
โจรแท็กซี่ จี้ 2 ผัวเมียต่างชาติ
2 ผัวเมียชาวต่างชาติ โร่แจ้งความ สน.พญาไท โดน คนร้ายในครบแท็กซี่ จี้ ชิงเงิน 5,000 ดอลล่าร์ ขณะเรียกรถให้ไปส่งที่ โรงแรมโนโวเทลสีลม
2 ผัวเมียชาวต่างชาติ โร่แจ้งความ สน.พญาไท โดน คนร้ายในครบแท็กซี่ จี้ ชิงเงิน 5,000 ดอลล่าร์ ขณะเรียกรถให้ไปส่งที่ โรงแรมโนโวเทลสีลม
เมื่อเวลา 02.30 น. ที่ สน.พญาไท นายยิลมาส เลเวนท์ อายุ 36 ปี สัญชาติตุรกี และนางเบอตอน เกลนนา อายุ 54 ปี สัญชาติแคนาดา สองสามีภรรยา พร้อมด้วยพนักงานโรงแรมโนโวเทล สีลม เดินทางเข้าแจ้งความต่อ ร.ต.ท.รัชพล อินทรัชว์ พงส. (สบ 1) สน.พญาไท หลังชาวต่างชาติทั้งสองถูกโชเฟอร์แท็กซี่จี้ชิงเงินสดจำนวน 5,000 ดอลลาร์ไปบริเวณริมถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ฝั่งตรงข้ามห้างพันธุ์ทิพย์พลาซา แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กทม.
นายยิลมาสกล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงหัวค่ำได้ไปเที่ยวย่านถนนข้าวสารพร้อมกับนางเบอตอน ภรรยา จนถึงเวลาประมาณ 00.50 น.ได้เรียกแท็กซี่ที่แท็กซี่ยี่ห้อโตโยต้า โคโรลล่า รุ่นเก่า สีฟ้า จำหมายเลขทะเบียนได้แค่ ทร-880 บริเวณปากซอยรามบุตรี เพื่อโดยสารกลับที่พักโรงแรมโนโวเทล สีลม ส่วนคนขับจำได้ว่าเป็นชายอายุประมาณ 45-50 ปี สูงประมาณ 170 ซม. รูปร่างผอม ไว้หนวดเครา สวมหมวกแก็ป แต่จำไม่ได้ว่าสวมเสื้อผ้าอะไร เมื่อนั่งรถแท็กซี่คันดังกล่าวไปได้สักพักก็รู้สึกผิดปกติเนื่องจากคนขับพาไปในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย จึงบอกให้จอดรถเพื่อจะลง แต่คนขับกลับไม่ยอมหยุดรถ ทั้งยังกดล็อกประตูรถทั้งหมด ก่อนจะชะลอรถไปจอดที่ริมถนนเพชรบุรีฝั่งตรงข้ามห้างพันธุ์ทิพย์พลาซา
“จังหวะนั้นคนขับได้เปิดช่องเก็บของข้างเกียร์เพื่อหยิบมีดขึ้นมาขู่ผมและภรรยา พร้อมบังคับให้ส่งเงินให้ 5 พัน ผมกลัวจะถูกทำร้ายจึงเอาเงินในกระเป๋าประมาณ 5,000 ดอลล่าร์โยนให้คนขับ เมื่อปลดล็อกประตูได้ก็รีบพาภรรยาวิ่งหนีลงจากรถ แล้วรีบไปขอความช่วยเหลือจาก รปภ.ของห้างกรุงทองพลาซ่า ซึ่งอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ เมื่อคนขับรถแท็กซี่คันดังกล่าวเห็นก็รีบขับรถหนีออกไปทันที หลังจากนั้นจึงเรียกแท็กซี่อีกคันกลับไปยังโรงแรมโนโวเทล สีลม เพื่อขอความช่วยเหลือจากพนักงานโรงแรมแล้วก็พากันมาแจ้งความ” นายยิลมาสกล่าว
ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้พานายยิลมาส และนางเบอตอน ไปชี้จุดเกิดเหตุที่ถูกจี้ชิงทรัพย์บริเวณซึ่งเป็นที่ก่อสร้างโรงแรมและศูนย์ค้าส่งชิบูญ่า ฝั่งตรงข้ามห้างพันธุ์ทิพย์พลาซา และจุดที่ขึ้นรถแท็กซี่คันดังกล่าวบริเวณหน้าปากซอยรามบุตรี พร้อมทำการตรวจสอบทะเบียนรถแท็กซี่ว่ามีใครเป็นคนขับรถ ใครเป็นเจ้าของรถ และตรวจสอบกล้องวงจรปิดทั้ง 2 จุดว่าสามารถจับภาพรถแท็กซี่คันดังกล่าวเอาไว้ได้หรือไม่ เพื่อติดตามตัวคนร้ายต่อไป







