
หมอค้านนำเหยื่อ ด.ต.ซ้อมไปชี้จุดเกิดเหตุ
ผอ.รพ.ย่านตาขาว ค้านไม่ให้สาวโอเกะ ที่ถูก ด.ต.ซ้อมปางตาย ไปชี้จุดเกิดเหตุ เนื่องจากคนป่วยยังไม่แข็งแรงดี
ผอ.รพ.ย่านตาขาว ค้านไม่ให้สาวโอเกะ ที่ถูก ด.ต.ซ้อมปางตาย ไปชี้จุดเกิดเหตุ เนื่องจากคนป่วยยังไม่แข็งแรงดี
พ.ต.ท.ชัยพฤกษ์ ผาติวรากร รอง ผกก.สส.สภ.กันตัง พร้อมด้วย ร.ต.ท.กมลาสณ์ นิยมเขต พนักงานสอบสวน สภ.กันตัง เจ้าของคดี และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่ง ได้เดินทางไปที่ รพ.ย่านตาขาว เพื่อขอรับ นางสลิลทิพย์ จิตรเที่ยง ผู้เสียหาย ไปชี้จุดที่เกิดเหตุ เพื่อนำไปเป็นหลักฐานดำเนินคดีกับ ด.ต.สมยศ ดำเกราะ ผบ.หมู่งาน ป.สภ.เมืองตรัง ที่ทำร้ายร่างกายปางตายเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยมี นางเลื่อน ทองดอนแอร์ มารดา และญาติคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ นางเลื่อนได้แสดงความกังวลต่อความปลอดภัยของลูกสาวหลังจากกลับไปพักฟื้นต่อที่บ้าน ซึ่งทาง พ.ต.ท.ชัยพฤกษ์ รับรองว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ อส.และ เจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเข้มงวด
อย่างไรก็ตาม เมื่อเดินทางไปถึง นพ.สินไชย รองเดช ผู้อำนวยการ รพ.ย่านตาขาว ได้คัดค้านการนำ นางสลิลทิพย์ ไปชี้จุดที่เกิดเหตุ โดยให้เหตุผลว่า กังวลและเป็นห่วงสภาพร่างกายของ นางสลิลทิพย์ ที่ยังไม่แข็งแรง แม้ว่าอาการโดยภาพรวมจะดีขึ้นมากแล้วก็ตาม โดยเฉพาะอาการบวมช้ำที่ใบหน้าและตาลดลงแล้ว แต่ยังมีอาการปวดกล้ามเนื้อบริเวณคอ คาง และสะบักหลัง เนื่องจากได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนัก ทางแพทย์จึงต้องฉีดยาแก้อักเสบให้ทุกวัน และคาดว่าจะฉีดไปจนครบ 5 วัน หลังจากนั้น ก็จะสั่งหยุดยา และให้คนไข้ออกจาก รพ.ย่านตาขาว เพื่อกลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านได้
ผู้อำนวยการ รพ.ย่านตาขาว กล่าวว่า หากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำ นางสลิลทิพย์ ไปชี้จุดเกิดเหตุ คงจะไม่เหมาะ เพราะร่างกายยังไม่แข็งแรงดี ประกอบกับการที่ผู้ป่วยนอนอยู่บนเตียงเป็นเวลานานหลายวัน และเมื่อออกไปเจอกับสภาพอากาศที่แดดร้อนจัด ก็เสี่ยงต่อการเป็นลม เนื่องจากร่างกายอ่อนเพลีย และอาจทำให้สภาพจิตใจย่ำแย่และทรุดลงได้ เนื่องจากคนไข้ยังมีอาการหวาดผวาตลอดเวลา ซึ่งทาง รพ.ได้ประสานไปยังศูนย์สุขภาพจิตเข้ามาดูแลฟื้นฟูด้านจิตใจแล้ว และคาดว่าน่าจะใช้เวลาระยะหนึ่ง
พล.ต.ต.สาคร ทองมุณี ผบก.ภ.จว.ตรัง กล่าวว่า ขณะนี้ได้ให้ดำเนินคดีอาญาและทางวินัยกับ ด.ต.สมยศ ผู้ต้องหาแล้ว โดยเบื้องต้นได้สั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมกับตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หากพบว่ามีความผิดจริง ก็ให้ดำเนินการไปตามกระบวนการยุติธรรม โดยยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย และไม่ปกป้องคนผิดแม้จะเป็นลูกน้องก็ตาม ส่วนเรื่องของคดีได้กำชับให้ตำรวจท้องที่ทำอย่างตรงไปตรงมา ไม่เข้าข้างฝ่ายใด







