
ของแพงปั่นตรุษจีนสะพัด3.6หมื่นล.
เยาวราชหงอยยอดขายหด50%พาณิชย์เรียกถกผู้ผลิตตรึงราคาวันนี้
โพสต์ทูเดย์
— ตรุษจีนปีนี้เงินสะพัด 3.62 หมื่นล้านบาท เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ เครื่องเซ่นไหว้ ราคาพุ่ง ส่งผลบรรยากาศจับจ่ายโดยรวมไม่คึกนายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายเทศกาลตรุษจีน และความกังวลในประเด็นต่างๆ ว่า การใช้จ่ายในภาพรวมจะมีมูลค่า 3.62 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.4% จากปีก่อน โดยปริมาณการซื้อคงที่แต่ราคาสินค้าแพงขึ้น
การใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ 2,485 บาท ส่วนใหญ่ใช้ทำบุญ 1,367 บาทต่อคน ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค 2,873 บาทต่อคน แต๊ะเอีย 2,997 บาทต่อคน และท่องเที่ยว 4,438 บาทต่อคน โดยการซื้อของไหว้เจ้า 27.7% จะซื้อดอกไม้เพิ่มขึ้น 25.6% ซื้อไข่เพิ่มขึ้น ส่วนเครื่องเซ่นไหว้ประเภทเนื้อสัตว์จะซื้อน้อยลง เช่น 40.4% จะซื้อเป็ดน้อยลง 33.9% ซื้อไก่น้อยลง 26.1% ซื้อหมูน้อยลง และ 36.9% ซื้อผลไม้น้อยลง
**นอกจากนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ 74.7% ไม่ได้วางแผนที่จะไปท่องเที่ยว 25.3% วางแผนท่องเที่ยว โดยเน้นท่องเที่ยวในประเทศ 99.6%
สำหรับความกังวลของประชาชนในช่วงเทศกาลตรุษจีน ส่วนใหญ่ห่วงเรื่องการปรับขึ้นราคาสินค้า ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว และอุบัติเหตุ 77.7 %ห่วงการปรับขึ้นราคาสินค้าช่วงเทศกาล 6.4% ห่วงค่าใช้จ่ายการท่องเที่ยวสูงขึ้น 6.1% ห่วงอุบัติเหตุตามท้องถนน ขณะที่ ปัญหาที่ต้องการให้รัฐบาลแก้มากที่สุด คือ ราคาสินค้า ค่าครองชีพ ราคาน้ำมัน การศึกษา ความเชื่อมันของนักลงทุน ความเชื่อมันของผู้บริโภค และปัญหาเยาวชน
**
“ตรุษจีนปีนี้บรรยากาศจะใกล้เคียงกับปีที่แล้ว เนื่องจากตรงกับวันอาทิตย์ทำให้มูลค่าการใช้จ่ายไม่เพิ่มมากขึ้น มีการท่องเที่ยวน้อยลง โดยคนส่วนใหญ่ซื้อสินค้าปริมาณใกล้เคียงกับปีที่แล้ว เพราะของราคาแพง จึงลดการซื้อหมู เป็ด ไก่ ผลไม้ลงด้วย” นายธนวรรธน์ กล่าวเเเมื่อสอบถามถึงความคิดเห็นต่อภาวะเศรษฐกิจปีนี้ ส่วนใหญ่มอวงเศรษฐกิจไตรมาสแรกจะดีขึ้น แต่ยังไม่เชื่อมั่นรัฐบาล
ในส่วนบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยเครื่องเซ่นไหว้เทศกาลตรุษจีน สำรวจโดยกระทรวงพาณิชย์ พบว่า ที่ตลาดเยาวราชไม่คึกคักเท่าที่ควร พ่อค้าแม่ค้าเห็นว่ายอดขายตกลงจากปีที่แล้วมาก บางรายขายสินค้าได้ลดลงถึง 50% เนื่องจากคนยังกังวลว่าเศรษฐกิจยังไม่ดี รวมถึงวิตกปัญหาความวุ่นวายทางการเมือง ประกอบกับราคาสินค้าแพงขึ้น และส่วนหนึ่งหันไปซื้อของตามห้างสรรพสินค้าที่มีการจัดโปรโมชันของถูกขายเป็นแพ็กแทน
พ่อค้าแม่ค้าในตลาดเยาวราชยอมรับว่ายอดขายปีนี้ขอแค่ประคองตัวให้พออยู่ได้ ไม่ต้องกำไรมาก เพราะเศรษฐกิจแย่ ทั้งที่ต้นทุนสินค้าก็เพิ่มขึ้นมาต่อเนื่อง เช่น แอปเปิลขึ้นจากลัง 1,100 บาท เป็น 1,250 บาท รวมถึงขนมไหว้เจ้าด้วย แต่ต้องขายราคาเดิม ยอมได้กำไรน้อยลง ไม่เช่นนั้นก็ขายไม่ได้
ขณะที่ผลสำรวจราคาสินค้าอุปโภคบริโภคตามตลาดสดในกรุงเทพฯ พบว่า เป็ดพะโล้ตัวละ 240-315 บาท เพิ่ม 3.50 บาท ไก่สด กก.ละ 62.5-72.50 บาท เพิ่ม 5-10 บาท เนื้อสุกร กก.ละ 120-132 บาท เพิ่ม 10-13 บาท มี่สั้วถุง 400 กรัม 23-30 บาท เพิ่ม 5-7 บาท วุ้นเส้นถุง 500 กรัม 48-60 บาท เพิ่ม 4-5 บาท
ฟองเต้าหู้ กก.ละ 200-350 บาท เห็ดหอมจีน กก.ละ 395-550 บาท เพิ่ม 166 บาท หน่อไม้จีน กก.ละ 360-500 บาท เพิ่ม 60 บาท ปลาหมึกแห้ง กก.ละ 500-800 บาท เท่าปีก่อน ขนมเข่ง คู่ละ 12-13.50 บาท เพิ่ม 2 บาท
นายจิตติ ตั้งสิทธิภักดี นายกสมาคมผู้ค้าทองคำ กล่าวว่า การซื้อขายทองคำที่เยาวราชค่อนข้างทรงตัว คาดว่ามีเงินสะพัดหลักร้อยล้าน ทองรูปพรรณซื้อเพิ่มแค่ 10% เพราะคนซื้อทองคำแจกให้กันน้อยลง หลังจากทองราคาแพงและเศรษฐกิจไม่ดี แต่ทองคำแท่งสำหรับเก็งกำไร เริ่มกลับมาคึกคัก หลังจากราคาทองคำลดลงต่ำสุดรอบ 3 เดือน ซึ่งแนวโน้มราคาทองคำทั้งปี จะไม่แพงเท่าปีก่อน แต่จะผันผวนขึ้นลงตลอดทั้งปี ช่วง 1 เดือนนี้จะขึ้นลงในกรอบ 1,020-1,120 ออนซ์ต่อเหรียญสหรัฐ
น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า กรมจะส่งเจ้าหน้าที่สอดส่องดูแลให้การซื้อขายเกิดความเป็นธรรมตลอดเทศกาล และจัดงานเทศกาลตรุษจีนธงฟ้าระหว่างวันที่ 10-12 ก.พ. ที่กระทรวงพาณิชย์ สนามบินน้ำ นำสินค้าอุปโภคบริโภคมาจำหน่าย เพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชนอีกทางหนึ่ง
นอกจากนี้ ในวันที่ 11 ก.พ.นี้ จะเชิญผู้ผลิตสินค้าในทุกกลุ่ม ทั้งเกษตร อุปโภคบริโภค รวมถึงผู้ค้าปลีกส่ง (ซัพพลายเออร์) และห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ เข้ามาหารือถึงสภาวะการผลิตสินค้าและแนวโน้มต้นทุน พร้อมกับขอความร่วมมือให้ตรึงสินค้าต่อ 3 เดือน ส่วนปัญหาราคาน้ำตาลทรายได้ประสานข้อมูลกับสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย เพิ่มความเข้มงวดไม่ให้มีการแย่งโควตาน้ำตาลเพื่อผลิตสินค้าส่งออก (โควตา ค) กับโควตาน้ำตาลทรายใช้ในประเทศ (โควตา ก) จนเกิดคลาดแคลน หลังจากพบว่ามีการแย่งโควตา 10-20%







