posttoday
รองผู้ว่าฯ ธีระชน รับสภาพ รื้อสนามหลวงอลหม่าน

รองผู้ว่าฯ ธีระชน รับสภาพ รื้อสนามหลวงอลหม่าน

11 กุมภาพันธ์ 2553

8...อาทิตย์ เคนมี

มีข้อสังเกตว่าการที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) หันมาจับงานใหญ่อย่างการปรับภูมิทัศน์สนามหลวงที่เกี่ยวข้องกับคนรากหญ้าหลายกลุ่ม และอาจส่งผลกระทบต่อฐานเสียงทางการเมืองไม่มากก็น้อย แต่ในมุมมอง นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯ กทม. กลับไม่รู้สึกกังวลต่อประเด็นนี้มากนัก

เขาเปิดเผยผ่าน “โพสต์ทูเดย์” ว่า กทม.ทำเรื่องนี้ด้วยความจริงใจ เพื่อคืนพื้นที่สนามหลวงให้คนส่วนรวมได้ใช้ประโยชน์ หากทำสำเร็จจะถือเป็นหนึ่งผลงานที่ฝากไว้กับชาวกทม. ได้อย่างเป็นรูปธรรม

ที่สำคัญจะต้องเร่งรัดให้แล้วเสร็จก่อนงานฉลอง 5 ธันวา

“ที่จริงแล้วก็ไม่อยากเร่งรัดโครงการนี้ แต่ด้วยเงื่อนไขการใช้งบประมาณไทยเข้มแข็งที่รัฐบาลกำหนดว่าต้องรีบก่อหนี้โดยเร็วเพื่อให้ทันต่อการเบิกจ่ายงบ ถ้าไม่ทำก็ถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ฉะนั้นโครงการนี้จึงไปเร็วกว่าที่คิด ซึ่งผมอาจจะโดนก้อนอิฐบ้างก็ไม่เป็นไร แต่เชื่อว่าสังคมโดยรวมต้องการเห็นสนามหลวงได้รับการฟื้นฟูสภาพให้ดีขึ้น” รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าว

นั่นคือเป้าหมาย 300 วันแห่งอภิมหาโครงการ “สังคายนาสนามหลวง 2010” ภายใต้งบประมาณไทยเข้มแข็ง 180 ล้านบาท

แต่ผ่านไปเพียงแค่สัปดาห์แรกก็ต้องฟันฝ่าอุปสรรคนับไม่ถ้วน ตั้งแต่การย้ายนกพิราบ จนถึงการอพยพผู้คนที่ยึดสนามหลวงเป็นบ้านในการดำรงชีพ ทั้งกลุ่มผู้ค้าหาบเร่แผงลอย โสเภณีเด็ก ผีขนุน ผู้ชายขายน้ำ ขอทาน คนเร่ร่อนจรจัด ฯลฯ ล้วนเป็นกลุ่มเป้าหมายที่หนีไม่พ้นเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่ายที่มีส่วนได้ส่วนเสีย

สำหรับปัญหาการย้ายนกพิราบขณะนี้จะกักกันไว้ตรวจโรคที่ซอยลาดพร้าว 101 ในพื้นที่กว่าหมื่นไร่ ก่อนจะหาทางย้ายไปจังหวัดอื่นที่เหมาะสม

ถัดมาเป็นคิวการจัดระเบียบคนเร่ร่อน โดยคณะนายธีระชนได้ลงพื้นที่ซอยลาดพร้าว 101 เพื่อตรวจดูความเหมาะสมในการสร้างที่พักชั่วคราวรองรับกลุ่มคนดังกล่าวแล้ว ทว่าถูกชาวบ้านที่อยู่ละแวกใกล้เนื้อที่ราว 5 ไร่ บริเวณชุมชนสุขเจริญพัฒนาซึ่งจะใช้เป็นพื้นที่รองรับ เตรียมก่อหวอดคัดค้านเพราะเกรงเรื่องความไม่ปลอดภัย

ท้ายที่สุด กทม.จึงต้องยอมม้วนเสื่อกลับ รองผู้ว่าฯ ธีระชน บอกว่า เดิมทีได้เตรียมพื้นที่ในเขตสายไหมไว้ 2 แปลง ขนาด 3 ไร่ และ 5 ไร่ วางแผนจะสร้างเป็นที่อยู่อาศัยมั่นคงถาวรให้คนเร่ร่อน แต่เมื่อมีเสียงทักท้วงว่าไกลจึงยุติไป

ล่าสุด นายธีระชน ได้ร่อนจดหมายด่วนขอหารือกับการรถไฟแห่งประเทศไทย กรมธนารักษ์ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย เพื่อให้ช่วยจัดหาสถานที่รองรับคนเร่ร่อน ไม่ว่าพื้นที่ใต้ทางด่วนเอกมัยรามอินทรา หรือที่ราชพัสดุที่มีอยู่จำนวนมาก

ขณะเดียวกันยังขอให้ นายอิสสระ สมชัย รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หาแนวทางช่วยเหลือคนกลุ่มต่างๆ ทั้ง 1,092 คน ออกเป็นกลุ่มๆ เพื่อช่วยเหลือแต่ละด้าน

“ที่หนักใจคือกลุ่มโสเภณีชายและหญิงที่มีอยู่กว่า 100 ราย ซึ่งยังไม่มีแนวทางแก้ปัญหาชัดเจน” นายธีระชน กล่าว

สำหรับกลุ่มคนไร้บ้านกว่า 300 คน จะขอความร่วมมือจากมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัยให้เป็นแม่งานหลัก เนื่องจากเคยประสบความสำเร็จอย่างมากในการย้ายคนเร่ร่อนจากสนามหลวงนับร้อยคนไปยังศูนย์คนเร่ร่อนตลิ่งชัน บางกอกน้อย และหมอชิต มาก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นต้นแบบการแก้ปัญหาคนไร้บ้านอย่างเป็นระบบ

“พื้นที่ที่กทม.เล็งไว้คือบริเวณริมทางรถไฟบางกอกน้อย ซึ่งหากร.ฟ.ท.อนุญาตก็จะให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) สร้างบ้านพักพิงคนไร้บ้าน คาดว่าจะรองรับได้ 150 คน”

ฉะนั้น 300 วันในการปรับภูมิทัศน์สนามหลวงจึงไม่น่าจะไกลเกินฝัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท