posttoday
โค้งสุดท้าย พท.ไม่นิรโทษแม้ว ปชป.ย้ำแผลราชประสงค์

โค้งสุดท้าย พท.ไม่นิรโทษแม้ว ปชป.ย้ำแผลราชประสงค์

26 มิถุนายน 2554

สัปดาห์สุดท้ายก่อนเลือกตั้ง 3 ก.ค. พรรคประชาธิปัตย์งัด “ไม้ตาย” พาทัพใหญ่บุกราชประสงค์ ปราศรัยตอกย้ำเคลียร์ข้อครหา “รัฐบาลมือเปื้อนเลือด”

สัปดาห์สุดท้ายก่อนเลือกตั้ง 3 ก.ค. พรรคประชาธิปัตย์งัด “ไม้ตาย” พาทัพใหญ่บุกราชประสงค์ ปราศรัยตอกย้ำเคลียร์ข้อครหา “รัฐบาลมือเปื้อนเลือด”

และ “ฆาตกร 91 ศพ” เริ่มต้นจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตประธานศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ปราศรัยชี้แจงว่า จากการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงติดต่อกัน 68 วัน นับตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค.19 พ.ค. 2553 มีการเสียชีวิตในหลายๆ เหตุการณ์ เริ่มตั้งแต่ 10 เม.ย. 2553 ทั้งหมดเสียชีวิต โดยมีคนเสื้อดำสวมไอ้โม่งที่แฝงตัวมากับผู้ชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงที่ฆ่าและทำร้ายทั้งสองฝ่าย ซึ่งทั้งหมดศาลรับฟ้องไว้แล้ว

โค้งสุดท้าย พท.ไม่นิรโทษแม้ว ปชป.ย้ำแผลราชประสงค์

นายสุเทพ กล่าวพร้อมน้ำเสียงสะอื้นว่า “ในวันนั้นผมอยากจะให้นายกฯ ลาออก หรือยุบสภา แต่นายกฯ ยังทำหน้าที่ต่อไป ซึ่งผมเห็นความปวดร้าวในสายตาของนายกฯ เพราะถ้าหากยุบสภา หรือลาออกไป บ้านเมืองจะยิ่งยุ่งเหยิงขึ้นไปอีก ในวันนั้นนายกฯ ได้แสดงภาวะผู้นำด้วยการกล้ำกลืนอดทนให้คนประณามว่าเป็นนายกฯ มือเปื้อนเลือด เพื่อให้บ้านเมืองอยู่รอด

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์รุนแรงเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2553 คืนนั้นเป็นคืนที่ร้องไห้อยู่นานมาก ในชีวิตการเมืองไม่ต้องการเห็นการสูญเสียของประชาชนคนไทยแม้แต่คนเดียว แต่มาเกิดขึ้นในยุคที่เป็นนายกฯ ซึ่งทบทวนแล้วไม่ว่าจะตัดสินใจอย่างไรจะต้องมีคนโกรธแค้นเป็นธรรมดา และจากคืนนั้นไม่ว่าจะตัดสินใจอย่างไร ชีวิตไม่มีทางเหมือนเดิม

“วิธีก้าวพ้นความขัดแย้ง ปฏิเสธคนนิยมความรุนแรง และพร้อมจะขัดกฎหมาย ถ้าพี่น้องเลือกเบอร์ 10 ก็จะหาทางปรองดองบนความอดทนอดกลั้นที่สุด โอกาสนี้เป็นโอกาสดีที่สุดที่เราจะถอนพิษทักษิณออกจากประเทศไทย ถ้าอยากให้ถอนพิษทักษิณเด็ดขาด ต้องเลือกประชาธิปัตย์มาเป็นที่หนึ่ง เกิน 250 เสียง แล้วจะได้ประกาศไปทั่วประเทศ ทั่วโลก ประเทศไทยพร้อมเดินหน้ารักษาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และจะได้บอกว่าประเทศไทยเงินซื้อไม่ได้

