posttoday
7 เขตอิทธิพล 2 พรรคใหญ่ กุมหัวใจคนกรุง

7 เขตอิทธิพล 2 พรรคใหญ่ กุมหัวใจคนกรุง

29 มิถุนายน 2554

สนามเลือกตั้ง กทม. นอกจากจะมีการแข่งขันที่ดุเดือดรุนแรงจนทำให้หลายเขตถูกจับตามองเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อความรุนแรงแล้ว

สนามเลือกตั้ง กทม. นอกจากจะมีการแข่งขันที่ดุเดือดรุนแรงจนทำให้หลายเขตถูกจับตามองเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อความรุนแรงแล้ว

ยังพบว่าเขตเลือกตั้งทั้ง 33 เขต เป็นการช่วงชิงระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กับพรรคเพื่อไทย (พท.) เท่านั้น แต่พรรคใดจะโกยเก้าอี้ สส.ได้มากหรือน้อย ต้องไปลุ้นกันในวันหย่อนบัตรลงคะแนน

หากวัดกันเขตต่อเขต จะพบว่าผู้สมัครระดับอาวุโสทางการเมืองหลายคนมีความมั่นอกมั่นใจเต็มร้อยว่า ศึกเลือกตั้งครั้งนี้จะมีคะแนนลอยลำ เรียกได้ว่าเป็น “เต็งหาม” จนแทบจะไม่ต้องออกแรงมาก อาศัยบารมีที่สั่งสมมานานของตัวผู้สมัครเอง บวกกับฐานเสียงที่เหนียวแน่นจากกระแสความนิยมของพรรค จนทำให้หลายคนกลายเป็น สส. ผูกขาดในพื้นที่ ยากที่ใครจะมาแซะเก้าอี้ไปได้ง่ายๆ

 

7 เขตอิทธิพล 2 พรรคใหญ่ กุมหัวใจคนกรุง

เริ่มจากพรรคพระแม่ธรณีบีบมวยผม หลายต่อหลายครั้งที่แกนนำพรรคออกมาประกาศย้ำถึงชัยชนะเมื่อปี 2550 ที่สามารถกวาดเก้าอี้ สส.ได้อย่างถล่มทลายถึง 30 ที่นั่ง จากทั้งหมด 36 ที่นั่ง โดยเฉพาะในเขต กทม.ชั้นใน หรือพื้นที่ “ไข่แดง” ซึ่งมีฐานคะแนนแน่นปึ้ก ทั้งการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. สก. และ สข. ล้วนถูกประชาธิปัตย์ฟาดเรียบ ไม่เหลือเผื่อผู้สมัครพรรคอื่น

 

ไล่มาตั้งแต่ เขต 1 พระนคร ป้อมปราบศัตรูพ่าย สัมพันธวงศ์ มีเจ้าถิ่นเดิมคือ เจิมมาศ จึงเลิศศิริ พ่วงด้วย เขต 2 ปทุมวัน บางรัก สาทร ของแชมป์เก่า อรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ สองหญิงแกร่งแห่ง ปชป. ซึ่งการเลือกตั้งเมื่อปี 2550 ทั้งคู่ได้ผนึกกำลังกันเป็นทีม โกยคะแนนทิ้งห่างคู่แข่งถึงเกือบ 2 เท่า

ขณะที่ เขต 10 บางซื่อ มีผู้สมัครคือ ชื่นชอบ คงอุดม ทายาทของชัชวาลย์ คงอุดม หรือ “ชัช เตาปูน” อดีต สว.กทม. ผู้กว้างขวางแห่งย่านบางซื่อ ซึ่งก่อนหน้านี้พี่สาวของ ชื่นชอบ ได้ลงสมัคร สก.ในนามอิสระ ไม่สังกัดพรรค ก็ยังสามารถกำชัยชนะเหนือคู่แข่งได้อย่างไม่ยากเย็น สะท้อนถึงบารมีของตระกูลคงอุดมที่แผ่ขยายรุ่นต่อรุ่น จนได้รับความไว้วางใจจากประชาชนไม่เสื่อมคลาย

เขต 22 สวนหลวง ประเวศ ของ สามารถ มะลูลีม ผู้มีประสบการณ์เชี่ยวกรากในสนามการเมือง โดยไต่เต้ามาจากการเมืองท้องถิ่น เป็นอดีต สข. สก. สว. และ สส.เจ้าของพื้นที่ รวมถึงเป็นอุปนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และผู้จัดการฟุตบอลทีมชาติไทย ฉะนั้นความใกล้ชิดกับประชาชนระดับพื้นที่จึงมีความสนิทแนบแน่นอย่างไม่ต้องสงสัย

ขณะเดียวกันทางฝั่งพรรคเพื่อไทยก็มีผู้สมัครอีกหลายคนที่มีฐานเสียงอันแน่นหนา โดยเฉพาะในพื้นที่ชายขอบรอบนอก กทม. ประกอบด้วย เขต 13 สายไหม ของอดีต สส.แชมป์เก่า น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ซึ่งเขตนี้เป็นฐานที่มั่นของมวลชนคนเสื้อแดงจำนวนมหาศาล จึงเชื่อได้ว่าจะมีแรงหนุนส่งอย่างล้นหลาม

 

7 เขตอิทธิพล 2 พรรคใหญ่ กุมหัวใจคนกรุง

เช่นเดียวกับ เขต 12 ดอนเมือง ของขาใหญ่เจ้าของพื้นที่ การุณ โหสกุล ผู้ครองใจชาวดอนเมืองมาอย่างยาวนาน และนับวันยิ่งสยายปีกแผ่บารมีกว้างขวางมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้คู่แข่งของทั้งสองเขตนี้ต้องเลือดตาแทบกระเด็น เพราะต้องเจอกับกระดูกชิ้นโต

นอกจากนี้ เขต 17 มีนบุรี ของ วิชาญ มีนชัยนันท์ สส.เจ้าถิ่น และอดีต สก.มีนบุรี 2 สมัย กุมฐานเสียงแน่นปึ้กในพื้นที่ สามารถกวาดคะแนน สส.ครั้งที่แล้วถึงกว่า 1 แสนคะแนน ลอยละลิ่วเหนือคู่แข่ง

อย่างไรก็ตาม ศึกเลือกตั้งหนนี้มีข้อสังเกตหลายประการว่า ด้วยปัจจัยทางการเมืองและตัวแปรที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ไม่อาจการันตีได้ว่าอดีตเจ้าถิ่นทั้งหลายจะสามารถกอดเก้าอี้ไว้ได้ต่อไปหรือไม่ หรืออาจถูกคู่แข่งเบียดเข้ามาเฉือนปลายจมูกในนาทีสุดท้ายก็อาจเป็นไปได้ทั้งสิ้น

สิ่งสำคัญที่คนกรุงต้องการเห็นมากที่สุดก็คือ การเลือกตั้งที่ใสสะอาด ปราศจากกลโกง หากผู้สมัครรายใดเข้าถึงเส้นชัยด้วยความบริสุทธิ์ ย่อมได้รับฉันทามติจากประชาชนแน่นอน

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท