
บี้ปตท.อุ้มค่าไฟ
กฟผ.ประเมินท่อรั่วเจ๊งกว่า1,000ล.‘นายกฯ’เบรกโยนภาระประชาชน
กฟผ.ประเมินท่อรั่วเจ๊งกว่า1,000ล.‘นายกฯ’เบรกโยนภาระประชาชน
นายกฯ สั่งเบรกขึ้นค่าไฟฟ้า กฟผ.โยน ปตท.รับผิดชอบท่อรั่วกว่า 1,000 ล้านบาท “ประเสริฐ” โบ้ยรับเหมา ช่วยรับภาระ
นายณอคุณ สิทธิพงศ์ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา กระทรวงพลังงานได้รายงานสถานการณ์ท่อส่งก๊าซของบริษัท ปตท. รั่วในอ่าวไทย และยืนยันว่าปัญหานี้จะไม่ทำให้เกิดการขาดแคลนไฟฟ้า ก๊าซสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) และก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี)
ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ ครม. ได้แสดงความกังวลถึงผลกระทบที่จะเกิดกับต้นทุนค่าไฟฟ้า และไม่อยากให้ผลักภาระค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นให้กับประชาชน
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า นายกฯ เห็นว่านิติบุคคลควรจะรับผิดชอบในเรื่องความเสียหาย เนื่องจากมีประกันอยู่ และกระทรวงพลังงานไม่ควรเปิดช่องให้เอกชนผลักภาระไปที่ประชาชน
นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า กฟผ.ต้องเพิ่มสัดส่วนการใช้น้ำมันเตาเพื่อผลิตไฟฟ้าเพิ่มเป็นวันละ 9 ล้านลิตร/วัน ซึ่งหากคำนวณช่วง 2 สัปดาห์ระหว่างที่รอให้ ปตท.แก้ไขปัญหา จะทำให้มีต้นทุนน้ำมันเตาเพิ่มขึ้นกว่า 1,000 ล้านบาท คิดเป็นผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) ประมาณ 2-3 สต./หน่วย โดยคิดจากต้นทุนเชื้อเพลิง 400 ล้านบาท มีผลต่อค่าเอฟที 1 สต./หน่วย
ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า ภาระค่าเอฟทีที่เกิดขึ้นทางคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) จะเป็นผู้พิจารณาว่าใครควรจะเป็นผู้รับผิดชอบ แต่ในกรณีนี้ปัญหาเกิดขึ้นจาก ปตท. ไม่ใช่ กฟผ.
สิ่งที่เป็นห่วงขณะนี้คือ หากการแก้ปัญหาท่อก๊าซรั่วไม่เสร็จภายใน 2 สัปดาห์ จะมีปัญหา โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าที่ราชบุรี เพราะหากสต๊อกน้ำมันเตาที่มีเหลืออยู่ 110 ล้านลิตร หมดเมื่อไหร่ ก็ต้องใช้รถขนส่งถึงวันละ 100 เที่ยว ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น
นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. กล่าวว่า ประเด็นอุบัติเหตุนี้ผู้ที่รับผิดชอบหลักคงต้องเป็นบริษัทรับเหมา คือ บริษัท ฮุนได ที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ และ ปตท.เจ้าของท่อ แต่เรกูเลเตอร์คงจะพิจารณาผลกระทบทั้งหมด
สำหรับการแก้ท่อรั่วนั้นคงปิดรอยรั่วหรืออาจตัดต่อเพื่อเชื่อมท่อ ซึ่งจะใช้เวลาไม่นาน และยืนยันว่าจะไม่มีการวางท่อใหม่แต่อย่างใด