...คนไทยจะไม่ยอมให้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย คนไทยประกาศอิสรภาพจากความกลัวจากการข่มขู่แล้ว และประกาศให้รู้ว่าประเทศไทยไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง หรือคนสีใดสีหนึ่ง แต่ต้องเป็นของคนทุกสี ถ้าให้ความไว้วางใจ อีก 4 ปีก็จะทำงานให้กับคนทุกคน ไม่ล้างผิดให้คนใดคนหนึ่ง ถ้าเลือกผมเข้าไปจะไม่เอาชีวิตของประชาชนมาเป็นของเล่นทางการเมืองอีก และไม่ใช่เฉพาะราชประสงค์ ต้องไม่มีพื้นที่ใดที่เอาชีวิตประชาชนมาเป็นของเล่นทางการเมืองอีก” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ถัดมาวันรุ่งขึ้น พรรคเพื่อไทยได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้ทันควัน ว่า 1.พรรคประชาธิปัตย์ใส่ร้ายว่าพรรคเพื่อไทยมีนโยบายที่จะนิรโทษกรรม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และเอาเงิน 4.6 หมื่นล้านบาทคืนให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และพรรคประชาธิปัตย์ จงใจใส่ร้ายด้วยความเท็จ พรรคเพื่อไทยขอเรียนว่าพรรคไม่เคยมีนโยบายเช่นนั้นเลย

2.พรรคเพื่อไทยเป็นสถาบันทางการเมืองที่มีหน้าที่ที่จะทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนทุกคนทั่วประเทศ จะไม่ทำงานให้กับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ถ้าได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน รัฐบาลพรรคเพื่อไทยจะทำงานโดยยึดมั่นในกฎหมาย หลักนิติธรรม และความเสมอภาค 3.พรรคเพื่อไทยมุ่งมั่นที่จะรณรงค์หาเสียงอย่างสร้างสรรค์ โดยการนำเสนอนโยบายและทางออกให้กับคนไทยและประเทศไทยต่อไป

สอดรับกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่เขียนข้อความผ่านทวิตเตอร์ “ThaksinLive” ว่า “ใครที่ผมอาจทำให้ไม่สบายใจ ไม่พอใจ ไม่ชอบใจ หรือขัดใจมาในอดีตจนถึงปัจจุบัน ผมขอโทษและขออภัย ส่วนคนที่ด่าผม ทำร้ายผม วิจารณ์ผม ผมให้อภัย ไม่ขอถือโทษโกรธกัน ไม่แก้แค้น ไม่ล้างแค้น เราต้องก้าวข้ามอดีตเพื่อพาประเทศก้าวหน้าไปด้วยกันให้ได้ เราต้องไม่ถอยหลังและย่ำอยู่กับที่อีกแล้วครับ”

“เมื่อคืนนี้มีคนโทร.มาหามากหลังจากเขาฟัง ปชป.ปราศรัย ผมเลยยกคำสอนของท่านพุทธทาสให้เขาเหล่านั้นฟังว่า “จิตวุ่นปัญญาหาย จิตว่างปัญญามี” สิ่งที่ทำให้จิตมนุษย์วุ่น คือจิตที่หมกมุ่นอยู่กับความโลภ ความโกรธ ความหลง และถ้าจะทำให้สมองแจ่มใสได้ก็ต้องปล่อยวาง (Detach) สิ่งเหล่านั้นให้ได้”

บรรยากาศการหาเสียงในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์ นำทีมแกนนำพรรคไปหาเสียงที่ลานหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 สวนลุมพินี ก่อนปล่อยขบวนหาเสียงเดินทางไปชี้แจงยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ ต่อจากนั้น นายอภิสิทธิ์เดินทางมาหาเสียงกับกลุ่มอาจารย์และนิสิตจุฬาฯ โดยนางพิมพ์เพ็ญ เวชชาชีวะ ภริยา ซึ่งเป็นอาจารย์สอนวิชาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ และ น.ส.ปราง เวชชาชีวะ บุตรสาว ที่เรียนอยู่คณะศิลปศาสตร์ จุฬาฯ ได้เดินมาสมทบเพื่อเป็นกำลังใจให้นายอภิสิทธิ์ในการหาเสียง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่นายอภิสิทธิ์นำครอบครัวมาช่วยหาเสียง

ขณะที่นายสุเทพ ออกมาเปิดประเด็นดักคอว่า ได้ข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ลงทุนโทรศัพท์หาหัวหน้าพรรคทั้งหลาย เพื่อสอบถามว่ามีเงื่อนไขอะไรไหมถ้าจะมาสนับสนุนพรรคเพื่อไทย รวมทั้งจะสนับสนุนเรื่องค่าใช้จ่ายให้ด้วย ถือว่าวันนี้ก็แบะท่าแล้ว ทำทางแพ้ไว้แล้ว

ส่วนทางฝั่งพรรคเพื่อไทย นายพานทองแท้ ชินวัตร น.ส.พินทองทา ชินวัตร และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรทั้ง 3 คนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ลงพื้นที่ช่วย น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ ผู้สมัคร สส. เขต 7 ห้วยขวาง พรรคเพื่อไทย หาเสียงย่านชุมชนโรงปูน เขตห้วยขวาง โดย น.ส.พินทองทา กล่าวว่า การแต่งงานของตัวเองในปลายปีนี้ ไม่ต้องการให้ถูกนำมาเป็นประเด็นทางการเมือง แต่ผู้เป็นลูกย่อมอยากให้พ่อมาร่วมงานแต่งงาน ซึ่งเป็นจริงได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ในบ้านเมืองจะพิจารณาแก้ปัญหา ขณะที่นายพานทองแท้ กล่าวว่า หากไม่สามารถแต่งงานได้ที่เมืองไทย ก็อาจจะไปแต่งงานที่เมืองนอก

ปิดท้ายด้วยการจุดประเด็นของนายสุเทพ ที่ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ลงทุนโทรศัพท์หาหัวหน้าพรรคทั้งหลาย เพื่อสอบถามว่ามีเงื่อนไขอะไรไหมถ้าจะมาสนับสนุนพรรคเพื่อไทย รวมทั้งจะสนับสนุนเรื่องค่าใช้จ่ายให้ด้วย แบะท่าแล้ว ทำทางแพ้ไว้แล้ว ถ้าแพ้ก็จะได้อ้างว่าเขาโกง พอแพ้ก็บอกว่าถูกโกง ซึ่งเขาไม่ตื่นเต้นอะไรกับเรื่องพวกนี้ เพราะทุกอย่างอยู่ที่ผลการเลือกตั้ง

นอกจากเรื่องการเมืองแล้ว อีกประเด็นใหญ่ที่สังคมให้ความสนใจในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมายังอยู่ที่คดี “หมอมุก” พ.ต.พญ.หทัยพร อิ่มวิทยา แพทย์ประจำคลินิกผู้สูงอายุ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าที่ถูกรถจากกองบัญชาการกองทัพไทยพุ่งชนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อต้นเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ล่าสุด พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ภู่กลั่น อายุ 51 ปี ผู้อำนวยการกองกลาง สำนักงานบัญชีทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ทนแรงกดดันทางสังคมไม่ไหว ต้องโร่มามอบตัวกับ พ.ต.ท.โชติ สุวรรณจุณีย์ รอง ผกก.สส.สน.พญาไท

อย่างไรก็ตาม ทางคุณแม่ของหมอมุกยังมั่นใจว่าพันเอกคนนี้ไม่ใช่คนขับชนลูกสาวอย่างแน่นอน น่าจะเป็นแพะรับบาปแทนผู้มีบุญคุณ ด้าน พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. กล่าวว่า คำให้การของผู้เข้ามอบตัวขัดแย้งกับผลตรวจพิสูจน์หลักฐาน ขณะนี้ยังไม่แจ้งข้อหา พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ เพราะถ้าพยานหลักฐานยังไม่ชัดเจน หากแจ้งไปเกรงว่าจะเสียรูปคดี ถ้าไม่ใช่เป็นคนทำจริง หรือหากมีการสวมตัวบุคคล เมื่อยื่นคดีต่อศาลทหารจะทำให้คดีหลุดถึงขั้นยกฟ้องได้ ดังนั้นตำรวจจะต้องเน้นพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นหลัก ประกอบกับคำให้การของ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ที่มีความขัดแย้งในหลายจุด  

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท