
ทลายแก๊งค้ากัญชา-ยาบ้ารายใหญ่
ตำรวจโคราช จับกุมเครื่อข่ายแก๊งค้ากัญชารายใหญ่ พร้อมของกลางกัญชาอัดแท่ง 300 กิโลกรัม และยาบ้า 400 เม็ด รวมมูลค่ากว่า 6 ล้านบาท
ตำรวจโคราช จับกุมเครื่อข่ายแก๊งค้ากัญชารายใหญ่ พร้อมของกลางกัญชาอัดแท่ง 300 กิโลกรัม และยาบ้า 400 เม็ด รวมมูลค่ากว่า 6 ล้านบาท
พล.ต.ต.สมพงศ์ ทองวีระประเสริฐ รองผู้บัญชาการีตำรวจภูธรภาค3 ร่วมกับ พ.ต.อ.วชิรวิชญ์ กฤษณ์ฤทธิศักย์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนและชุดปราบปรามสภ.เมืองนครราชสีมา แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) และยาเสพติดประเภทที่ 5 (กัญชา)ได้ผู้ต้องหา 3 ราย คือ นายสุรพงษ์ อยู่ดี นายสุคาร อยู่ดี และนายหน ศรีพรม พร้อมด้วยของกลาง กัญชาอัดแท่งจำนวน 300 แท่ง นำหนัก 300 กิโลกรัม ยาบ้า จำนวน 400 เม็ด รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีดำ หมายเลขทะเบียน ถฎ 427 กรุงเทพมหานคร
ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 30 มิ.ย.ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา ได้ตั้งจุดตรวจแบบบูรณาการ ที่บริเวณถนนมิตรภาพามุ่งหน้าเข้ากรุงเทพมหานคร หน้าวัดโคกพรม อ.เมือง จ.นครราชสีมา ได้มีรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีดำ หมายเลขทะเบียน ถฎ 427 กรุงเทพมหานคร ที่มีนายหน เป็นผู้ขับ และมีนายสุรพงษ์ นายสุคาร นั่งมา เมื่อเข้าบริเวณจุดตรวจผู้ต้องหาทั้ง 3 คน มีท่าทางพิรุธ ตำรวจจึงทำการขอตรวจค้นรถที่กระบะหลังที่มีผ้าใบคลุมอยู่
จากการสอบถามเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การว่าได้บรรทุกข้าวสารเพื่อนำไปส่งให้กับลูกค้าที่กรุงเทพฯ แต่หลังจากตำรวจได้ตรวจค้น ทราบว่าถุงดำที่ผู้ต้องหาทั้ง 3 อ้างว่าเป็นข้าวสาร นั้นเป็นกัญชาอัดแท่งห่อด้วยถุงดำเต็มกระบะหลังรถ ตำรวจจึงควบคุมผู้ต้องหาทั้ง 3 คน และทำการตรวจค้นภายในรถ ยังพบ ยาบ้าจำนวน 2 ถุง ถุงละ 200 เม็ด ซุกซ้อนอยู่ที่บริเวณด้านข้างประตูข้างคนขับและใต้เบาะข้างคนขับ ตำรวจจึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ดำเนินคดี ร่วมกันมียาเสพติดประเภทที่ 1 (ยาบ้า) และยาเสพติดประเภทที่ 5 (กัญชา) ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี
นายหนซึ่งเป็นหนึ่งในจำนวนผู้ต้องหาทั้ง 3 ให้การรับสารภาพว่า ได้รับจ้างขนกัญชาและยาบ้ามาจากฝั่งลาว โดยจะเป็นผู้ขับรถไปรับกัญชาที่ จ.บึงกาฬ และจะขับรถเพื่อนำกัญชาไปส่งให้กับนายจ้างที่ได้นัดหมายกันที่ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี และจะมีคนมารับรถเพื่อขับไปส่งให้กับนายทุนอีกที หลังจากนั้นจะขับรถกลับมาส่งคืนที่ กรุงเทพฯ พร้อมกับเงินค่าจ้างในการส่งกัญชาและยาบ้า จำนวน 5 หมื่นบาท ซึ่งยอมรับว่า ได้รับจ้างขนกัญชาและยาบ้ามาแล้ว 1 ครั้ง แต่ในครั้งนี้ เพื่อนที่ร่วมกระบวนการที่เป็นสก็อยหน้าไม่ได้แจ้งว่าบริเวณที่ถูกจับกุมมีตำรวจตั้งด่าน จนกระทั้งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตรวจค้นและถูกจับกุม ซึ่งตำรวจจะเร่งทำการขยายผลถึงผู้ที่ร่วมกระบวนการที่ยังคงหลบหนีเพื่อมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป







