
ถอนตัวภาคีไม่กระทบมรดกโลกไทย
สุวิทย์เดินทางกลับถึงไทยแล้วยันถอนตัวภาคีไม่กระทบมรดกโลกของไทยที่ขึ้นทะเบียนไปแล้วก่อนหน้านี้
สุวิทย์เดินทางกลับถึงไทยแล้วยันถอนตัวภาคีไม่กระทบมรดกโลกของไทยที่ขึ้นทะเบียนไปแล้วก่อนหน้านี้
นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนการเจรจามรดกโลกฝ่ายไทย เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้วตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
นายสุวิทย์ได้เปิดแถลงข่าวถึงประเด็นดังกล่าวโดยระบุว่า หลังการถอนตัว ทางผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ ที่เคยเป็นผู้อำนวยการศูนย์มรดกโลกคนเดิม ที่เคยขึ้นทะเบียนพระวิหารเป็นมรดกโลก ขอร้องว่าอย่ายื่นหนังสือได้หรือไม่ ก็บอกไปว่าหากไม่ฟังเสียงของไทยเราไม่ยื่นหนังสือก็ไม่ได้ ทางฝ่ายโน้นช่วยทางกัมพูชามาตลอด คราวนี้ก็มาช่วยอีก ทั้งๆที่กรณีของเยรูซาเลมมีปัญหามาตั้ง 20 ปี ก็เลื่อนไปวันจันทร์ แต่ของเราให้เข้าประชุมทันที ส่วนของมรดกโลกที่ขึ้นทะเบียนไปแล้วว่าไม่กระทบกระเทือน แต่ที่ขึ้นใหม่เราก็ไม่เกี่ยวข้องด้วยแล้วและไม่จำเป็นต้องไปอาศัยเขา
"คณะกรรมการมรดกโลก ไม่เล็งเห็นถึงความละเอียดอ่อนถึงปัญหาระหว่างไทย และกัมพูชา ไทยจึงตัดสินใจถอนตัว และเชื่อว่า การถอนตัวจะส่งผลดีต่อไทย เนื่องจาก กัมพูชา ไม่สามารถนำเอามติของคณะกรรมการมรดกโลก ไปอ้างต่อศาลโลกได้ ขณะที่การดำเนินการต่อจากนี้ทางกัมพูชา และคณะกรรมการมรดกโลก จะดำเนิน การอะไรที่เกี่ยวข้องกับตัวปราสาท และพื้นที่โดยรอบไม่ได้ หากไม่ได้รับความยินยอม จากฝ่ายไทย"
นอกจากนี้ นายสุวิทย์ ได้กล่าวในรายการวิทยุคลื่น 101ว่ามีคนไทยกลุ่มหนึ่ง พยายามล็อบบี้ให้นำมติดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุม คณะกรรมการมรดกโลกอีกด้วย
นายสุวิทย์กล่าวว่า หากไม่ตัดสินใจถอนตัวออกจากภาคีมรดกโลก ในอนาคตอาจถูกประณามว่าทำให้สูญเสียอธิปไตยของชาติและเราอาจต้องร้องให้อีก ถ้าไม่ทำอย่างนี้ อาจไม่สามารถป้องกันอธิปไตยได้
"เรื่องนี้ ครม.มีมติตั้งแต่ขอไว้คราวที่แล้ว เพราะเกรงว่าปัญหานี้จะเกิดขึ้นแล้วมันก็เกิดขึ้นจริงๆ ผมขอไว้ว่าถ้าการเจรจาถึงที่สุดแล้วอาจจะมีปัญหาผมขอถอนตัว และผมก็ตัดสินใจไปตามความจำเป็น และสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อที่จะดูแลอำนาจอธิปไตยของไทย ซึ่งก่อนหน้าตัดสินใจก็ถามนายกฯก่อนหน้าแล้ว ท่านนายกฯโทรมาถามความคืบหน้า ผมก็รายงานไป บอกว่ามีอยู่ 2-3ส่วน แต่ก็บอกว่าส่วนสุดท้ายผมอาจจะต้องดำเนินการอย่างนี้ ท่านก็บอกให้พยายามทำอย่างอื่นไปก่อน" นายสุวิทย์กล่าว







