐบาลจะกำหนดให้ปี 2554-2563

ปัจจุบันมีคนไทยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุปีละกว่า 1.3 หมื่นคน คิดเป็นชั่วโมงก็เฉลี่ยชั่วโมงละคน แม้ปีที่ผ่านมารัฐบาลจะกำหนดให้ปี 2554-2563

เป็น “ทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน” เพื่อจะลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนให้เหลือไม่เกิน 10 คนต่อประชากรแสนคน ภายในปี 2563 โดยมีการเปิดตัวไปพร้อมกันทั่วโลกเมื่อวันที่ 11 พ.ค. ที่ผ่านมา แต่ตัวเลขผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตตลอดทั้งปีก็ยังสูงอยู่

นอกจากนั้น นโยบายรัฐบาลในการแก้ปัญหานี้ก็ยังไม่ชัดเจน มีเพียงคำพูดสวยหรูว่าจะ “บูรณาการ” หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านความปลอดภัยทั้งหมดเข้าด้วยกัน แต่ก็เป็นนามธรรม กลับพูดถึงโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้ารางคู่ รถไฟความเร็วสูงเป็นเรื่องเป็นราว แต่ความปลอดภัยบนถนนของประชาชนกลับถูกมองข้ามไป

“ที่ผ่านมาเราพูดถึงเรื่องอุบัติเหตุเฉพาะช่วงเทศกาล หรืออุบัติเหตุที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากเท่านั้น ไม่ได้มองไปถึงโครงสร้างการจัดการ เพราะฉะนั้นสังคมต้องเปลี่ยนมุมมองต่อเรื่องอุบัติเหตุใหม่ ให้เป็นเรื่องการเตรียมความพร้อมในระบบให้มากขึ้น” พรหมมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) ระบุ

 

ตายเกลื่อนถนนอีกกี่คนรัฐบาลจึงจะสนใจ

พรหมมินทร์ กล่าวด้วยว่า ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยบนท้องถนนที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน แม้จะมีหน่วยงานราชการอยู่ในศูนย์เป็นจำนวนมาก ทั้งกระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คอยประสานงานร่วมกันภายในศูนย์ก็จริง แต่ที่ผ่านมามีการประชุมเพียงปีละ 4-5 ครั้ง ในช่วงเทศกาล 7 วันอันตรายเท่านั้น

ทำให้ศูนย์นี้แทบจะไม่มีบทบาทในภาวะปกติและแก้ปัญหาเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนได้เลย เพราะพอพ้นช่วงเทศกาล แต่ละหน่วยงานก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ตัวเอง เช่น ทุกวันนี้ภาครัฐมักจะนำเรื่องความปลอดภัยให้เป็นภาระของตำรวจเพียงอย่างเดียว ทั้งการกวดขันกฎวินัยจราจร หรือตั้งหน่วยตรวจสอบอุบัติเหตุ แต่กลับไม่ได้ให้งบประมาณไป และไม่สร้างความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่มากเพียงพอ

ทั้งนี้ เรื่องความปลอดภัยบนถนนควรจะเป็นบทบาทของกระทรวงคมนาคมดูแลมากกว่า ทั้งเรื่องการกำหนดมาตรฐานของถนน การกำหนดอุปกรณ์ความปลอดภัย การดูแลจัดการเรื่องใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ หรือการอบรมให้กับเยาวชนในเรื่องความปลอดภัย แต่กระทรวงคมนาคมกลับมีบทบาทน้อยมาก

ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ เสนอแนะว่า รัฐบาลควรจะยกระดับศูนย์อำนวยการความปลอดภัยบนท้องถนนให้มีอำนาจหน้าที่ มีงบประมาณ มีกฎหมายรองรับ และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงต่างๆ และครู อาจารย์ตามโรงเรียนทำงานร่วมกันอย่างถาวร เพื่อลดอุบัติเหตุให้ได้จริง

“ทุกวันนี้ภาคประชาชนพร้อม ข้าราชการเองก็มีความพร้อม มีเพียงอย่างเดียวคือ นักการเมืองที่ไม่พร้อมและขาดเอกภาพในการทำงาน ทำให้นโยบายเรื่องความปลอดภัยไม่สามารถเคลื่อนต่อไปได้ แม้แต่สื่อของรัฐในการประชาสัมพันธ์เรื่องความปลอดภัยยังไม่มีเลย”พรหมมินทร์ กล่าว

ขณะที่ นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) กล่าวว่า เมื่อปี 2550 ที่ผ่านมา มีการสำรวจความคิดเห็นประชาชน พบว่าประชาชนมากกว่า 35% อยากเห็นนโยบายเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนมากขึ้น เมื่อสิ้นปี 2553 ที่ผ่านมาก็สำรวจอีกครั้ง พบว่าประชาชนกว่า 68% ไม่รู้มาก่อนว่ามีเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนเป็นวาระแห่งชาติด้วย ซึ่งหมายความว่าการพยายามจัดทำนโยบายที่ผ่านมาจึงไม่สามารถทำให้ประชาชนรู้สึกได้ว่าอยู่บนท้องถนนแล้วชีวิตปลอดภัย

นพ.ธนะพงศ์ กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่อยากเห็นก็คือการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยในระบบขนส่งสาธารณะให้มากขึ้น เพราะทุกวันนี้รถโดยสารแต่ละประเภท คุณภาพรถก็ไม่ปลอดภัย คนขับก็ไม่มีมาตรฐาน โดยเฉพาะรถตู้โดยสารในต่างจังหวัด ที่ผู้ประกอบการมักจะเป็นผู้ประกอบการรายย่อยแทบจะไม่มีกลไกดูแล หรือปรับปรุงกลุ่มผู้ประกอบการเหล่านี้ให้มีมาตรฐานได้เลย

จึงน่าจะมีการตั้ง “กองทุนสนับสนุนด้านความปลอดภัยในระบบขนส่งสาธารณะ” เพื่อนำมาลงทุนในกลไกที่จะให้ผู้โดยสารระบบขนส่งสาธารณะมีความปลอดภัยในการโดยสารมากขึ้น โดยอาจจะนำไปใช้ติดตั้งระบบจีพีเอสควบคุมความเร็วรถ นำไปปรับปรุงระบบเบรกให้ดีขึ้น หรือนำไปสร้างมาตรฐานความปลอดภัยบนท้องถนน ฯลฯ

ยกตัวอย่าง ประเทศฝรั่งเศส ที่มีการลงทุนด้านเทคโนโลยีเพื่อสร้างความปลอดภัยบนท้องถนน เช่น การติดกล้องซีซีทีวี หรือพัฒนารูปแบบถนนให้ปลอดภัยมากขึ้น โดยใช้ “เงินค่าปรับ” จากการขับรถเร็ว หรือการทำผิดกฎจราจรมาตั้งเป็นกองทุน โดยในปีแรกที่ใช้รูปแบบนี้นั้น ยอดอุบัติเหตุลดลงกว่า 20%

นพ.ธนะพงศ์ ยังเสนอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดูแลความปลอดภัยบนท้องถนนในท้องถิ่นของตัวเอง เพราะผู้ที่เสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดจากการขับขี่รถจักรยานยนต์ในท้องถิ่นด้วย อีกข้อก็คือ รัฐบาลควรจะต้องปรับแผนในการลงทุนก่อสร้างถนนหนทาง โดยให้แบ่งงบประมาณอย่างน้อย 10% ในการจัดการเรื่องความปลอดภัย เพราะการใช้ระบบการประมูลราคากลางก่อสร้างอย่างในปัจจุบัน ส่งผลให้บริษัทรับเหมาหลายแห่งเลือกจะลดมาตรฐานความปลอดภัย อาทิ แผงกั้นถนน หรือเกาะกลางถนน ทำให้ถนนหลายแห่งเกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท