
ถึงเบื่อก็ต้องไปเลือกตั้ง
วันนี้จะเป็นวันที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดให้เป็นวันใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า
วันนี้จะเป็นวันที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดให้เป็นวันใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า
สำหรับประชาชนที่จะมีกิจธุระไม่สามารถไปเลือกตั้งในวันที่ 3 ก.ค.ได้ และไม่ต้องการเสียสิทธิจึงขอใช้สิทธิล่วงหน้า จะต้องไปลงทะเบียนแสดงความจำนงที่สำนักงานเขตไว้ก่อน
ศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร ได้รายงานจำนวนผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขตของ กทม. รวมจำนวน 1,079,604 คน และผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งของ กทม. รวมจำนวน 35,064 คน
สำหรับต่างจังหวัดมีผู้ลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิล่วงหน้านอกเขตจังหวัดของตนประมาณ 2.6 ล้านคน ซึ่งทาง กกต.ได้ยืนยันว่าจัดเตรียมความพร้อมไว้เต็มร้อย ทั้งการตรวจรับมอบบัตรลงคะแนน ขั้นตอนการเก็บรักษาบัตร และการส่งมอบ หลังจากปิดหีบลงคะแนนในเขตเลือกตั้งล่วงหน้า ก็จะมีการเก็บรักษาหีบคะแนนอย่างดี
สิ่งที่ผู้ได้ไปลงทะเบียนขอใช้สิทธิล่วงหน้าควรจะต้องรู้ คือการเลือกตั้งล่วงหน้าครั้งนี้กฎหมายกำหนดให้มีเพียงวันเดียว เริ่มตั้งแต่เวลา 08.00-15.00 น. ซึ่งต่างไปจากคราวก่อนที่ให้หย่อนบัตรได้ถึง 17.00 น.
ดังนั้นผู้ที่ไปลงทะเบียนใช้สิทธินอกเขตหากไปไม่ทันเวลาปิดหีบก็จะถือว่าหมดสิทธิที่จะลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งครั้งนี้ไปเลย สำหรับผู้ที่ไม่ไปใช้สิทธิออกเสียงในการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะกรณีใดก็แล้วแต่ ถ้าไม่มีเหตุอันควรและไม่แจ้งเหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษรต่อนายทะเบียนแล้ว ท่านจะเสียสิทธิอยู่ 3 ประการคือ 1.เสียสิทธิการยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง สส. และ สว. 2.เสียสิทธิการสมัครรับเลือกตั้ง สส. สว. สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น และสิทธิได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการสรรหาเป็น สว. ซึ่งในรอบนี้มีสมาชิกพรรคการเมืองหลายคนที่ไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เพราะไม่ได้ไปออกเสียงเลือกตั้งในครั้งที่ผ่านมา
และ 3.เสียสิทธิการสมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้าน สิทธิทั้งสามประการ จะได้กลับคืนมาก็ต่อเมื่อไปใช้สิทธิการเลือกตั้งอย่างใดอย่างหนึ่งในการเลือกตั้งครั้งถัดไปไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งระดับประเทศหรือท้องถิ่น
ฉะนั้น ประชาชนควรจะออกไปใช้สิทธิตามที่ได้ร้องขอไว้ เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ ถือเป็นครั้งสำคัญและชี้อนาคตของประเทศ ว่าประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศต้องการอย่างไร ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
บ้านเมืองจะกลับสู่ภาวะปกติและเริ่มกระบวนการปรองดองได้อย่างแท้จริงนั้น จะต้องเริ่มที่การใช้สิทธิเลือกตั้งที่มีความเสรีและเป็นธรรมตามมาตรฐานสากล ยิ่งผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งมีจำนวนมากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะทำให้เห็นชัดเจนว่าประชาชนต้องการให้บ้านเมืองเดินหน้าไปในทิศทางไหน
หลายคนอาจจะเบื่อการเมือง โดยเฉพาะกลุ่มพลังเงียบที่คิดว่าเลือกตั้งไปก็ไม่ได้ช่วยอะไร แต่การไม่ออกไปใช้สิทธิอาจจะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลงและจะทำให้เบื่อมากยิ่งขึ้น รักใครชอบใครก็ให้เลือกเบอร์นั้น หากไม่อยากเลือกก็มีช่องให้กา และขอให้ไปให้ทันเวลาปิดหีบ
หมดยุคการเพิกเฉยต่อการแสดงสิทธิของตัวเองแล้ว อยากให้ประเทศไทยเป็นเช่นไรก็ขอให้ท่านไปกำหนดอนาคตประเทศด้วยมือของท่านเอง







