posttoday
ยันไม่ใช้เงินกู้ทำถนนไร้ฝุ่น

ยันไม่ใช้เงินกู้ทำถนนไร้ฝุ่น

11 กุมภาพันธ์ 2553

 

ไตรรงค์ชี้ผิดหลักเศรษฐศาสตร์ าสตร์ ภท.อ้างช่วยชนบทลุยต่อเฟส2นบท

โพสต์ทูเดย์ — ไตรรงค์ ชี้โครงถนนไร้ฝุ่นต้องใช้งบปกติเท่านั้น

นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า ไม่เคยพูดถึงการปรับลดงบประมาณโครงการถนนไร้ฝุ่นในโครงการไทยเข้มแข็ง เพียงแต่เห็นว่าเงินที่จะมาทำโครงการนี้ควรมาจากงบปกติไม่ใช่มาจากเงินกู้

ทั้งนี้ หากพ.ร.บ.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ต้องนำไปใช้ในโครงการใหญ่ๆ เช่น ชลประทาน รถไฟรางคู่ แลนด์บริดจ์

“โครงการถนนไร้ฝุ่นเราคำนวณไม่ได้ในทางเศรษฐกิจ และไม่ใช่โครงการสำหรับแก้ปัญหาเศรษฐกิจ แต่เป็นการดูแลทางสังคมเพื่อไม่ให้คนโดนฝุ่นเข้าปาก เข้าปอด จนเป็นโรคหลอดลมอักเสบ เป็นโรคปอด” นายไตรรงค์ กล่าว

รองนายกฯ กล่าวว่า เมื่อปี 25512552 เศรษฐกิจตกต่ำ การแก้ปัญหาก็ใช้หลักเศรษฐศาสตร์ ซึ่งโครงการถนนไร้ฝุ่นมีความจำเป็นในขณะนั้น สามารถจะใช้เงินกู้ได้ แต่ต้องทำให้เสร็จภายใน 1 ปี และทำให้ทั่วทุกตำบล แต่เมื่อเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว การจะกู้เงินตามพ.ร.บ.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อเอามาใช้จ่ายแบบนั้นไม่ได้แล้ว ผิดหลักเศรษฐศาสตร์” นายไตรรงค์ กล่าว

นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม กล่าวว่า งบในโครงการถนนไร้ฝุ่นน้อยจนเป็นปัญหาอยู่แล้ว ถ้าตัดงบคงไม่มีปัญหากับพรรคร่วมรัฐบาล แต่เป็นปัญหากับประชาชนในชนบท เรื่องนี้จะมีการหารือกับ นายกรัฐมนตรี พร้อมรายงานผลการดำเนินงานของกระทรวงและแผนการดำเนินการในปี 2554 เพื่อจัดเตรียมงบประมาณ โครงการถนนไร้ฝุ่นเป็นการเสริมสร้างโครงข่ายขนส่งในชนบท ช่วยกระจายตัวทางเศรษฐกิจ ขนส่งสินค้าเกษตรและการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนชนบท ไม่ใช่เพียงการก่อสร้างถนนลาดยางเท่านั้น โดยยืนยันว่า โครงข่ายถนน 7,200 กิโลเมตรทั่วประเทศจะต้องเดินหน้าก่อสร้างให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งหลังจากโครงการในเฟส 1 ระยะทาง 3,246 กิโลเมตร แล้วเสร็จจำเป็นต้องเร่งในเฟส 2 อีก 4,000 กิโลเมตรทันที

“โครงการระยะที่ 2 ระยะทางประมาณ 4,000 กิโลเมตร วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท ที่อยู่ระหว่างรองบโครงการไทยเข้มแข็งจากพ.ร.บ.เงินกู้ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของวุฒิสภา ยังมีความจำเป็นอยู่” นายโสภณ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้นายไตรรงค์ได้ให้สัมภาษณ์ว่า อาจปรับลดโครงการถนนไร้ฝุ่น จนทำให้พรรคภูมิใจไทยไม่พอใจ

จากการชี้แจงรายละเอียดและความจำเป็นของโครงการเชื่อว่านายกรัฐมนตรีจะเข้าใจ และไม่มีการปรับลดงบประมาณในโครงการดังกล่าวอย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามในอีก 1.5 แสนกม.ที่เหลือ ซึ่งเป็นถนนเชื่อมสู่ตำบลและหมู่บ้านที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องเข้าร่วมนั้น ได้ต้องเข้าร่วมนั้น ได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคม และกระทรวงมหาดไทยเร่งจัดทำรายละเอียดเม็ดเงินงบประมาณที่ต้องใช้ให้ชัดเจนแล้วนำเสนอนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง

นายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร รมช.คมนาคม กล่าวว่า ยืนยันที่จะเร่งรัดดำเนินการในโครงการก่อสร้าง ถนนไร้ฝุ่นระยะทางกว่า 3,246 กม. มูลค่ากว่า 14,821 ล้านบาท ทั่วประเทศ เนื่องจากโครงการดังกล่าวจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม และจะช่วยให้การคมนาคมขนส่งทั้งคน และ สินค้าทางการเกษตร ในพื้นที่ต่างจังหวัดได้เดินทางสะดวกมากขึ้น ประกอบกับจะเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนต่างจังหวัดให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น ส่วนพรรคประชาธิปัตย์แสดงความเห็นว่ารัฐบาลควรที่จะเร่งดำเนินการในโครงการทำเมกะโปรเจคต์ด้วยนั้น ในเรื่องนี้พรรคภูมิใจไทยเห็นด้วย แต่ก็ควรที่จะดำเนินการไปพร้อมๆกัน ไม่ใช่ต้องดำเนินเฉพาะโครงการใด

“รัฐบาลไม่ได้เป็นของใครคนใดคนหนึ่ง ดังนั้นการทำโครงการอะไรที่เป็นประโยชน์ไม่เฉพาะในเมือง คนในชนบทก็มีหัวใจ เพราะสร้างถนนเพียง 12 กม. ก็ทำให้ชีวิตของชาวบ้านในชนบทเปลี่ยนไป เช่น โรคทางเดินหัวใจก็ลดลง ทำให้สุขภาพดีขึ้น รถขนถ่ายสินค้าเกษตรกรดีขึ้นหากใคร อยากจะให้ยกเลิกโครงการไร้ฝุ่น ก็ให้ไปชี้แจงกับชาวบ้านกันเอาเอง” นายสุชาติ กล่าว

ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ แสดงความเห็นว่า โครงการถนนไร้ฝุ่นควรที่จะกลับไปใช้งบประมาณประจำปี ในการก่อสร้างนั้น ในเรื่องนี้มองว่าหากใช้งบประมาณประจำปี ทั่วประเทศ ให้เวลา 10 ปี ก็ก่อสร้างไม่ครอบคลุมและแล้วเสร็จ แต่เมื่อใช้งบประมาณในโครงการไทยเข้มแข็ง เชื่อว่า 12 ปี เท่านั้น ชาวบ้านได้ใช้ถนนอย่างดี ส่วนกรณีที่ว่าพรรคภูมิไทยได้งบประมาณสร้างถนนไร้ฝุ่น มากกว่าพรรคการเมืองอื่น ๆนั้น ในเรื่องนี้ยืนยันว่า ทุกจังหวัดเฉลี่ยได้รับจัดสรรงบประมาณที่เท่ากัน และครบทุกจังหวัดที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท แต่พื้นที่ภาคอีสานมีกว่า 19 จังหวัด และมีพื้นที่กว้างกว่า ดังนั้นเมื่อเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ที่จะก่อสร้างก็จะมากกว่ากว่าพื้นที่อื่น

นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมได้งบประมาณไทยเข้มแข็งใน 6 หน่วยงานประกอบด้วย กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมการขนส่งทางบก กรมการบินพลเรือน การรถไฟแห่งประเทศไทย และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ซึ่งทั้ง 6 หน่วยงานมีการเบิกจ่ายงบประมาณไปแล้วเกือบ 30% ซึ่งถือว่าเป็นการเบิกจ่ายมากที่สุดกว่าทุกหน่วยงานที่มีการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมทั้งยืนยันว่า โครงการทั้งหมดของกระทรวงคมนาคม ไม่ถูกลดงบลงทุนอย่างแน่นอน

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง